ประโยชน์ของพริกชี้ฟ้า

พริกชี้ฟ้าเป็นส่วนประกอบของอาหารไทยหลายชนิด ด้วยรสชาติที่เผ็ดร้อนและจัดจ้านที่ทำให้หลายคนชื่นชอบ จึงเลือกพริกชนิดนี้มาปรุงอาหาร นอกเหนือจากรสชาติอันโดดเด่นนี้แล้ว พริกชี้ฟ้ายังมีประโยชน์ต่อสุขภาพในแบบที่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อน รสชาติเผ็ดร้อนของพริกชี้ฟ้าเกิดจากสารที่ชื่อว่า แคปไซซิน (Capsaicin) ซึ่งเชื่อกันว่าอาจมีประโยชน์ต่อผู้ที่ต้องการลดความอ้วนหรือควบคุมน้ำหนัก อีกทั้งยังนำมาใช้เป็นส่วนผสมของครีมสำหรับรักษาโรคบางโรคด้วย นอกจากนี้ พริกชี้ฟ้ายังอุดมไปด้วยวิตามินเอ ในปริมาณเพียง 5 กรัม อาจได้รับวิตามินเอถึง 44 เปอร์เซ็นต์ของวิตามินเอที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน ส่วนประโยชน์อื่น ๆ ของพริกชนิดนี้จะมีอะไรบ้าง ติดตามได้จากในบทความนี้ สล็อตออนไลน์ ประโยชน์ของพริกชี้ฟ้านอกจากรสชาติความเผ็ดร้อนที่หลายคนติดใจแล้ว พริกชี้ฟ้ายังมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ดังนี้ บรรเทาอาการปวดสารแคปไซซินมีสรรพคุณช่วยลดอาการปวด โดยช่วยยับยั้งสารซับสแตนซ์พี (Substance P) หรือสารกระตุ้นความรู้สึกปวดที่ส่งไปยังสมองให้น้อยลง จึงส่งผลให้ความรู้สึกปวดลดลง ด้วยเหตุนี้ สารแคปไซซิน มักจะพบได้ในครีมทาบรรเทาอาการปวดหลายยี่ห้อ ซึ่งอาจเลือกใช้สำหรับบรรเทาอาการปวดท้่วไปได้ แต่เพื่อความปลอดภัย ก่อนการใช้ควรปรึกษาเภสัชกรถึงวิธีการใช้และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีแผลหรือเป็นโรคผิวหนังอยู่ก่อนแล้ว ควบคุมน้ำหนักประโยชน์ของพริกชี้ฟ้าในข้อนี้อาจเป็นตัวช่วยให้หลาย ๆ คนที่กำลังอยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนักมีตัวเลือกในการรับประทานอาหารเพิ่มขึ้น สำหรับสาเหตุที่พริกชนิดนี้อาจเป็นประโยชน์ต่อการคุมน้ำหนัก เพราะจากการศึกษาพบว่าสารแคปไซซินในพริกชนิดนี้มีส่วนช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ ซึ่งอาจช่วยในการลดน้ำหนักและป้องกันน้ำหนักกลับมาเพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ สารแคปไซซินอาจช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้ไม่หิวระหว่างวันและช่วยให้อิ่มเร็วขึ้นด้วย โดยการศึกษาชิ้นหนึ่งให้อาสาสมัครรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีสารแคปไซซิน ผลพบว่าผู้เข้าร่วมการทดลองรู้สึกอิ่มเร็วขึ้นกว่าปกติ ทำให้รับประทานน้อยลงและได้รับพลังงานลดลงไปด้วย ด้วยเหตุนี้ ใครที่กำลังทำอาหารลดน้ำหนักอาจลองเพิ่มรสชาติเผ็ดร้อนของพริกชี้ฟ้าเข้าไปด้วย เพราะนอกจากจะได้รับทั้งความอร่อยแล้ว ยังอาจได้รับประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย อย่างไรก็ตาม การศึกษาดังกล่าวมีจำนวนของผู้เข้าร่วมน้อยและทดลองในระยะเวลาสั้น จึงควรรอผลการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันสรรพคุณช่วยลดความหิวและกระตุ้นการเผาผลาญของพริกชี้ฟ้า jumboslot บรรเทาอาการคันจากโรคสะเก็ดเงินโรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากภูมิคุ้มกันในร่างกายผิดปกติ…

Continue Reading

ประโยชน์ของกานพลู

กานพลูเป็นพืชที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี มีประโยชน์ทั้งส่วนดอก ลำต้น และน้ำมัน ซึ่งอาจนำมาใช้รักษาทางทัตกรรม ต้านอนุมูลอิสระ และป้องกันมะเร็ง อีกทั้งยังใช้เป็นเครื่องเทศช่วยเพิ่มรสเผ็ดให้กับอาหารคาวหวาน และเป็นส่วนประกอบในยาสีฟัน สบู่ น้ำหอม เครื่องสำอาง และบุหรี่ด้วย กานพลูในปริมาณ 2 กรัม จะให้พลังงานประมาณ 21 กิโลแคลอรี่ ซึ่งมีทั้งใยอาหาร คาร์โบไฮเดรต วิตามินซี แร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย รวมไปถึงในน้ำมันกานพลูยังมีสารยูจีนอล (Eugenol) เป็นสารประกอบหลักที่เชื่อว่าช่วยลดอาการปวดและการติดเชื้อได้ นอกจากนี้ ในหมู่คนทำอาหารอาจใช้กานพลูทั้งต้น หรือในแบบผงบดละเอียด เพื่อเพิ่มรสชาติอาหารและเติมสารอาหารที่สำคัญในแต่ละมื้อ สล็อตออนไลน์ คุณประโยชน์ของกานพลูหลายคนเชื่อกันว่ากานพลูเป็นของดีที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอยู่มาก ทำให้มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นที่แสดงให้เห็นถึงสรรพคุณในด้านต่าง ๆ ของกานพลู ดังนี้ ต่อต้านอนุมูลอิสระอนุมูลอิสระเป็นสารที่เกิดขึ้นในร่างกายโดยธรรมชาติจากสิ่งแวดล้อมโดยรอบหรือจากการรับประทานอาหาร ซึ่งหากสารนี้มีความเข้มข้นสูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อร่างกาย และนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้ เช่น โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดแดงแข็ง ภาวะการอักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางระบบประสาท โรคหัวใจ เป็นต้น แต่การรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระอาจช่วยลดปริมาณอนุมูลอิสระในร่างกายได้ โดยจากการค้นคว้าวิจัยพบว่า กานพลูสามารถใช้ในการถนอมอาหารและเป็นแหล่งสารต้านอนุมูลอิสระธรรมชาติ จึงอนุมานได้ว่ากานพลูอาจช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องขยายผลการศึกษาเพิ่มเติมในมนุษย์ เพื่อช่วยยืนยันประสิทธิภาพในด้านนี้ให้มากขึ้น ป้องกันโรคมะเร็งมะเร็งเกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย และเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเนื้อร้าย…

Continue Reading

ประโยชน์ของน้ำผึ้ง

น้ำผึ้งผลิตจากน้ำหวานที่ผึ้งสะสมจากดอกไม้พืชพันธุ์ต่าง ๆ ประกอบด้วยน้ำตาลประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือเป็นน้ำ แร่ธาตุ กรด โปรตีนบางชนิด และสารชนิดอื่น ๆ คุณประโยชน์ทางการแพทย์ของน้ำผึ้งนั้นเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายและมีการใช้น้ำผึ้งช่วยรักษาโรคหลากหลายชนิดมาอย่างยาวนาน slotxo นักวิทยาศาสตร์คาดว่าน้ำผึ้งมีคุณสมบัติในการต้านแบคทีเรีย เนื่องจากมีสารบางชนิดที่อาจสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ทำให้แม้ระหว่างการผลิต น้ำผึ้งจะเจือปนด้วยเชื้อโรคจากตัวผึ้ง ต้นพืช และฝุ่น แต่คุณสมบัติในการต้านเชื้อโรคก็ทำให้มั่นใจได้ว่าสารอินทรีย์ส่วนใหญ่ที่เจือปนจะไม่อาจอยู่รอดหรือสืบพันธ์ุจนเพิ่มจำนวนขึ้นใหม่ได้ นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าน้ำผึ้งอาจมีคุณประโยชน์ในด้านการให้สารอาหาร เร่งให้แผลสมานตัวเร็วขึ้้น ช่วยรักษาความชุ่มชื้นและทำให้ผ้าพันแผลไม่ติดแน่นไปกับแผลหากทาลงบนผิวหนัง และอื่น ๆ อีกมากมาย ประโยชน์ของน้ำผึ้งที่เคยได้ยินมานั้นสามารถเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด ฐานข้อมูลที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการแพทย์ทางธรรมชาติ (Natural Medicines Comprehensive Database) ที่มีการแบ่งระดับความน่าเชื่อถือของการใช้การรักษาทางเลือกจากธรรมชาติเป็น 7 ระดับ คือ ได้ผล (Effective) น่าจะได้ผล (Likely Effective) อาจได้ผล (Possibly Effective) อาจไม่ได้ผล (Possibly Ineffective) น่าจะไม่ได้ผล (Likely Ineffective) ไม่ได้ผล (Ineffective) และยังมีหลักฐานไม่เพียงพอต่อการบ่งบอกประสิทธิภาพ (Insufficient Evidence to Rate) ได้ระบุประสิทธิภาพในการใช้น้ำผึ้งรักษาโรคต่าง ๆ…

Continue Reading

ประโยชน์ของขิง

ขิง เป็นพืชที่มีเหง้าใต้ดิน ภายนอกเหง้าเป็นน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีขาวหรือเหลืองอ่อน มักนำมาปรุงอาหารเพราะส่งกลิ่นหอม นอกจากนี้ ขิงยังใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องดื่ม สบู่ และเครื่องสำอางทั้งหลายเช่นกัน ด้านประโยชน์ต่อสุขภาพ มีความเชื่อเกี่ยวกับการใช้ขิงรักษาโรคหลากหลายชนิดมาอย่างยาวนาน เช่น โรคเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารอย่างท้องเสีย มีแก๊สในกระเพาะ อาหารไม่ย่อย อาการเมารถเมาเรือ คลื่นไส้ ไม่อยากอาหาร slotxo คุณสมบัติของขิงเชื่อว่าประกอบด้วยสารที่อาจช่วยลดอาการคลื่นไส้และลดการอักเสบ โดยนักวิจัยส่วนใหญ่คาดว่าเป็นสารที่ออกฤทธิ์ในกระเพาะอาหารและลำไส้ และสารนี้อาจส่งผลต่อสมองหรือระบบประสาทส่วนที่ควบคุมอาการคลื่นไส้ด้วย แต่ข้อสันนิษฐานดังกล่าวยังไม่ชัดเจนนัก และคุณสมบัติด้านอื่น ๆ มีข้อมูลน้อยกว่า ซึ่งประโยชน์ของขิงต่อสุขภาพที่เราเชื่อกันนั้น ขณะนี้ทางวิทยาศาสตร์มีข้อมูลชี้แจงไว้ดังนี้ การรักษาที่อาจได้ผล อาการคลื่นไส้อาเจียนที่เกิดจากการใช้ยาต้านไวรัสเอชไอวีหรือเอดส์ สรรพคุณบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนของขิงอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคนี้ที่มักได้รับผลข้างเคียงจากการใช้ยารักษาโรค โดยจากการศึกษาผู้ป่วยจำนวน 102 คน แบ่งให้กลุ่มหนึ่งรับประทานขิง 500 กรัม อีกกลุ่มรับประทานยาหลอกวันละ 2 ครั้ง ในช่วง 30 นาทีก่อนจะได้รับยารักษาโรคเอดส์อย่างยาต้านรีโทรไวรัส เป็นเวลาทั้งหมด 14 วัน พบว่าขิงช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียนที่เกิดจากการรักษาโรคติดเชื้อเอชไอวีได้ อาการคลื่นไส้อาเจียนหลังจากการผ่าตัด ขิงอาจช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้และอาเจียนจากการผ่าตัดได้เช่นเดียวกัน โดยการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ชี้ว่าการรับประทานขิง 1-1.5 กรัม ในช่วง 1 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัดนั้นดูเหมือนจะช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียนที่อาจเกิดขึ้นในระหว่าง 24 ชั่วโมงหลังได้รับการผ่าตัด งานวิจัยหนึ่งทดลองแบ่งคนไข้จำนวน 122 คนที่รับการผ่าตัดต้อกระจกให้รับประทานแคปซูลขิง…

Continue Reading

ใบบัวบก พืชสารพัดประโยชน์

ใบบัวบก เป็นพืชสมุนไพรที่เจริญเติบโตในแถบประเทศอินเดีย แอฟริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใบและลำต้นนำมาใช้เป็นยารักษาโรคตามแพทย์แผนโบราณของอินเดียและจีนมาอย่างยาวนาน ใช้รักษาหลายโรค เช่น โรคซิฟิลิส โรคหอบหืด หรือโรคสะเก็ดเงิน และยังนำมาประกอบอาหารได้อีกด้วย slotxo ใบบัวบกประกอบด้วยสารออกฤทธิ์หลักที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอยู่หลายชนิด เช่น ซาโปนิน (Saponin) หรือไตรเทอร์พีนอยด์ (Triterpenoids) เอเชียติโคไซด์ (Asiaticoside) กรดเอเชียติก (Asiatic Acid) มาเดแคสโซไซด์ (Madecassoside) และกรดมาดีคาสสิค (Madecassic Acid) จึงทำให้นำมาใช้ในทางการแพทย์ โดยเชื่อว่ามีสรรพคุณหลายอย่าง เช่น บรรเทาอาการอักเสบ หากใช้รับประทานอาจมีคุณสมบัติช่วยลดความดันโลหิตในหลอดเลือดดำ และนำมาใช้รักษาโรคหรืออาการที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือปรสิตต่าง ๆ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ การติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะ โรคงูสวัด โรคเรื้อน อหิวาตกโรค โรคบิด โรคเท้าช้าง วัณโรค โรคพยาธิใบไม้ในเลือด เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อว่าหากใช้ใบบัวบกทาที่ผิวหนังอาจช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสมานบาดแผล ลดเลือนรอยแผลเป็น รวมถึงปัญหาท้องลายที่มีสาเหตุมาจากการตั้งครรภ์ แต่ข้อพิสูจน์หรือหลักฐานทางการแพทย์มีมากน้อยมีมากน้อยเพียงใดที่จะช่วยยืนยันความเชื่อ สรรพคุณ และความปลอดภัยของใบบัวบกในการรักษาโรคเหล่านี้ การรักษาด้วยใบบัวบกที่อาจได้ผล เส้นเลือดขอด มีการศึกษาชิ้นหนึ่งรายงานว่าใบบัวบกอาจมีส่วนช่วยบำรุงและสร้างสมดุลในการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Connective…

Continue Reading

สมุนไพรลดไขมัน

ไขมันหรือคอเลสเตอรอลในเลือดสูงส่งผลเสียต่อสุขภาพและอาจพัฒนาไปสู่โรคร้ายในอนาคต นอกจากการแพทย์แผนปัจจุบัน สมุนไพรเป็นอีกตัวเลือกที่หลายคนให้ความสนใจ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่ถูกกล่าวอ้างว่ามีส่วนช่วยในการลดระดับไขมันในเลือด แต่ข้อพิสูจน์ทางการแพทย์จริง ๆ แล้วกล่าวถึงสมุนไพรลดไขมันเหล่านี้ไว้อย่างไรบ้าง slotxo คอเลสเตอรอล (Cholesterol) จัดเป็นสารประกอบไขมันชนิดหนึ่งที่มีหน้าที่สำคัญหลายประการ ส่วนใหญ่ถูกผลิตได้จากตับและได้รับจากอาหารที่รับประทานเข้าไป คอเลสเตอรอลจะถูกขนส่งไปยังอวัยวะและส่วนอื่นทั่วร่างกาย โดยไปจับตัวกับโปรตีนจนเป็นสารที่มีชื่อว่า ไลโปโปรตีน (Lipoprotein) อยู่ในเลือด เนื่องจากคุณสมบัติที่ไม่ละลายน้ำ ซึ่งไลโปโปรตีนแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ เอชดีแอล หรือคอเลสเตอรอลชนิดดี (High-Density Lipoprotein: HDL) เป็นตัวนำคอเลสเตอรอลส่วนเกินจากเซลล์อื่น ๆ ไปกำจัดยังตับหรือขับออกจากร่างกายในรูปของเสีย จึงจัดเป็นไขมันชนิดดีที่ร่างกายควรมีแอลดีแอล หรือคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (Low-Density Lipoprotein: LDL) เป็นตัวนำคอเลสเตอรอลไปยังเซลล์ต่าง ๆ แต่เมื่อร่างกายมีมากจะทำให้เกิดการสะสมตามผนังหลอดเลือด ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดแดง จึงจัดเป็นไขมันชนิดไม่ดีที่ควรเลี่ยงคอเลสเตอรอลในเลือดวัดได้จากการตรวจเลือด ซึ่งระดับคอเลสเตอรอลที่เหมาะสมจะขึ้นกับความเสี่ยงทางสุขภาพของแต่ละคน โดยทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่ที่สุขภาพแข็งแรงควรมีระดับคอเลสเตอรอลรวมไม่เกิน 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ส่วนคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีควรไม่เกิน 130 มิลลิกรัม/เดซิลิตร และคอเลสเตอรอลชนิดดี ไม่ควรน้อยกว่า 50-60 มิลลิกรัม/เดซิลิตร อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยอื่นที่ช่วยในการพิจารณาคอเลสเตอรอลในเลือดอีกหลายส่วน หากร่างกายมีการสะสมคอเลสเตอรอลในปริมาณมากจนเกินความต้องการ จะทำให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูงหรือคอเลสเตอรอลสูงตามมา การควบคุมระดับไขมันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยลดความความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ จึงทำให้สมุนไพรที่หาได้ง่ายในประเทศไทยและยังเชื่อกันว่ามีคุณสมบัติทางการแพทย์ตามตำรับยาโบราณถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูง กระเทียม…

Continue Reading

สรรพคุณของขมิ้น

ขมิ้นหรือขมิ้นชัน เป็นเครื่องเทศที่ใช้อย่างแพร่หลายในอาหารของประเทศแถบเอเชีย โดยเฉพาะอาหารประเภทแกง ด้วยรสชาติและสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ มีรสเผ็ดร้อน และขมเล็กน้อย จึงถูกนำไปใช้เป็นเครื่องปรุงรสหรือแต่งสีในผลิตภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ และสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย สำหรับส่วนที่เป็นเหง้าหรือรากของต้นนิยมใช้ทำเป็นยารักษาโรค เนื่องจากสารสำคัญสีเหลืองที่ชื่อว่า เคอร์คูมิน (Curcumin) ได้รับการกล่าวอ้างถึงฤทธิ์ในการรักษาและป้องกันโรคได้มากมายตั้งแต่อดีต เช่น โรคปวดข้อ ต้านการอักเสบในร่างกาย บรรเทาอาการท้องเสีย ยับยั้งการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไรหรือเอชไพโลไร (Helicobacter Pylori) ท้องอืด ท้องเฟ้อ ลดไขมันในเลือด การอักเสบของผิวหนัง ปวดศีรษะ เป็นต้น slotxo จากฐานข้อมูลที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการแพทย์ทางธรรมชาติ (Natural Medicines Comprehensive Database) ได้แบ่งระดับความน่าเชื่อถือของการใช้การรักษาทางเลือกจากธรรมชาติจากขมิ้นอยู่ในระดับการรักษาที่อาจได้ผลและยังไม่มีหลักฐานเพียงพอต่อการระบุประสิทธิภาพ ซึ่งประโยชน์ต่อสุขภาพที่มีการค้นคว้าและมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์กล่าวถึง มีดังนี้ คุณค่าทางโภชนาการของขมิ้นที่อาจเป็นประโยชน์ ภาวะคอเลสเตอรอลสูง งานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าการรับประทานขมิ้นหรืออาหารเสริมจากขมิ้นที่มีสารเคอร์คูมินในปริมาณที่เหมาะสมต่อวันอาจเป็นประโยชน์ต่อการลดระดับไขมันรวมและเพิ่มระดับไขมันชนิดดีในเส้นเลือด จากการศึกษาประสิทธิภาพสารเคอร์คูมินต่อระดับไขมันรวม ไขมันชนิดไม่ดี ไขมันชนิดดี และไตรกลีเซอไรด์ในผู้ป่วยภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน 75 คน โดยให้รับประทานสารเคอร์คูมิน 3 ขนาด แบ่งรับประทาน 3 ครั้งต่อวัน ได้แก่ ปริมาณน้อย 15 มิลลิกรัมต่อวัน ปริมาณปานกลาง 30 มิลลิกรัมต่อวัน และปริมาณสูง…

Continue Reading

สรรพคุณของสะเดา สมุนไพรพื้นบ้าน

สะเดา พืชยืนต้นที่นอกจากประโยชน์ในด้านการเป็นอาหารแล้ว ยังนิยมนำแทบทุกส่วนมาใช้เป็นยารักษาโรคมาอย่างช้านาน ทั้งเปลือกไม้ ใบ กิ่ง ก้าน ดอก ผล เมล็ด หรือแม้แต่รากของสะเดาก็ตาม โดยสรรพคุณทางยาของสะเดาที่เชื่อกันนั้นมีหลากหลาย ตั้งแต่การใช้ลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน ป้องกันมะเร็ง รักษาโรคหัวใจ โรคกระเพาะอาหาร โรคมาลาเรีย โรคเหงือกและฟัน รักษาเหา ตลอดจนประโยชน์ในการไล่แมลงต่าง ๆ แต่สรรพคุณที่กล่าวอ้างเหล่านี้มีประสิทธิผลจริงหรือไม่ มีการวิจัยใดที่ยืนยันได้บ้าง คุณประโยชน์ที่พอจะมีการทดลองทางวิทยาศาสตร์ปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน มีดังนี้ slotxo 1.ดีต่อสุขภาพฟัน ด้วยคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านเชื้อรา ป้องกันฟันผุและการเกิดคราบหินปูนที่คาดว่าอาจได้จากสะเดา ทำให้ประโยชน์ในด้านนี้ได้รับความสนใจและเริ่มมีการศึกษาถึงประสิทธิภาพของสะเดาต่อการบำรุงสุขภาพฟันอย่างหลากหลาย แต่งานวิจัยที่มีล้วนยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน ผู้ใช้ไม่ควรคาดหวังผลจากการใช้มากนัก สำหรับผู้ที่จัดฟันซึ่งมักเผชิญปัญหาในการดูแลความสะอาดของช่องปากนั้น การศึกษาชี้ว่ากรดของสารสกัดเอทานอลจากใบสะเดามีคุณสมบัติช่วยยับยั้งกำจัดเชื้อแบคทีเรียหลาย ๆ ชนิดในช่องปากที่สามารถผลิตกรดและก่อเกิดคราบหินปูนบริเวณซอกฟันที่ติดเครื่องมือทันตกรรมจัดฟันชนิดติดแน่นได้ ส่วนประโยชน์ด้านการป้องกันโรคทางปริทันต์ต่าง ๆ การใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมหลักเป็นสารสกัดจากสะเดาอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกธรรมชาติที่ให้ผลการป้องกันและรักษาโรคเหงือก รวมถึงปัญหากลิ่นปากได้ดี ดังการทดลองหนึ่งที่ให้ผู้ป่วยที่มีโรคเหงือกอักเสบอันเกิดจากคราบหินปูนใช้น้ำยาบ้วนปากสะเดา 15 มิลลิลิตร บ้วนปากวันละ 2 ครั้ง นานกว่า 21 วัน ปรากฏว่าน้ำยาบ้วนปากสะเดาให้ผลดีเทียบเท่ากับน้ำยาบ้วนปากคลอร์เฮกซิดีน (Chlorhexidine) โดยช่วยลดเหงือกอักเสบ การมีเลือดออกตามไรฟัน คราบหินปูนสะสม และยังมีผลข้างเคียงจากการใช้ที่น้อยกว่า นอกจากนี้ ปัญหาการติดเชื้อระหว่างการรักษารากฟันถือเป็นภาวะที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง แต่ด้วยน้ำยาล้างรากฟันเพื่อป้องกันการติดเชื้ออย่างโซเดียมไฮโปคลอไรท์ (Sodium…

Continue Reading

ประโยชน์ของตะไคร้

ตะไคร้ เป็นพืชสมุนไพรท้องถิ่นในประเทศแถบเอเชียเขตร้อน มีลักษณะคล้ายหญ้าและมีใบสูงยาวส่งกลิ่นเฉพาะตัว นอกจากนำมาใช้ประกอบอาหาร ปรุงแต่งกลิ่นในอาหาร และทำเครื่องดื่มแล้ว ตะไคร้ยังถูกนำไปใช้ในหลากสาขา เช่น อุตสาหกรรมสบู่ เครื่องสำอาง การบำบัดด้วยกลิ่น หรือการสกัดเป็นยารักษา โดยมีความเชื่อว่าสารเคมีในตะไคร้ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ อาจสามารถช่วยป้องกันการเติบโตของแบคทีเรียกับยีสต์ได้ ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดและลดไข้ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในระหว่างมีประจำเดือน และเป็นส่วนผสมในสารที่ช่วยไล่ยุงได้ เป็นต้น slotxo แม้จะเป็นพืชสมุนไพรที่ได้รับความนิยมในการบริโภคและประยุกต์ใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์เกี่ยวกับประสิทธิผลของตะไคร้แท้จริงแล้วยังคงมีอย่างจำกัด และไม่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการในเชิงการแพทย์ โดยบางงานวิจัยก็ได้ตรวจสอบสมมติฐานถึงผลของตะไคร้ต่อสุขภาพในด้านต่าง ๆ ดังนี้ 1.ระงับกลิ่นปากที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย กลิ่นปากเป็นปัญหาสุขภาพอย่างหนึ่งซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งจากการรับประทานอาหาร การสูบบุหรี่ การไม่รักษาสุขอนามัยภายในช่องปาก การติดเชื้อภายในช่องปาก ตลอดจนการใช้ยารักษาบางชนิด ผู้ที่มีกลิ่นปากอาจสูญเสียความมั่นใจและเกิดความวิตกกังวลจนอาจต้องไปปรึกษาแพทย์ เพื่อหาวิธีรักษาและระงับกลิ่นปาก ตะไคร้เป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว จึงมีการค้นคว้าที่นำตะไคร้มาเป็นส่วนหนึ่งในการทดลองใช้สารสกัดจากตะไคร้ผลิตน้ำยาบ้วนปาก โดยมีผู้อาสาเข้าร่วมการทดลองจำนวน 20 ราย ผลการทดลองพบว่า น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของตะไคร้มีประสิทธิผลต่อการยับยั้งแบคทีเรียที่อาจก่อให้เกิดกลิ่นปากบางชนิดได้ คือ แบคทีเรียกลุ่มแอกทิโนไมซีเทมคอมิแทนส์ (Aggregatibacter Actinomycetemcomitans) และ พอร์ฟิโรโมแนส จินจิวาลิส (Porphyromonas Gingivalis) แต่มีประสิทธิผลต่ำต่อการต้านเชื้อแบคทีเรียสเตร็ปโตค็อกคัส (Streptococcus Mutans) โดยรวมแล้ว น้ำยาบ้วนปากจากตะไคร้สามารถช่วยลดกลิ่นปากลงได้และพบว่ามีความปลอดภัยจากการใช้งานในกลุ่มผู้ถูกทดลอง แม้ยังคงต้องมีการปรับปรุงกลิ่นฉุนและรสชาติจากตะไคร้เพิ่มเติมต่อไป อย่างไรก็ตาม งานทดลองนี้เป็นงานทดลองขนาดเล็ก จึงควรมีการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมในด้านนี้ต่อไป…

Continue Reading