การเจริญเติบโตของทารกอายุ 6 เดือน

เมื่อเด็กทารกมีอายุ 6 เดือน พัฒนาการด้านต่าง ๆ ก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น เด็กอาจลุกขึ้นนั่งเองได้ เริ่มกินอาหารอย่างอื่นนอกจากนมได้ หรือเริ่มรู้สึกคุ้นเคยกับคนใกล้ตัวและของเล่นชิ้นโปรด เป็นต้น ดังนั้น ผู้ปกครองจึงควรใส่ใจดูแลลูกน้อยอย่างเต็มที่ โดยสังเกตว่าเด็กเติบโตขึ้นอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่ และอะไรที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูกได้บ้าง เพื่อช่วยให้เจ้าตัวเล็กเติบโตอย่างสมบูรณ์และแข็งแรง สล็อตออนไลน์ เด็กทารกอายุ 6 เดือน เติบโตขึ้นอย่างไรบ้าง ? ตัวอย่างการเจริญเติบโตและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเด็กในวัย 6 เดือน มีดังนี้ การเติบโตทางร่างกาย ทารกเพศชายวัยนี้จะมีน้ำหนักตัวประมาณ 7.5 กิโลกรัม และมีความยาวจากหัวจรดเท้าประมาณ 65 เซนติเมตร ส่วนทารกเพศหญิงจะมีน้ำหนักตัวประมาณ 6.5 กิโลกรัม และมีความยาวประมาณ 64 เซนติเมตร แต่ตัวเลขนี้เป็นเพียงค่าเฉลี่ยเท่านั้น ซึ่งเด็กบางคนอาจมีน้ำหนักตัวหรือความยาวไม่ตรงตามค่าดังกล่าวก็ได้ เพราะเด็กทารกแต่ละคนมีการเจริญเติบโตที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้ เด็กทารกในวัย 6 เดือนอาจเริ่มมีฟันขึ้นแล้ว ซึ่งอาจทำให้ลูกน้อยมีอาการเจ็บเหงือก น้ำลายไหล ร้องไห้ ไม่อยากอาหาร มีไข้ต่ำ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการนอนด้วย การกิน ปกติแล้วเด็กทารกในวัยนี้จะดื่มนมแม่ทุก 3-4 ชั่วโมง ส่วนระยะเวลาที่ดื่มแต่ละครั้งอาจไม่เท่ากัน สิ่งที่สำคัญคือคุณแม่ควรให้เจ้าตัวเล็กดื่มนมจนอิ่ม คอยตรวจดูว่าน้ำนมจากเต้าใกล้หมดหรือยัง…

Continue Reading

การเจริญเติบโตของทารกอายุ 5 เดือน

เด็กทารกวัย 5 เดือนนั้นยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นหลายด้าน เช่น เริ่มนั่งเองได้บ้างแล้ว มองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้น หรือเริ่มพยายามออกเสียงเลียนแบบ เป็นต้น แล้วยังมีพัฒนาการด้านใดอีกบ้าง รวมถึงคุณพ่อคุณแม่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อยในวัยนี้ให้เติบโตสมวัยได้อย่างไร สามารถศึกษาได้จากบทความนี้ สล็อตออนไลน์ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อเด็กทารกมีอายุ 5 เดือน การเจริญเติบโตของร่างกาย เด็กทารกในวัยนี้จะมีน้ำหนักตัวและความยาวของร่างกายเพิ่มขึ้น โดยเด็กผู้ชายจะมีน้ำหนักตัวประมาณ 7 กิโลกรัม และมีความยาวประมาณ 63 เซนติเมตร ส่วนเด็กผู้หญิงจะหนักประมาณ 6 กิโลกรัม และมีความยาวประมาณ 62 เซนติเมตร ดังนั้น หากการเจริญเติบโตของลูกน้อยเป็นไปตามเกณฑ์ดังกล่าว ก็อาจบอกได้ว่าเป็นเด็กทารกที่มีสุขภาพดี แต่ตัวเลขทั้งหมดนี้เป็นเพียงค่าเฉลี่ยเท่านั้น เด็กทารกบางคนอาจมีสุขภาพแข็งแรงดีแม้มีน้ำหนักหรือขนาดตัวไม่ตรงตามเกณฑ์ดังกล่าว การใช้กล้ามเนื้อ เจ้าตัวเล็กในวัย 5 เดือนนั้นอาจนั่งตัวตรงได้นานขึ้น หรืออาจนั่งโดยไม่ต้องคอยจับได้บ้างเล็กน้อย แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ควรใช้หมอนช่วยประคองไว้ด้วย และเด็กบางคนอาจพลิกตัวมาอยู่ในท่านอนคว่ำเองได้แล้ว ดังนั้น จึงไม่ควรปล่อยให้เด็กนอนบนเตียงหรือบนที่สูง เพราะเด็กอาจกลิ้งตกลงมาจนรับบาดเจ็บได้ และผู้ปกครองอาจสังเกตเห็นว่าเด็กจะขยับขาหรือโยกขาไปด้วยในขณะที่พลิกตัว นั่นอาจแสดงถึงความพร้อมที่จะเริ่มคลานได้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า นอกจากการนั่งและการเคลื่อนที่แล้ว เด็กทารกอาจหยิบจับสิ่งของได้อย่างแข็งแรงขึ้น โดยเด็กอาจถือขวดนมได้เอง ใช้มือทั้งสองข้างดึงสิ่งของให้เข้ามาใกล้ตัว หรือเคลื่อนย้ายสิ่งของด้วยมือของตนเองได้ด้วย การกิน การกินของเจ้าตัวเล็กในวัย 5 เดือนจะมีความซับซ้อนมากกว่าที่เคย เพราะจากที่ให้เด็กดูดนมจากเต้า อาจต้องเปลี่ยนเป็นการให้ดูดนมจากเต้าและปั๊มนมเก็บไว้ด้วย…

Continue Reading

การเจริญเติบโตของทารกอายุ 7 เดือน

เด็กทารกอายุ 7 เดือนนั้น ยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะพัฒนาการทางร่างกาย ซึ่งเจ้าตัวเล็กในช่วงวัยนี้อาจเริ่มคลาน กลิ้งตัว และนั่งเองได้โดยไม่ต้องช่วยเหลือ นอกจากนี้ พัฒนาการและทักษะด้านอื่น ๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัดเช่นเดียวกัน โดยทารกบางรายอาจเริ่มกินอาหารบางอย่างนอกเหนือจากนมแม่และนมผงได้แล้ว อีกทั้งยังอาจเริ่มเข้าใจคำสั้น ๆ ได้อีกด้วย ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของทารกในวัยนี้ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อยให้สมบูรณ์อย่างสมวัย สล็อตออนไลน์ การเจริญเติบโตของลูกน้อยวัย 7 เดือน เมื่อเจ้าตัวเล็กเติบโตขึ้นจนมีอายุได้ 7 เดือนก็จะมีหลายสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งขนาดของร่างกาย ปริมาณอาหารที่กินในแต่ละวัน รวมถึงเวลานอนด้วยเช่นกัน โดยมีรายละเอียดด้านต่าง ๆ ดังนี้ การเจริญเติบโตของร่างกาย เด็กทารกในวัยนี้อาจมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนประมาณ 450-560 กรัม และความยาวจากหัวจรดเท้าอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 1-2 เซนติเมตร ทำให้เด็กทารกเพศชายอายุ 7 เดือนจะมีน้ำหนักประมาณ 8 กิโลกรัม และมีความยาวประมาณ 68 เซนติเมตร ส่วนเด็กทารกเพศหญิงจะมีน้ำหนักประมาณ 7 กิโลกรัม และมีความยาวประมาณ 66 เซนติเมตร แต่การเจริญเติบโตของเด็กบางคนอาจไม่ตรงตามเกณฑ์ดังกล่าวก็ได้ นอกจากนี้ ลูกน้อยในวัย 5-7 เดือนอาจเริ่มมีฟันงอกขึ้นมาแล้ว…

Continue Reading

การรับมือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

อาการนอนกรนเสียงดังหรือหายใจแรงผิดปกติขณะนอนหลับของลูกน้อย อาจเป็นสัญญาณหนึ่งของ Obstructive Sleep Apnea หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งถือเป็นภาวะผิดปกติของการนอนหลับที่ค่อนข้างร้ายแรง เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กในหลาย ๆ ด้าน ทั้งด้านการเจริญเติบโตของร่างกาย การเรียนรู้ รวมทั้งการมีพฤติกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันด้วย ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรสังเกตอาการผิดปกติขณะเด็กนอนหลับ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะนี้ รวมทั้งศึกษาวิธีรับมืออย่างถูกต้องเพื่อการดูแลสุขภาพของลูกรัก สล็อตออนไลน์ Obstructive Sleep Apnea หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับในเด็ก เป็นอย่างไร ? ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือ Obstructive Sleep Apnea เป็นภาวะที่ทางเดินหายใจแคบลงหรือถูกปิดกั้นขณะนอนหลับ ส่งผลให้หายใจลำบากและมีออกซิเจนในเลือดต่ำลง โดยอาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นในขณะที่นอนหลับ เนื่องจากกล้ามเนื้อบริเวณลำคอเกิดการคลายตัวเป็นช่วง ๆ จึงทำให้ทางเดินหายใจแคบลงมากกว่าช่วงที่ตื่นตัวอยู่ ซึ่งภาวะนี้อาจเกิดขึ้นได้จากปัจจัยต่าง ๆ เช่น พันธุกรรม ภาวะน้ำหนักตัวเกิน ความผิดปกติของปาก กราม หรือคอ จนทำให้ทางเดินหายใจแคบลง ลิ้นมีขนาดใหญ่ ความผิดปกติของต่อมทอนซิลหรือต่อมแอดีนอยด์ เยื่อบุโพรงจมูกบวมโตหรือมีอาการคัดจมูก รวมถึงภาวะเจ็บป่วยอื่น ๆ อย่างโรคดาวน์ซินโดรมหรือสมองพิการ เป็นต้น สัญญาณบ่งบอกถึงภาวะหยุดหายใจขณะหลับในเด็ก ภาวะนี้อาจพบได้ในเด็กตั้งแต่ช่วงวัยทารกจนถึงช่วงวัยรุ่น และอาจเกิดขึ้นจนกระทั่งเข้าสู่ช่วงวัยผู้ใหญ่ได้เช่นกัน โดยอาการที่เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงภาวะนี้ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตลูกได้ตั้งแต่เด็ก มีดังนี้ นอนกรนเสียงดัง ซึ่งมักเกิดขึ้นพร้อมกับการหายใจเสียงดังออกทางจมูก…

Continue Reading

เด็กนอนกรนเป็นอันตรายมั้ย

เด็กนอนกรน ปัญหาสุขภาพที่พ่อแม่ควรสังเกต ผู้ปกครองหลายคนอาจเคยพบอาการเด็กนอนกรนในบุตรหลาน แม้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่รู้หรือไม่ว่าอาการนอนกรนของเด็กเป็นปัญหาสุขภาพที่ควรได้รับการใส่ใจดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ อาจมีเด็กประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ที่มักนอนกรนในเวลากลางคืน และเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปมักนอนกรนในช่วงของการหลับลึก ซึ่งอาการนอนกรนในเด็กไม่ได้เป็นเพียงแค่เสียงที่ดังรบกวนคนรอบข้าง แต่ในบางครั้งก็อาจเป็นสัญญาณการเจ็บป่วยที่ร้ายแรง และส่งผลเสียต่อสุขภาพเด็กได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมแต่เนิ่น ๆ สล็อตออนไลน์ อาการนอนกรนเป็นอย่างไร ? นอนกรน เป็นอาการที่มีเสียงเกิดขึ้นในระหว่างที่คนเรานอนหลับ เนื่องจากอากาศไม่สามารถเคลื่อนผ่านทางเดินหายใจอย่างจมูกและปากได้อย่างอิสระ ส่งผลให้อวัยวะบางอย่างภายในปากและลำคอสั่นสะเทือนจนมีเสียงที่ผิดปกติเกิดขึ้น เช่น บริเวณลิ้น ลำคอส่วนบน เพดานอ่อน หรือลิ้นไก่ เป็นต้น โดยปัญหาเด็กนอนกรนอาจเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น มีน้ำหนักตัวมาก ทางเดินหายใจบริเวณจมูกถูกปิดกั้น โดยเฉพาะผู้ป่วยไข้หวัดหรือไซนัสอักเสบ ผนังกั้นช่องจมูกคด ต่อมทอนซิลหรือต่อมแอดีนอยด์บวมโต รวมถึงป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ โรคหืด หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เป็นต้น อาการนอนกรนกับภาวะเจ็บป่วยที่ควรระวัง แม้อาการนอนกรนหรือการหายใจเสียงดังอาจเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ แต่ปัญหาสุขภาพดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้เช่นกัน (Obstructive Sleep Apnea: OSA) ซึ่งภาวะนี้เป็นโรคนอนไม่หลับชนิดรุนแรงที่อาจทำให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะและระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายได้หากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง โดยพ่อแม่อาจสังเกตอาการนอนกรนของเด็กและสัญญาณอาการที่ชี้ว่าเด็กอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ดังนี้ jumboslot นอนกรนเสียงดังมากเหมือนผู้ใหญ่ กรนถี่ ๆ หรือกรนเกือบทุกคืนนอนกระสับกระส่าย หรือเด็กอาจมีท่านอนที่ผิดปกติหายใจไม่สะดวก จนทำให้หยุดหายใจขณะนอนหลับได้…

Continue Reading

ภาวะการขาดน้ำในเด็ก

หากเจ้าตัวน้อยมีไข้ ท้องเสีย อาเจียน หรือเสียเหงื่อมากหลังจากเล่นซนมาหมาด ๆ สิ่งที่ผู้ปกครองควรระวังอีกหนึ่งอย่าง คือ ภาวะขาดน้ำ เพราะการขาดน้ำอย่างรุนแรนอาจส่งผลต่อกระบวนการทำงานในร่างกาย และก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพได้ เนื่องจากทารกและเด็กเล็กมักสื่อสารกับพ่อแม่ได้ยาก และช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ทำให้เสี่ยงต่อการขาดน้ำได้ง่าย จึงนับเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากในการสังเกตอาการและความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของลูกรัก โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน โดยในบทความนี้ได้รวบรวมสัญญาณเตือนของภาวะขาดน้ำที่มักเกิดในเด็กมาฝากกัน สล็อตออนไลน์ สัญญาณของภาวะขาดน้ำในเด็กโดยปกติ คนเราจะสูญเสียน้ำในร่างกายทุกวันในรูปแบบของเหงื่อ น้ำตา ปัสสาวะ และอุจจาระ อีกทั้งยังระเหยออกมาจากผิวหนังหรือลมหายใจ ดังนั้น ในวันที่อากาศร้อน ระหว่างออกกำลังกาย หรือเล่นสนุก หากลูกน้อยมีไข้ ท้องเสีย อาเจียน หรือมีเหงื่อออกมาก ผู้ปกครองควรสังเกตอาการที่บ่งบอกว่าลูกน้อยอาจเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ ดังนี้ ปากแห้งปัสสาวะน้อยกว่าปกติ อาจสังเกตได้ว่าเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกไม่เกิน 6 ชิ้นต่อวันมีน้ำตาออกมาน้อยหรือไม่มีน้ำตาเลยขณะร้องไห้ผิวเย็นและแห้งฉุนเฉียวง่ายง่วงซึม หรือเวียนศีรษะตาโหลหรือตาลึกทารกหรือเด็กวัยหัดเดินอาจมีกระหม่อมบุ๋มเล่นน้อยกว่าปกติเด็กที่ขาดน้ำจากอาการท้องเสียอาจมีอุจจาระเหลวเด็กที่ขาดน้ำจากการอาเจียนหรือดื่มน้ำน้อยอาจถ่ายอุจจาระน้อยลงในกรณีที่มีอาการรุนแรง เด็กอาจจะมีอาการหงุดหงิดมาก ตาโหล รู้สึกง่วงซึมมาก มือเท้าเย็นและเปลี่ยนสีไปจากปกติ ผิวหนังเหี่ยวย่น และปัสสาวะเพียงวันละ 1-2 ครั้งเท่านั้น หากลูกน้อยมีอาการดังกล่าว คุณพ่อคุณแม่ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที jumboslot วิธีจัดการกับภาวะขาดน้ำในเด็กการรับมือกับภาวะขาดน้ำในเด็กที่ดีที่สุด คือ การชดเชยปริมาณของเหลวและเกลือแร่ในร่างกายที่สูญเสียไป โดยเด็กเล็กและทารกที่ขาดน้ำจากอาการท้องเสีย อาเจียน หรือเป็นไข้ ควรดื่มน้ำผสมผงเกลือแร่ (Oral Rehydration…

Continue Reading

เคล็ดลับฝึกพูด

การฝึกพูดเป็นวิธีที่จะช่วยให้เจ้าตัวน้อยมีพัฒนาการทางด้านการสื่อสารเหมาะสมตามช่วงวัย คุณพ่อคุณแม่บางคนอาจไม่ทราบมาก่อนว่าทารกเริ่มจดจำและเรียนรู้จากเสียงตั้งแต่อยู่ภายในครรภ์ นอกจากการฝึกพูดจะช่วยเสริมพัฒนาการแล้ว ยังอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติด้านการสื่อสารของเด็กได้ด้วย ในบทความนี้มีเคล็ดลับการฝึกพูดและลำดับพัฒนาการทางด้านการพูดในเด็กทารกและเด็กเล็กมาฝากกัน ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อคุณพ่อคุณแม่และลูกน้อย โดยปกติแล้ว เด็กเล็กมักเริ่มพูดเป็นคำชัดเจนเมื่อมีอายุ 1-2 ขวบ แต่ถ้าเจ้าตัวน้อยไม่ยอมพูดหรือมีการตอบสนองต่อการสื่อสารที่ผิดไปจากที่ควรจะเป็น นี่อาจเป็นสัญญาณของพัฒนาการที่ผิดปกติได้ ซึ่งการศึกษาพัฒนาการทางด้านการสื่อสารของทารกและเคล็ดลับในการฝึกพูดอาจช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถวางแผน เพื่อรับมือหรือส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อยได้ดีขึ้น สล็อตออนไลน์ ฝึกพูด พัฒนาการทางพูดในเด็กทารกข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการของทารกในแต่ละช่วงวัยอาจช่วยให้คุณพ่อคุณแม่วางแผนในการฝึกพูดกับลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้สังเกตเห็นความผิดปกติได้ง่ายขึ้นด้วย โดยพัฒนาการทางการพูดของทารก มีดังนี้ ช่วงอายุ 1-4 เดือนแรกทารกในช่วง 4 เดือนแรก มักสื่อสารด้วยเสียงอ้อแอ้ ใช้ปากทำเสียงต่าง ๆ ที่ไม่มีความหมาย และใช้โทนเสียงในการร้องไห้ที่ต่างกัน เพื่อแสดงความต้องการที่ต่างกัน ช่วงอายุ 5-6 เดือนในช่วง 5 เดือนจนถึงครึ่งปีแรก เจ้าตัวน้อยจะสามารถตอบสนองต่อการเรียกชื่อด้วยการหันไปหาที่มาของเสียง เริ่มตอบสนองต่อของเล่นที่มีเสียงและเสียงดนตรี รู้จักการใช้น้ำเสียงที่ต่างกัน เพื่อแสดงความรู้สึกพอใจหรือไม่พอใจ ช่วงอายุ 9-12 เดือนเด็กจะเริ่มสื่อสารด้วยการออกเสียงคำที่คุ้นเคยพร้อมแสดงท่าทางประกอบ เข้าใจการสื่อสารด้วยประโยคง่าย ๆ อย่างมาหาคุณแม่หน่อย รู้จักสิ่งของทั่วไป มีการเลียนแบบเสียงของคุณพ่อคุณแม่ โดยมักใช้คำที่มีพยางค์เดียว แต่การออกเสียงจะยังไม่ชัดเจนหรือสมบูรณ์ ช่วงอายุ 1-1 ขวบครึ่งในช่วงปีแรก เด็กจะเริ่มพูดคำง่าย ๆ และออกเสียงได้อย่างชัดเจน สามารถจดจำชื่อของคนอื่น ๆ ในครอบครัว รู้จักอวัยวะต่าง…

Continue Reading

สัญญาณเตือนปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็ก

อาการปวดท้องมักเป็นอาการที่ไม่เป็นอันตรายมากนัก และยังเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็กที่พบได้บ่อย โดยสาเหตุอาจมาจากลูกน้อยรับประทานอาหารมากเกินไปหรืออยากเข้าห้องน้ำ แต่อาการบางอย่างจากระบบย่อยอาหารในเด็กก็อาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ปกครองไม่ควรละเลย ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นสังเกตอาการผิดปกติและเรียนรู้ว่าสัญญาณเหล่านั้นเกิดจากสาเหตุอะไร ซึ่งจะช่วยให้ง่ายต่อการดูแลลูกน้อยให้กลับมามีสุขภาพดีได้เร็วขึ้น โดยในบทความนี้ได้รวบรวมสัญญาณที่บ่งบอกถึงปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็กที่พบได้บ่อยมาให้ได้ศึกษากัน สล็อตออนไลน์ ปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็ก 4 สัญญาณเตือนปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็กโดยทั่วไป อาการที่บ่งบอกถึงปัญหาระบบย่อยอาหารในเด็กอาจจะไม่รุนแรงและหายไปได้เอง ซึ่งสัญญาณหรืออาการที่เกิดขึ้นกับลูกน้อยบ่อยครั้งมีดังนี้ อาเจียนอาเจียนในเด็กอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ติดเชื้อไวรัส เมารถ อาหารเป็นพิษ มีไข้ ไอมากเกินไป รับประทานอาหารมากเกินไป ตื่นเต้น ประหม่าหรือกังวลมากเกินไป เป็นต้น บางครั้งก็อาจเกิดได้จากโรครุนแรง อย่างเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ไส้ติ่งอักเสบ หรือลำไส้อุดตันได้อีกด้วย ซึ่งเด็กที่อาเจียนมักจะท้องเสีย ปวดท้อง หรือมีไข้ร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม หากผู้ปกครองสังเกตเห็นว่าลูกอาเจียนบ่อยครั้ง อาเจียนปนเลือดหรือน้ำดี ไม่สามารถดื่มน้ำได้ พบสัญญาณของภาวะขาดน้ำอย่างปัสสาวะน้อยลง ริมฝีปากแห้ง ไม่มีเรี่ยวแรง หรือดูรู้สึกไม่สบาย นี่อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติที่ควรแจ้งให้แพทย์ทราบทันที ปวดท้องปวดท้องเป็นอาการที่อาจเกิดได้จากปัญหาสุขภาพมากมาย ส่วนใหญ่มักเป็นผลมาจากภาวะท้องผูก ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ ไวรัสลงกระเพาะ โรคกระเพาะอาหารอักเสบ และการรับประทานอาหารมากจนเกินไป นอกจากนี้ เด็กยังอาจมีอาการอื่นร่วมด้วยในบางสาเหตุ เช่น เรอ ปวดเกร็งหน้าท้อง คลื่นไส้ หรือรู้สึกไม่สบายตัว ทั้งนี้ เด็กบางคนอาจอธิบายไม่ถูกว่าปวดท้องเพราะต้องการขับถ่าย ผู้ปกครองอาจลองพาลูกไปเข้าห้องน้ำดูก่อนและคอยสังเกตอาการเป็นระยะ แต่ในกรณีที่มีอาการรุนแรงหรือปวดท้องนานกว่า…

Continue Reading

วิธีแก้ปัญหาลูกไม่ยอมกินข้าว

ลูกไม่ยอมกินข้าว นับเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่พบได้ทั่วไปในการเจริญเติบโตของทารกและเด็กเล็ก เมื่อทารกอายุประมาณ 9-11 เดือน จะไม่ต้องการให้พ่อแม่คอยป้อนอาหารให้ แต่อยากกินอาหารด้วยตัวเอง โดยเด็กแต่ละคนจะไม่กินข้าวมากน้อยแตกต่างกันไป ในขณะที่เด็กบางคนยังคงอยากให้พ่อแม่ป้อนข้าวอยู่ โดยเฉพาะเด็กที่คลอดก่อนกำหนดหรือกล้ามเนื้อสำหรับเคี้ยวอาหารมีพัฒนาการช้า โดยทั่วไปแล้ว เมื่อเด็กอายุครบ 1 ปี จะเริ่มเรียนรู้การปฏิเสธหรือคายอาหาร เนื่องจากมีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย สามารถหาและหยิบอาหารต่าง ๆ มากินได้เอง ลักษณะดังกล่าวจัดเป็นสัญชาตญาณที่ช่วยป้องกันตัวเองไม่ให้รับประทานอาหารที่มีสารพิษหรือเป็นอันตรายต่อร่างกายเข้าไป ส่วนใหญ่แล้ว พฤติกรรมลูกไม่ยอมข้าวนั้นจะไม่เกิดขึ้นนาน และหายไปเองได้โดยไม่จำเป็นต้องพบแพทย์ อย่างไรก็ตาม เด็กเล็กบางรายอาจมีพฤติกรรมดังกล่าวอันเกิดจากปัญหาสุขภาพ ซึ่งพ่อแม่ควรสังเกตและเตรียมรับมือดังจะกล่าวต่อไป slotxo ปัญหาลูกไม่ยอมกินข้าวเกิดจากสาเหตุที่แตกต่างกันไป ได้แก่ การเลือกกิน การเลี่ยงอาหารใหม่ อาการแพ้อาหาร โรคกลัวอาหาร ปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อการกิน และสาเหตุอื่น ๆ ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ การเลือกกิน เด็กมีปัญหาในการเลือกรับประทานอาหารบางอย่าง เนื่องจากไม่ชอบเนื้อสัมผัส รสชาติ หรือกลิ่นของอาหารนั้น ๆ พ่อแม่ควรสังเกตพฤติกรรมการเลือกกินของลูก เพื่อดูว่าเด็กเลือกกินและไม่กินอาหารอะไรบ้าง โดยทั่วไปแล้ว เด็กจะเริ่มเลือกกินมากขึ้นในกรณีที่เคยมีปัญหาการให้อาหารยากหรือเกิดความวิตกกังวลต่าง ๆ โดยเด็กที่ไม่ได้ลองกินอาหารที่มีเนื้อสัมผัสหรือรสชาติแปลกใหม่ตั้งแต่อายุยังน้อยมีแนวโน้มเกิดพฤติกรรมการเลือกกินได้สูง ทั้งนี้ เด็กบางคนอาจเริ่มมีพฤติกรรมดังกล่าวหลังจากที่เคยกินอาหารได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม เด็กที่เลือกกินอาหารอาจไม่ได้มีน้ำหนักตัวต่ำกว่ามาตรฐานหรือสุขภาพไม่ดี เนื่องจากเด็กบางคนก็ได้รับจำนวนแคลอรี่ และสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแม้จะชอบเลือกกินก็ตามเลี่ยงของกินแปลกใหม่ เด็กเล็กมักเลี่ยงกินอาหารใหม่ พ่อแม่ควรช่วยให้เด็กลองรับประทานอาหารใหม่ ๆ โดยให้อาหารที่มีรสชาติคล้ายกับอาหารที่เด็กคุ้นเคย…

Continue Reading