อาการเดจาวูคืออะไร

หลายคนคงเคยประสบกับปรากฏการณ์น่าพิศวงที่เรียกว่า เดจาวู ซึ่งเป็นความรู้สึกราวกับว่าเคยอยู่ในเหตุการณ์ สถานที่ หรือเคยมีบทสนทนาที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งไปยังสถานที่นั้นเป็นครั้งแรก เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิต หรือเป็นการพูดคุยกับคนที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน แต่ในทางวิทยาศาสตร์ เดจาวูคืออะไรกันแน่ และเกิดขึ้นได้อย่างไร ศึกษาได้จากข้อมูลต่อไปนี้ สล็อตออนไลน์ คำว่า เดจาวู (Déjà vu) มาจากภาษาฝรั่งเศส แปลว่าเคยเห็นมาก่อนแล้ว ซึ่งแม้หลายคนจะรู้สึกว่าตนเคยเผชิญสถานการณ์ดังกล่าวมาก่อน แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเคยเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และบางครั้งก็แน่ใจว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะไม่เคยไปยังสถานที่นั้น ๆ หรือเป็นการพูดคุยกับคู่สนทนาเป็นครั้งแรกในชีวิตด้วยซ้ำ จึงชวนให้สงสัยว่าความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่าผู้ที่มีสุขภาพดีประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์ เคยเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดแบบเดจาวู โดยมักเกิดขึ้นบ่อยในช่วงวัยที่มีอายุ 15-25 ปี และจะค่อย ๆ เกิดขึ้นน้อยลงเมื่อมีอายุเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ยังพบด้วยว่าส่วนใหญ่เกิดจากการรับความรู้สึกผ่านภาพ เช่น รู้สึกเหมือนเคยเห็นสถานที่ที่เพิ่งไปเยือนครั้งแรกมาก่อน หรือรู้สึกคุ้นเคยเมื่อเห็นรูปสถานที่ สิ่งของ หรือคนที่ไม่รู้จัก เป็นต้น นอกจากนี้ อาจเกิดขึ้นได้แม้เพียงได้ยินคำศัพท์ที่ไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร เดจาวู เกิดจากอะไร ? สาเหตุของปรากฏการณ์เดจาวูยังค่อนข้างเป็นปริศนา เพราะไม่มีการศึกษาวิจัยในด้านนี้มากนัก ทั้งยังเป็นประสบการณ์ส่วนตัวที่ทดสอบได้ยาก อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ก็ได้พยายามอธิบายการเกิดปรากฏการณ์เดจาวูโดยอ้างอิงจากหลากหลายทฤษฎี ดังนี้ มีประสบการณ์ที่คล้ายกันมาก่อน นักวิจัยบางคนเชื่อว่าการอยู่ในเหตุการณ์หรือสภาพแวดล้อมที่คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ในอดีตเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดเดจาวู…

Continue Reading

โรคเก๊าท์กับความเชื่อด้านสมุนไพรบำบัด

หลายคนอาจเชื่อว่าการรับประทานสมุนไพรและอาหารบางชนิดอาจช่วยรักษาและบรรเทาอาการของโรคเก๊าท์ได้ เช่น ผักกาดน้ำเล็ก เชอร์รี่ หรือกาแฟ เป็นต้น แต่ผู้ป่วยโรคนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจบริโภคอาหารชนิดใด ๆ เพื่อรักษาโรค เพราะการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะกับสุขภาพของตนเองอาจทำให้อาการป่วยรุนแรงขึ้นได้ สล็อตออนไลน์ โรคเก๊าท์กับความเชื่อด้านสมุนไพรบำบัด เก๊าท์ คือ โรคข้ออักเสบที่เกิดจากภาวะกรดยูริกในเลือดสูง (Hyperuricemia) ส่งผลให้กรดยูริกสะสมในร่างกายจนตกผลึกเป็นเกลือยูเรตอันเป็นสาเหตุของข้ออักเสบ บวมแดง และรู้สึกปวด ซึ่งผู้ป่วยสามารถควบคุมอาการไม่ให้รุนแรงขึ้นและบรรเทาอาการปวดตามข้อได้โดยปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต รับประทานอาหารที่เหมาะกับสุขภาพของตนเอง และรับประทานยารักษาภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีงานวิจัยบางส่วนพบว่าการรับประทานสมุนไพรและอาหารบางชนิด อย่างผักกาดน้ำเล็ก เชอร์รี่ หรือกาแฟ อาจช่วยลดระดับกรดยูริกในร่างกายและบรรเทาอาการปวดตามข้อได้ เชอร์รี่ ผลไม้ที่หลายคนชื่นชอบและเชื่อว่าอาจมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคเก๊าท์ได้ โดยมีงานวิจัยหนึ่งศึกษาคุณสมบัติของเชอร์รี่ในด้านนี้ด้วยการให้ผู้หญิงสุขภาพดีอายุ 22-40 ปี จำนวน 10 ราย รับประทานเชอร์รี่ 280 กรัมขณะท้องว่าง และเปรียบเทียบปริมาณยูเรตในเลือดและในปัสสาวะช่วงก่อนและหลังรับประทานเชอร์รี่ ผลปรากฏว่าปริมาณยูเรตในเลือดและในปัสสาวะลดลงหลังจากรับประทานเชอร์รี่ สอดคล้องกับอีกหนึ่งงานวิจัยที่ให้อาสาสมัครผู้เป็นโรคเก๊าท์ 633 รายบันทึกข้อมูลถึงวันที่เริ่มมีอาการของโรคเก๊าท์ อย่างอาการปวดข้อที่เกิดขึ้น ลักษณะและความรุนแรงของอาการ ยาที่รับประทาน รวมถึงการรับประทานเชอร์รี่หรือสารสกัดจากเชอร์รี่ในช่วง 2 วันก่อนเกิดอาการปวด หลังผ่านไป 1 ปี เมื่อนำข้อมูลที่ได้มาเปรียบเทียบกัน พบว่าการรับประทานเชอร์รี่ช่วยลดโอกาสการเกิดอาการปวดข้อจากเก๊าท์กำเริบลงได้ 35 เปอร์เซ็นต์ และการรับประทานเชอร์รี่ควบคู่กับยาอัลโลพูรินอลช่วยลดโอกาสเกิดอาการปวดข้อได้ถึง 75 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้รับประทานในลักษณะดังกล่าว…

Continue Reading

คลื่นโทรศัพท์กับความเสี่ยงเนื้องอกหรือมะเร็งในสมอง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าโทรศัพท์มือถือคงกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ของการใช้ชีวิตทุกวันนี้ไปแล้ว เพราะช่วยให้หลายสิ่งหลายอย่างกลายเป็นเรื่องง่ายดาย ทั้งการติดต่อสื่อสาร การทำงาน และความบันเทิงต่าง ๆ แต่ความสะดวกสบายเหล่านี้ก็อาจกลายเป็นดาบ 2 คมโดยไม่รู้ตัว ซึ่งหลายคนเป็นกังวลกันมากว่า คลื่นจากโทรศัพท์มือถือนั้นอาจก่อเนื้องอกในสมองได้ มาดูกันว่าความเชื่อนี้เป็นจริงหรือมั่ว ชัวร์หรือแค่ความเชื่อผิด ๆ กันแน่ ? สล็อตออนไลน์ คลื่นโทรศัพท์กับความเสี่ยงเนื้องอกหรือมะเร็งในสมอง หลายคนอาจเคยได้ยินกันมาบ้างว่าคลื่นรังสีบางชนิดเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ ซึ่งโทรศัพท์มือถือที่เราใช้กันนั้นก็เป็นอุปกรณ์หนึ่งที่จะปล่อยคลื่นวิทยุออกมาทางอากาศ และอาจส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียงดูดซับพลังงานจากคลื่นวิทยุเข้าไป อย่างไรก็ตาม คลื่นวิทยุจากโทรศัพท์มือถือจัดเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ไม่ได้มีพลังงานสูงพอจะทำลายดีเอ็นเอในเซลล์ได้โดยตรงจนทำให้เกิดมะเร็งได้ และไม่ได้มีความแรงมากพอจนก่อให้เกิดความร้อนถึงขั้นส่งผลต่ออุณหภูมิภายในร่างกาย ซึ่งต่างจากรังสีเอกซเรย์ รังสีแกมมา และรังสีอัลตราไวโอเลตที่มีพลังงานสูงจนสามารถทำลายพันธะในดีเอ็นเอได้ และอาจนำไปสู่การเกิดเซลล์มะเร็งในที่สุด ผลการค้นคว้าเกี่ยวกับอิทธิพลของคลื่นโทรศัพท์มือถือ มีงานวิจัยหลายชิ้นพยายามหาคำตอบว่า การใช้โทรศัพท์มือถือมีความเชื่อมโยงกับการเกิดเนื้องอกในสมองหรือไม่ ซึ่งก็พบผลลัพธ์ที่แตกต่างหลากหลาย โดย ณ ปัจจุบันมีข้อสรุปโดยรวม ดังนี้ งานวิจัยส่วนใหญ่ไม่พบว่ามีอัตราการใช้โทรศัพท์มือถือของผู้ป่วยโรคเนื้องอกในสมองมากกว่าผู้ที่ไม่ได้เป็นโรคนี้แต่อย่างใด และการใช้โทรศัพท์มือถือไม่ได้ส่งผลให้มีแนวโน้มเกิดเนื้องอกสมองมากขึ้น jumboslot จากการศึกษาส่วนใหญ่พบว่า ศีรษะข้างที่ได้รับรังสีวิทยุจากโทรศัพท์มือถือบ่อยครั้งกว่าไม่ได้มีอัตราการเกิดเนื้องอกในสมองมากกว่าแต่อย่างใดแม้มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งกล่าวว่า การใช้โทรศัพท์มือถืออาจเกี่ยวข้องกับการเกิดเนื้องอกในสมอง โดยศึกษาในชาวสวีเดนแล้วพบว่า ผู้เข้าร่วมทดลองมีความเสี่ยงเกิดเนื้องอกในศีรษะข้างที่ใช้คุยโทรศัพท์บ่อยครั้งสูงกว่าอีกข้างหนึ่ง โดยเฉพาะในผู้ที่ใช้โทรศัพท์ในระยะยาวประมาณ 10 ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตที่ว่าในช่วงปีที่ทดลองนั้น อัตราของผู้ที่เป็นเนื้องอกในสมองของประเทศสวีเดนไม่ได้เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ทั้งยังมีผลลัพธ์ขัดแย้งกับงานวิจัยส่วนใหญ่ จึงทำให้งานวิจัยชิ้นนี้มีน้ำหนักและความน่าเชื่อถือค่อนข้างน้อยเนื่องจากงานวิจัยที่พบว่าการได้รับคลื่นวิทยุจากโทรศัพท์มือถือเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอกหรือกระทั่งเนื้อร้ายอย่างมะเร็งนั้นยังมีจำนวนน้อยมากและมีผลลัพธ์ที่ไม่สม่ำเสมอ จึงไม่อาจกล่าวยืนยันได้ว่าการใช้โทรศัพท์มือถือจะก่อให้เกิดผลกระทบดังกล่าวได้จริง ส่วนผลกระทบด้านอื่น ๆ นั้น มีข้อกังวลว่าคลื่นโทรศัพท์มือถืออาจรบกวนการใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือทางการแพทย์บางชนิดได้ เช่น…

Continue Reading

ดูทีวีนานๆส่งผลต่อร่างกายหรือไม่

แม้การดูทีวีหรือดูวิดีโอผ่านอุปกรณ์ดิจิทัลต่าง ๆ จะช่วยเปิดโลกกว้างให้เด็กได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ มากมาย รวมทั้งอาจสร้างแรงบันดาลใจและมีอิทธิพลต่อเด็กจากการได้เห็นตัวอย่างที่ดี แต่เนื้อหาที่ปรากฏในทีวีและบนอินเตอร์เน็ตนั้น ก็มีบางส่วนที่ไม่เหมาะสมต่อเด็กและเยาวชนเช่นกัน ซึ่งล้วนส่งผลต่อความคิดและพฤติกรรมของเด็กได้ ทั้งยังอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตได้ด้วย โดยพ่อแม่ที่กังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมติดทีวีของลูกน้อย สามารถศึกษาวิธีป้องกันและแนวทางการแก้ไขได้จากบทความนี้ ผลกระทบจากการดูทีวี มีงานวิจัยที่พบว่า เนื้อหาบางประเภทในทีวี โดยเฉพาะเนื้อหาที่มีความรุนแรง อาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กเล็กได้ และยิ่งใช้เวลาในการดูทีวีมากเท่าไรก็ยิ่งส่งผลเสียมากขึ้นเท่านั้น โดยผลกระทบที่เด็กอาจได้รับจากการดูทีวีหรือสื่อดิจิทัลต่าง ๆ มีดังนี้ สล็อตออนไลน์ มีพัฒนาการทางภาษาล่าช้า การสื่อสารและการโต้ตอบกับผู้ใหญ่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาของเด็ก แต่การดูทีวีอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการในด้านนี้ของเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 2 เดือนไปจนถึง 4 ปี เพราะระหว่างที่เปิดทีวี ผู้ใหญ่จะพูดคุยกับเด็กน้อยลง อีกทั้งทีวียังดึงดูดความสนใจของเด็กไปจากการเล่นของเล่นหรือการพูดคุยกับพ่อแม่ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งผลดีต่อพัฒนาการของเด็กมากกว่าการดูทีวี ดังนั้น กุมารแพทย์ส่วนใหญ่จึงไม่แนะนำให้เด็กอายุน้อยกว่า 2 ปีดูทีวี และสนับสนุนให้เด็กใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพูดคุย การเล่น และการทำกิจกรรมร่วมกับพ่อแม่ถูกปลูกฝังพฤติกรรมการใช้ความรุนแรง การเห็นภาพความรุนแรงจากทีวี รวมถึงการเล่นเกมหรือแอปพลิเคชั่นที่มีเนื้อหารุนแรง อาจทำให้เด็กได้รับผลกระทบทางอารมณ์ และมีแนวโน้มเกิดพฤติกรรมก้าวร้าวหรือมีมุมมองต่อโลกในแง่ลบได้ นอกจากนี้ อาจทำให้เด็กเกิดความเคยชินจนขาดความเห็นอกเห็นใจต่อเหยื่อที่เผชิญความรุนแรง หรืออาจคิดว่าการใช้ความรุนแรงเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้องเสี่ยงเกิดโรคอ้วน งานวิจัยชี้ว่าเด็กที่ดูทีวีสัปดาห์ละ 20 ชั่วโมงขึ้นไปเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนมากกว่าเด็กที่ดูทีวีน้อยกว่าถึง 2 เท่า และอาจทำให้มีมวลไขมันมากขึ้นด้วย เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่ไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายเท่าที่ควร ทั้งยังทำให้เด็กมีแนวโน้มรับประทานอาหารหรือขนมมากขึ้นในขณะที่ดูทีวีด้วยมีปัญหาในการนอนหลับ การดูทีวีอาจทำให้เด็กมีคุณภาพในการนอนแย่ลงหรือนอนไม่หลับ โดยเฉพาะในทารกและเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปีมีผลกระทบต่อการควบคุมตนเอง พฤติกรรมก้าวร้าวหรือการควบคุมตัวเองไม่ได้ในวัยผู้ใหญ่อาจเกี่ยวข้องกับการดูทีวีมากเกินไปในช่วงวัยเด็ก…

Continue Reading

แนะนำการออกกำลังกายอย่างถูกวิธี

เป็นที่รู้กันดีว่าการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก่อให้เกิดผลดีต่อสุขภาพ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลายคนหันมาดูแลตนเองและเริ่มออกกำลังกายกันมากขึ้น แต่ผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนเลยอาจเกิดความสงสัยว่าควรเริ่มต้นอย่างไรดี ? เพราะการออกกำลังกายเพื่อผลลัพธ์ที่ดีนั้นจำเป็นต้องใช้เวลาและต้องมีวินัยเป็นอย่างมาก ซึ่งการศึกษาแนวทางสำหรับมือใหม่ด้านการออกกำลังกายนี้ จะช่วยเสริมสร้างนิสัยรักการออกกำลังกาย และช่วยส่งเสริมสุขภาพจากการออกกำลังอย่างถูกวิธีได้ สล็อตออนไลน์ การออกกำลังกายส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างไร ? มีงานวิจัยพบว่าการออกกำลังกายเป็นประจำส่งผลดีต่อสุขภาพและช่วยในการลดน้ำหนัก โดยจะช่วยควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม รักษามวลกล้ามเนื้อและระดับพลังงานในร่างกายให้คงที่ อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคและปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน และโรคอ้วน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีงานค้นคว้าที่พบว่าการออกกำลังกายอาจช่วยทำให้สภาพอารมณ์และสุขภาพจิตดี นอนหลับได้ดีขึ้น และอาจช่วยส่งเสริมให้มีเพศสัมพันธ์ได้ดีขึ้นอีกด้วย คำแนะนำก่อนเริ่มออกกำลังกาย ก่อนเริ่มออกกำลังกาย ควรปรึกษาแพทย์และเข้ารับการตรวจร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับการใช้กำลังอย่างหนักและผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป ซึ่งการตรวจร่างกายจะช่วยให้แพทย์ตรวจพบปัญหาสุขภาพบางอย่างที่อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บขณะออกกำลังกายได้ อีกทั้งยังช่วยให้สามารถวางแผนการออกกำลังกายได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยด้วย นอกจากนี้ เพื่อการออกกำลังกายอย่างถูกต้องและส่งผลดีต่อสุขภาพ ผู้ที่เริ่มต้นออกกำลังกายควรเตรียมตัวและปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้ ตั้งเป้าหมาย ก่อนเริ่มออกกำลังกาย ควรเขียนแผนการออกกำลังกายที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งไว้ โดยอาจเริ่มด้วยการตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ที่สามารถทำได้ แล้วค่อย ๆ ตั้งเป้าหมายให้ใหญ่ขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวได้และแข็งแรงขึ้น ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยให้ออกกำลังกายตามแผนที่วางไว้จนสำเร็จ รวมทั้งช่วยกระตุ้นและสร้างกำลังใจให้ตัวเองอีกด้วย jumboslot ฝึกออกกำลังกายให้เป็นนิสัย เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ทำตามเป้าหมายได้สำเร็จ ซึ่งการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเป็นระยะเวลานานจะช่วยสร้างนิสัยรักการออกกำลังกาย โดยมีงานวิจัยที่พบว่า การปรับเปลี่ยนลักษณะการใช้ชีวิตโดยหันมาดูแลสุขภาพตนเองเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้มีสุขภาพที่ดีในระยะยาว นอกจากนี้ การจัดตารางเวลาเพื่อออกกำลังกายหรือออกกำลังกายในเวลาเดิมทุกวันก็เป็นวิธีที่ดีที่จะช่วยเสริมสร้างการออกกำลังกายให้เป็นนิสัยในระยะยาวได้ วิธีฟิตร่างอย่างง่าย ๆ สำหรับผู้ที่เริ่มออกกำลังกายใหม่ ๆ ผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนอาจเริ่มเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายและสุขภาพที่ดี…

Continue Reading

วิธีเพิ่มอัตราเมตาบอลิซึมเพื่อรักษาสุขภาพ

เมตาบอลิซึม คือ กระบวนการที่ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่เพื่อสร้างพลังงาน หากมีอัตราเมตาบอลิซึมสูงก็จะทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ได้มาก ซึ่งช่วยให้มีสุขภาพที่ดีและรูปร่างที่ดีได้ โดยการเพิ่มอัตราเมตาบอลิซึมทำได้หลายวิธี ทั้งออกกำลังกาย เลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวัน ปัจจุบันคนไทยหันมารักษาสุขภาพกันมากขึ้น จะเห็นได้จากการรับประทานอาหารคลีน หรือการออกมาเดิน วิ่ง และปั่นจักรยานเพื่อออกกำลังกาย ซึ่งพบเห็นได้มากขึ้นในสวนสาธารณะช่วงเย็น ตลอดจนการจัดงานวิ่งการกุศลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ก็ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญแคลอรี่หรือกระบวนการเมตาบอลิซึมนั่นเอง สล็อตออนไลน์ ทำไมต้องเพิ่มอัตราเมตาบอลิซึม ? ร่างกายคนใช้พลังงานอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นตอนหายใจ คุยกับเพื่อน นอนหลับ แม้กระทั่งกลไกภายในที่มองไม่เห็นอย่างการเจริญเติบโตของร่างกาย การซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ หรือการไหลเวียนโลหิต หากร่างกายมีอัตราเมตาบอลิซึมเพิ่มขึ้นก็จะเกิดการเผาผลาญมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ร่างกายมีพลังงานไปใช้ในกระบวนการต่าง ๆ อย่างเพียงพอ ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีรูปร่างที่ดี และอาจช่วยให้ห่างไกลจากโรคร้ายอีกด้วย วิธีเพิ่มอัตราเมตาบอลิซึม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโออย่างการเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ มีผลต่อการเพิ่มอัตราเมตาบอลิซึมเป็นอย่างมาก เพราะการออกกำลังกายรูปแบบนี้ใช้พลังงานมาก ร่างกายจึงเพิ่มปริมาณการเผาผลาญเพื่อให้ได้พลังงานมากขึ้น โดยควรออกกำลังกายลักษณะนี้ให้ได้วันละมากกว่า 30 นาที หรือมากกว่า 150 นาทีต่อสัปดาห์ นอกจากคาร์ดิโอแล้ว การออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งก็สามารถเพิ่มอัตราเมตาบอลิซึมได้เช่นกัน เพราะเน้นการเพิ่มกล้ามเนื้อ มีผลให้การทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันต้องใช้พลังงานมากขึ้น การเผาผลาญจึงเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน…

Continue Reading

ข้อดีของการยิ้ม

ยิ้มแล้วดีอย่างไร? รอยยิ้มนั้นเป็นสัญลักษณ์ที่เราใช้แทนความรู้สึกที่มีความสุขและความสนุกสนาน คนเราต่างมีเหตุผลมากมายที่จะยิ้มในแต่ละวัน ยิ้มเพื่อทักทายผู้อื่น ยิ้มเพื่อที่แสดงอารมณ์ที่รู้สึก ณ ขณะนั้น รอยยิ้มไม่ได้มอบเพียงความรู้สึกที่ดีให้กับตัวผู้ยิ้มและคนรอบข้างเท่านั้น การยิ้มยังอาจช่วยสร้างสุขภาพกาย สุขภาพจิต รวมถึงชีวิตที่ดีขึ้นในแบบที่คุณไม่รู้ตัว สล็อตออนไลน์ ยิ้มไว้ได้ประโยชน์อะไรบ้าง ?รอยยิ้มที่สดใสและสวยงามอาจเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ และการดำเนินชีวิต ดังนี้ พัฒนาสุขภาพและอารมณ์เมื่อคุณยิ้ม ร่างกายจะผลิตสารสื่อประสาทที่เป็นประโยชน์ออกมาหลากหลายชนิด หนึ่งในนั้นคือ เอ็นโดรฟิน หรือที่เรียกกันว่า สารแห่งความสุข สารชนิดนี้ไม่เพียงช่วยให้คุณมีความสุขเท่านั้น แต่ยังสามารถออกฤทธิ์เป็นยาบรรเทาอาการปวดได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีสารเซโรโทนินที่ช่วยต้านความเศร้าและช่วยปรับให้อารมณ์ดีขึ้น นอกจากนี้ การยิ้มยังช่วยลดความเครียด ซึ่งอาจหมายถึงสุขภาพที่ดีขึ้น และชีวิตที่ยืนยาวขึ้นด้วยเสริมสร้างเสน่ห์และความน่าดึงดูดเวลาที่คุณยิ้มกล้ามเนื้อบนใบหน้าหลายส่วนจะถูกใช้ ไม่ว่าจะเป็นปาก แก้ม ดวงตา ขากรรไกร และคอ โดยการขยับอวัยวะเหล่านี้คล้ายกับเป็นการบริหารใบหน้า ซึ่งอาจช่วยให้ใบหน้านั้นดูอ่อนกว่าวัย นอกจากใบหน้าเปื้อนยิ้มจะเป็นสิ่งที่สวยงามและน่ามองแล้ว ใบหน้านั้นยังอาจทำให้คุณเป็นคนที่น่าจดจำอีกด้วย มีนักวิจัยพบว่าสมองนั้นตอบสนองและจดจำใบหน้าที่ยิ้มแย้มมากกว่าใบหน้าในอารมณ์ปกติ และยังมีการศึกษาที่พบว่ารอยยิ้มนั้นสามารถสร้างแรงดึงดูดและทำให้ผู้หญิงดูสวยขึ้นอีกด้วยความสัมพันธ์ที่ดียิ่งขึ้นรอยยิ้มเป็นสิ่งที่สามารถบ่งบอกได้ถึงความเป็นมิตรได้อย่างชัดเจนและยังเป็นการแบ่งปันความสุขรูปแบบหนึ่งที่สามารถส่งต่อกันได้ รอยยิ้มไม่เพียงแต่จะทำให้ผู้ที่ยิ้มมีความสุข แต่ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์และทำให้คนรอบข้างมีอารมณ์ที่ดีขึ้นด้วย และการยิ้มให้กันระหว่างเพื่อนร่วมงานยังอาจมีส่วนช่วยทำให้การทำงานร่วมกันนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นความสำเร็จและความสุข jumboslot รอยยิ้มนั้นอาจส่งผลต่อชีวิตมากกว่าที่คุณคิด ไม่ใช่แค่เรื่องอารมณ์ ความรู้สึก สุขภาพ หรือความสัมพันธ์ที่รอยยิ้มอาจช่วยได้ แต่ยังอาจรวมถึงคุณภาพชีวิตที่ดีอีกด้วย ในการเจรจาเรื่องงานหรือธุรกิจ การทำหน้าตาบูดบึ้งและดูเครียดอาจทำให้การสนทนานั้นมีผลลัพธ์ไม่ดีสักเท่าไหร่ แต่ในทางกลับกันรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มอบให้กับคู่สนทนาอาจเป็นหนทางไปสู่ความสำเร็จทางธุรกิจได้ และการยิ้มยังอาจนำทำนายความสุขในอนาคต มีการศึกษาพบว่านักเรียนมัธยมที่ยิ้มกว้างในการถ่ายรูปรวมระหว่างเพื่อนนักเรียนด้วยกัน กลายมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุขมากกว่าคนอื่น ๆ ในเวลาต่อมาแม้ว่าการฝืนยิ้มก็อาจช่วยปรับอารมณ์ให้ดีขึ้นได้…

Continue Reading

ประโยชน์ของการนวดฝ่าเท้า

นวดฝ่าเท้าเป็นหนึ่งในกิจกรรมยอดนิยมที่หลายคนมักเลือกใช้ เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า อาการปวด และความเครียดในแต่ละวัน โดยการนวดฝ่าเท้านั้นเป็นการใช้แรงกดตามจุดต่าง ๆ ลงบนฝ่าเท้า เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้สะดวกขึ้น ขณะที่บางคนก็เชื่อว่าการนวดฝ่าเท้าอาจช่วยเสริมสุขภาพโดยรวมได้ เพราะแต่ละจุดบนฝ่าเท้ามีส่วนเชื่อมโยงไปยังอวัยวะอื่นภายในร่างกาย นอกเหนือจากช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าและความเครียด การนวดฝ่าเท้ายังอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีปัญหาสุขภาพด้านอื่น ๆ ด้วย โดยประโยชน์จากการนวดไม่ได้มีเพียงความรู้สึกของแต่ละบุคคลเป็นตัววัด แต่ยังมีการศึกษาหลายชิ้นที่กล่าวถึงประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการและเสริมสุขภาพจากการนวดฝ่าเท้า สล็อตออนไลน์ การนวดและการกดจุดบริเวณฝ่าเท้ามีประโยชน์ ดังนี้ บรรเทาอาการปวดอาการปวดมักมาคู่กันกับการนวด ซึ่งการนวดฝ่าเท้าจะช่วยให้เลือดไหลเวียนมายังกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบริเวณฝ่าเท้าเพิ่มมากขึ้น จึงอาจช่วยบรรเทาอาการปวดได้ทั้งในผู้ที่ใช้งานเท้าหนักเกินไปและผู้ที่มีอาการปวดจากโรคต่าง ๆ อย่างโรคข้ออักเสบ โรคไฟโบรมัยอัลเจีย (Fibromyalgia) รวมทั้งอาการปวดที่เกิดจากการไหลเวียนของเลือด อย่างโรคเบาหวาน และภาวะปวดเรื้อรัง นอกจากนี้ ยังมีทฤษฎีที่พูดถึงการนวดกดจุดฝ่าเท้าว่าอาจช่วยกระตุ้นต่อมใต้สมองและเพิ่มการหลั่งของฮอร์โมนเอนเคฟาลีนและเอ็นโดรฟินออกมา ซึ่งจะช่วยยับยั้งความรู้สึกปวดและช่วยให้รู้สึกมีความสุขมากขึ้น ลดความเครียดและช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นการนวดอาจช่วยผ่อนคลายอารมณ์ ความเครียด และลดอาการซึมเศร้าได้ โดยมีการศึกษาที่ทดลองใช้การนวดกดจุดฝ่าเท้าสะท้อนฝ่าเท้า (Foot Reflexology Massage) กับผู้ป่วยสูงอายุที่เป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดในโรงพยาบาล เนื่องจากการรักษาตัวในโรงพยาบาลมักส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดความรู้สึกวิตกกังวลและอารมณ์เศร้า ซึ่งผลภายหลังจากการทดลองพบว่า ผู้ป่วยมีความรู้สึกวิตกกังวลและอาการซึมเศร้าลดลง ดังนั้น การนวดฝ่าเท้าจึงอาจเป็นอีกวิธีที่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดและอารมณ์ด้านลบได้ ลดความดันโลหิตภาวะความดันโลหิตสูงมักเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังหลายโรค อย่างโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง โดยทั่วไป ภาวะและโรคเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ยาเพื่อรักษาและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน แต่ทางการแพทย์เชื่อว่าการใช้ยาเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จึงได้มีการนำวิธีนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้ามาใช้เพื่อรักษาและลดความเสี่ยงของโรคร่วมกับการรักษาหลักจากแพทย์ โดยกล่าวกันว่าฝ่าเท้านั้นเป็นจุดส่วนรวมเส้นประสาทที่ต่อไปยังอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงไตที่เป็นอวัยวะที่มีความเกี่ยวข้องกับภาวะความดันโลหิตสูง ดังนั้น การนวดกดจุดก็อาจมีส่วนในการช่วยบรรเทาอาการของโรคลงได้ jumboslot ใช้เป็นการรักษาเสริมด้วยสรรพคุณที่ในการบรรเทาอาการปวดและลดความเครียดของการนวด อีกทั้งมีความปลอดภัย เพราะเป็นการรักษาที่ไม่ใช่การใช้ยา…

Continue Reading