ของใช้สำหรับการดูแลเด็กเล็ก

เมื่อลูกน้อยอยู่ในวัยเตาะแตะหรือมีอายุประมาณ 1-3 ปี เด็กจะเริ่มคลาน รับประทานอย่างอื่นนอกจากนม หัดเดิน หรือฝึกเข้าห้องน้ำแบบผู้ใหญ่ ซึ่งอาจเป็นงานหนักสำหรับคุณแม่ทีต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของลูกที่โตขึ้นและมีพัฒนาการมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดเตรียมสิ่งของที่จำเป็นต้องใช้ในการดูแลเด็กวัยนี้ แต่จะมีอะไรบ้างที่เป็นของใช้จำเป็น และพ่อแม่ควรเลือกซื้อสิ่งของเหล่านี้อย่างไร สามารถหาคำตอบได้จากบทความนี้ พัฒนาการของเด็กนั้นเป็นไปอย่างรวดเร็ว จึงทำให้เด็กมีการเปลี่ยนแปลงมากมายทั้งภายในและภายนอก จึงจำเป็นต้องมีสิ่งของที่จะช่วยให้เด็กฝึกทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยของใช้ที่สำคัญสำหรับเด็กเล็ก มีดังนี้ สล็อตออนไลน์ เสื้อผ้า สำหรับเสื้อผ้าของเด็กในวัยนี้จะไม่ต่างจากตอนที่เป็นทารกมากนัก แต่เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายของเด็กเล็กจะมีหลายอย่างด้วยกัน เช่น หมวก ผ้าเช็ดหน้า เสื้อยืด เสื้อกล้าม เสื้อกันหนาว ชุดนอน กางเกง ถุงมือ ถุงเท้า รองเท้าหัดเดิน เป็นต้นผ้าอ้อม เด็กในวัยหัดเดินจะยังเข้าห้องน้ำเองไม่ได้ ผ้าอ้อมแบบเดิมจึงยังคงจำเป็นอยู่ และอาจใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปชนิดสวมที่สวมใส่ง่าย ถอดเปลี่ยนง่าย และทำให้เด็กเดิน วิ่ง หรือเคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น ซึ่งอาจมีขนาดและรูปแบบเฉพาะสำหรับเด็กแต่ละช่วงอายุเครื่องนอน การนอนเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับเด็กในวัยนี้ จึงควรเลือกอุปกรณ์ที่ช่วยให้เด็กนอนหลับสบายมากขึ้น โดยมีเครื่องนอนที่สำคัญ เช่น เปลนอน เตียงนอน ผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดน้ำลาย ผ้าห่มทั้งแบบบางและแบบหนา เป็นต้นอุปกรณ์รับประทานอาหาร เด็กในวัยนี้เริ่มจะรับประทานอาหารอย่างอื่นนอกจากนมแม่ได้บ้างแล้ว เช่น ข้าว อาหารประเภทเส้น ไข่ ผลไม้ หรือธัญพืช…

Continue Reading

การดูแลทารก 1 เดือนอย่างถูกต้อง

เด็กทารกเป็นวัยที่ต้องการความรักและการดูแลเป็นอย่างดี โดยเด็กที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้แค่ 1 เดือนนั้น สามารถสื่อสารกับพ่อแม่ได้เพียงการร้องไห้ และยังไม่สามารถพูดเป็นภาษาใด ๆ ได้ ผู้ปกครองจึงควรใส่ใจลูกน้อย คอยดูแลให้กินและนอนอย่างเหมาะสม หากเกิดความผิดปกติขึ้น ก็ควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์โดยเร็ว สล็อตออนไลน์ การเจริญเติบโตของทารกในเดือนแรกเป็นอย่างไร ? เด็กทารกในช่วงเดือนแรกนั้น จะมีการเจริญเติบโตที่รวดเร็ว แต่ยังคงทำได้เพียงกิน นอน ร้องไห้ และขับถ่าย จึงต้องอาศัยการดูแลเอาใจใส่ของผู้ปกครอง โดยเด็กทารกวัย 1 เดือน มีการเจริญเติบโตในแต่ละด้าน ดังนี้ การเจริญเติบโตของร่างกาย เด็กจะมีน้ำหนักตัวลดลงในช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอด ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ โดยหลังจากนั้นน้ำหนักจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเอง ซึ่งในช่วงเดือนแรกหลังคลอด เด็กอาจตัวยาวขึ้นถึง 3.8 เซนติเมตร และอาจมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นถึง 900 กรัมจากแรกเกิด แต่การเจริญเติบโตของเด็กแต่ละคนอาจไม่เท่ากันเพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วย การใช้กล้ามเนื้อ เมื่ออายุได้ 1 เดือน เด็กทารกจะสามารถยกหัวขึ้นเองได้บ้างแล้วในขณะนอนคว่ำ แต่ก็ยังคงต้องประคองหัวของเด็กไว้ตอนอุ้มเด็กขึ้นมา เพราะคอยังไม่แข็งแรงมากนัก การกิน ปุ่มรับรสที่อยู่บนลิ้นของเด็กวัยนี้จะยังทำงานได้ไม่ค่อยดีนัก โดยลิ้นของเด็กจะรับรสหวานได้ดีที่สุด แต่ยังไม่สามารถแยกแยะรสเปรี้ยวหรือรสขมได้ ส่วนเรื่องอาหาร เด็กควรดื่มแค่นมแม่หรือนมผงสำหรับทารกแรกเกิดก็เพียงพอแล้ว การนอน เด็กทารกในช่วงเดือนแรกนั้นควรนอนวันละประมาณ 15-16 ชั่วโมง แบ่งเป็นนอนกลางวันประมาณ 3…

Continue Reading

อาหารไม่ย่อยในทารก

อาหารไม่ย่อยในเด็กทารกเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่กวนใจคุณแม่ไม่น้อย เพราะมักจะทำให้ลูกน้อยงอแงจากอาการแน่นท้องและปวดท้อง ซึ่งอาการอาหารไม่ย่อยในทารกนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นจากนม อาหาร หรืออาการอื่นที่คุณแม่อาจละเลยไป บางครั้งปัญหาอาหารไม่ย่อยในทารกยังอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพได้อีกด้วย อาหารไม่ย่อยเป็นอาการที่พบได้บ่อยในเด็กทารก โดยเฉพาะช่วงเดือนแรก ๆ แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นอาการที่ไม่อันตราย แต่คุณแม่ไม่ควรละเลยหรือปล่อยไว้โดยไม่รักษา เบื้องต้นคุณแม่สามารถสังเกตสัญญาณและบรรเทาอาการดังกล่าวได้ด้วยตนเอง สล็อตออนไลน์ สาเหตุอาหารไม่ย่อยในทารกอาหารไม่ย่อยในทารกมักเกิดจากปัญหาหรือโรคในระบบทางเดินอาหาร โดยอาจเกิดจากท้องผูก ท้องอืด กรดไหลย้อน โคลิค ภาวะย่อยน้ำตาลแล็กโทสบกพร่อง แพ้นมวัว เป็นต้น อาการบ่งบอกเมื่อทารกอาหารไม่ย่อยปัญหาอาหารไม่ย่อยอาจส่งผลให้ลูกน้อยรู้สึกงอแงและไม่สบายตัว คุณแม่สามารถสังเกตความผิดปกติได้จากลักษณะอุจจาระ พฤติกรรม หรือท่าทางของลูกที่เปลี่ยนแปลงจากเดิมไป เช่น ลักษณะของอุจจาระแข็งกว่าปกติและอาจทำให้ลูกน้อยเจ็บขณะเบ่งถ่าย โดยทารกอาจแสดงความรู้สึกผ่านการร้องไห้และการแสดงสีหน้ามีปัญหาในการนอนหลับ ลูกน้อยอาจหลับยาก ตื่นบ่อยมีปัญหาในรับประทานอาหารหรือทารกไม่ยอมดื่มนมร้องไห้บ่อยและดังกว่าปกตินอกจากนี้ โรคกรดไหลย้อนยังอาจทำให้ภายในลำคอของทารกเกิดระคายเคืองได้ ซึ่งอาจสังเกตได้จากอาการไอหรือเสียงแหบที่เกิดขึ้นร่วมกับอาการข้างต้น อย่างไรก็ตาม บางครั้งอาการอาหารไม่ย่อยอาจไม่แสดงอย่างชัดเจน คุณแม่ควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมการรับประทานและอารมณ์ของลูกน้อยอยู่เสมอ jumboslot วิธีรับมือเมื่อทารกอาหารไม่ย่อยคุณแม่อาจดูแลเบื้องต้นด้วยวิธีต่อไปนี้ หากคุณแม่อยู่ในช่วงที่ให้นมลูกได้ อย่างแรกควรสังเกตอาหารการกินของตนเอง โดยเริ่มจากลองงดอาหารประเภทนม คาเฟอีน แล้วดูการเปลี่ยนแปลงการย่อยอาหารของลูกน้อย หรืออาจต้องระวังอาหารรสจัดหรือของเผ็ดไปจนถึงอาหารที่ทำให้ท้องอืด อย่างหัวหอมหรือกะหล่ำปลี แต่หากลูกน้อยอาการเหมือนเดิมแม้ว่าปรับอาหารแล้ว แสดงว่าอาหารที่คุณแม่รับประทานอาจจะไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งคุณแม่สามารถกลับไปรับประทานแบบเดิมได้ หากคุณแม่ให้นมผงแบบชง อาจลองลดปริมาณนมผงในการชงต่อครั้งให้น้อยลง แต่ป้อนนมให้บ่อยขึ้นแทน และอาจลองเปลี่ยนยี่ห้อหรือสูตรของนมผงที่ใช้อยู่ หลังกินนมทุกครั้ง คุณแม่ควรอุ้มหรือจัดท่าให้ลูกน้อยนั่งแล้วลูบหลังสักพัก เพื่อให้เรอออกมา ลองนวดท้องหรือจับเท้าของลูกน้อยให้ทำท่าปั่นจักรยานอากาศ แต่ไม่ควรทำระหว่างการป้อนหรือหลังป้อนอาหารใหม่ ๆ หากลูกน้อยสามารถรับประทานอาหารได้แล้ว คุณแม่อาจลองเพิ่มผลไม้ในมื้ออาหาร…

Continue Reading