เคล็ดลับแก้อาการถ่ายไม่ออก

โรคไอบีเอสหรือลำไส้แปรปรวนในกลุ่มอาการท้องผูก (Irritable Bowel Syndrome with Constipation: IBS-C) เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พบเจอได้บ่อย หลายคนเลยหลงคิดไปว่า อาการถ่ายไม่ออก อุจจาระเป็นก้อนแข็ง ปวดท้อง หรือท้องอืดนั้นเป็นเรื่องธรรมดา จึงไม่ได้ให้ความสำคัญหรือหาวิธีดูแลตนเองมากนัก แต่แท้จริงแล้วปัญหาเรื่องการขับถ่าย โดยเฉพาะการถ่ายไม่ออกหรือท้องผูกอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้ แม้ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของโรคลำไส้แปรปรวนในกลุ่มอาการท้องผูก แต่มีปัจจัยบางอย่างอาจไปเพิ่มความเสี่ยงของโรคนี้ได้ เช่น การถ่ายทอดทางพันธุกรรม ระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือการอักเสบในระบบทางเดินอาหาร การทำงานไม่ประสานกันระหว่างสมองและลำไส้ เป็นต้น ในเบื้องต้น ผู้ป่วยสามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการดูแลตนเองหรือใช้ยาระบายภายใต้คำแนะนำของเภสัชกรหรือแพทย์ผู้ดูแล สล็อตออนไลน์ อาการของลำไส้แปรปรวนในกลุ่มอาการท้องผูกมีอะไรบ้าง ?โดยทั่วไป ลำไส้แปรปรวนในกลุ่มนี้มักก่อให้เกิดอาการหลัก คือ ท้องผูก ท้องเสียควบคู่ไปกับอาการอึดอัดท้องและปวดท้อง โดยผู้ป่วยอาจถ่ายไม่ออก ถ่ายไม่สุด ถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรืออุจจาระมีลักษณะเป็นก้อนแข็ง จนอาจต้องปรับเปลี่ยนท่าทางในการขับถ่ายหรือกดนวดท้องเพื่อช่วยกระตุ้นการขับถ่าย และยังอาจพบอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ท้องอืดพร้อมอาการปวด แต่มักหายไปหลังจากขับถ่ายและสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ หรือมีแก๊สในกระเพาะอาหาร เป็นต้น ทั้งนี้ ลำไส้แปรปรวนในกลุ่มอาการท้องผูกจะไม่อืดท้องมากเหมือนกับอาการท้องผูกทั่วไปแต่อย่างใด และไม่ทำให้ผู้ป่วยถ่ายอุจจาระปนเลือดหรือมีน้ำหนักตัวลดลง หากมีอาการดังกล่าวเกิดขึ้นควรไปปรึกษาแพทย์ เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม เคล็ดลับรักษาอาการท้องผูกจากลำไส้แปรปรวนการดูแลและบรรเทาอาการจากโรคลำไส้แปรปรวนในกลุ่มอาการท้องผูกนั้นทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร โดยเน้นบริโภคอาหารที่มีกากใยสูง อย่างผัก ผลไม้ หรือถั่ว และหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ น้ำอัดลม…

Continue Reading

อาการท้องผูกภัยเงียบที่ควรระวัง

อาการท้องผูก เป็นการถ่ายอุจจาระน้อยครั้งกว่าปกติ และอาจส่งผลให้ถ่ายอุจจาระลำบากร่วมด้วย โดยทั่วไป จะถือว่ามีอาการท้องผูกเมื่อไม่ขับถ่ายอุจจาระนานเกิน 3 วัน แต่บางคนอาจมีอาการอื่น ๆ เกิดร่วมด้วยและแตกต่างกันไปในแต่ละคน สาเหตุของอาการท้องผูกในแต่ละคนอาจแตกต่างกัน เช่น รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย ดื่มน้ำน้อย ไม่ค่อยออกกำลังกาย เปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน หรือใช้ยาบางชนิด เป็นต้น แม้ว่าอาการท้องผูกเป็นครั้งคราวจะเป็นเรื่องธรรมดา แต่บางรายอาจมีอาการท้องผูกเรื้อรังจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน โดยในเบื้องต้นสามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมหรือปรับการรับประทานอาหาร แต่หากมีอาการเรื้อรังควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม สล็อตออนไลน์ อาการท้องผูกมีอะไรบ้างอาการท้องผูกนั้นเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก ผู้หญิงและสตรีมีครรภ์อาจเสี่ยงต่ออาการท้องผูกมากกว่าคนทั่วไป ซึ่งนอกเหนือจากการไม่ถ่ายอุจจาระนานกว่า 3 วันแล้ว ผู้ที่มีอาการท้องผูกยังอาจเกิดอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น อุจจาระมีลักษณะเป็นก้อนแข็งหรือก้อนเล็ก ๆต้องใช้แรงมากในการเบ่งอุจจาระรู้สึกถ่ายอุจจาระไม่ออกหรือถ่ายไม่สุด เจ็บขณะถ่ายอุจจาระต้องกดหน้าท้องหรือใช้มือช่วยล้วงขณะถ่ายอุจจาระใช้เวลาในการถ่ายอุจจาระนานกว่าการขับถ่ายปกติท้องอืดทั้งนี้ ผู้ที่มีอาการข้างต้นมากกว่า 2-3 ข้อเป็นระยะเวลานานกว่า 3 เดือน อาจเป็นสัญญาณของอาการท้องผูกเรื้อรัง และควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะหากมีอาการท้องผูกร่วมกับมีอาการอื่น ๆ เช่น jumboslot ถ่ายอุจจาระปนเลือดท้องผูกอย่างเฉียบพลันร่วมกับอาการปวดท้องหรือปวดเกร็งหน้าท้องไม่ถ่ายอุจจาระร่วมกับไม่ผายลมออกมาน้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุขนาด รูปร่าง หรือความอ่อนนุ่มของอุจจาระเปลี่ยนไปอย่างมากลองปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์แล้วไม่ได้ผลเคล็ดลับง่าย ๆ ป้องกันอาการท้องผูกอาการท้องผูกที่ไม่รุนแรงสามารถป้องกันหรือลดความเสี่ยงได้หลากหลายวิธี ซึ่งเราสามารถทำได้เองง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน เครดิตฟรี เพิ่มการรับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง วันละ…

Continue Reading

กินไฟเบอร์แก้ท้องผูก

เมื่ออายุมากขึ้นเป็นธรรมดาที่ต้องเผชิญกับฝ้าและปัญหาผิวมากมาย เพราะการผลัดเซลล์ผิวที่ใช้เวลานานขึ้นตามอายุหรือผิวโดนทำร้ายจากมลภาวะและสภาพแวดล้อมได้ง่าย แม้ว่าฝ้าจะเป็นปัญหาที่ไม่เป็นอันตราย แต่อาจทำให้เราสูญเสียความมั่นใจได้ไม่น้อยเมื่อส่องกระจกแล้วเห็นรอยด่างดำกระจายอยู่ทั่วใบหน้า slotxo ฝ้ามีส่วนคล้ายคลึงกับปัญหาผิวอย่างกระ หากต้องการรักษาให้หายควรปรึกษาแพทย์เพื่อการดูแลรักษาที่ตรงจุด อย่างไรก็ตาม ฝ้าหรือจุดด่างดำตามวัยอาจจางลงได้หากเราดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับวัย 40 ที่เหมาะสมและมีคุณภาพ ใช้ยาหรือเข้ารับการรักษาด้วยเลเซอร์ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ฝ้าและปัญหาผิวหนังของวัย 40+ เกิดได้อย่างไรอายุที่เพิ่มขึ้นมาพร้อมกับสุขภาพร่างกายที่เสื่อมถอย ไม่เว้นแม้กระทั่งสุขภาพผิวพรรณ การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้ผิวหนังคนเราบางลง แห้ง หย่อนคล้อย และขาดความยืดหยุ่น เนื้อเยื่อไขมันใต้ชั้นผิวหนังลดลง บวกกับประสิทธิภาพของกระบวนการผลัดเซลล์ผิวนั้นลดน้อยลง เซลล์ผิวใหม่จึงขึ้นมาทดแทนเซลล์ผิวเก่าได้ยากและต้องใช้เวลานานกว่าปกติ ซึ่งมีส่วนทำให้มีฝ้า ริ้วรอย จุดด่างดำตามวัย สีผิวไม่สม่ำเสมอ ติ่งเนื้อ หรือสิวอุดตันปรากฏบนผิวหนังง่ายขึ้น ฝ้าในวัยกลางคนยังอาจถูกกระตุ้นจากปัจจัยภายนอกอย่างแสงแดด ฮอร์โมน สารเคมี เครื่องสำอาง หรือยาบางชนิด ทำให้เกิดการเพิ่มจำนวนของเซลล์สร้างเม็ดสีหรือเมลานิน (Melanin) บริเวณผิวหนังชั้นนอก และเมื่อเม็ดสีมีปริมาณมากขึ้นก็จะเกิดความผิดปกติบนผิวหนัง อาทิ จุดด่างดำ รอยดำ น้ำตาล เทา หรือรอยคล้ำ แต่จะไม่มีอาการคันหรือเจ็บตามผิวหนัง ฝ้ามักพบบริเวณหน้าผาก แก้ม จมูก ริมฝีปากบน หรือคาง โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีอายุ 20–40 ปี เคล็ดลับจัดการฝ้าและปัญหาผิวด้วยตัวเองแม้ฝ้าจะรักษาได้ยากและอาจกลับมาเป็นซ้ำได้ แต่เราอาจลดความเสี่ยงของการเกิดฝ้าและจุดด่างดำตามวัยได้โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นต่าง ๆ ปกป้องผิวจากแสงแดด รวมทั้งหมั่นดูแลสุขภาพผิวด้วยสกินแคร์หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสม ดังนี้…

Continue Reading