แตงโม ทานมากๆเป็นอันตรายมั้ย

แตงโม คือ ผลไม้ในตระกูลแตงและน้ำเต้า มีต้นกำเนิดมาจากแอฟริกา ประกอบด้วยน้ำร้อยละ 92 และน้ำตาลร้อยละ 8 อุดมไปด้วยไลโคปีนและสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยให้เนื้อแตงโมมีสีต่าง ๆ และไม่มีไขมัน ผู้คนนิยมรับประทานแตงโม เพราะนอกจากจะมีเนื้อหวานฉ่ำแล้ว หลายคนยังเชื่อว่าสารอาหารในแตงโมมีสรรพคุณที่ช่วยรักษาและเสริมสร้างสุขภาพด้านต่าง ๆ เช่น ลดโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ อีกทั้งยังมีงานวิจัยที่ศึกษาคุณสมบัติของแตงโมที่ส่งผลต่อสุขภาพหลายแง่มุม ดังจะกล่าวต่อไป slotxo ความเชื่อและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประโยชน์ของแตงโม แตงโมนับเป็นผลไม้ที่ผู้คนนิยมรับประทานคลายร้อน เนื่องจากมีรสชาติหวานฉ่ำ อีกทั้งหลายคนยังเชื่อว่ามีสรรพคุณช่วยรักษาและเสริมสร้างสุขภาพด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้เลือดไหลเวียน รวมทั้งเสริมสร้างสมรรถภาพการเคลื่อนไหวร่างกาย โดยความเชื่อเหล่านี้จะช่วยได้จริงหรือไม่ ได้มีผู้ทำการศึกษาเพื่อหาข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ในแง่มุมที่หลากหลาย ดังนี้ 1.ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด คุณประโยชน์ของแตงโมต่อสุขภาพที่ผู้คนเชื่อกันอย่างแพร่หลายนั้นคือช่วยลดไขมันอันเป็นวิธีป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากโรคหัวใจและหลอดเลือดมีปัจจัยเสี่ยงมาจากภาวะไขมันในเลือดสูงและความหลากหลายทางพันธุกรรม อีกทั้งแตงโมมีสารซิทรูลีน (Citrulline) และสารอาร์จินีน (Arginine) ที่ช่วยลดไขมันในเลือด งานวิจัยชิ้นหนึ่งได้แสดงให้เห็นว่าการบริโภคอาหารที่เติมสารสกัดจากแตงโมเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง ซึ่งลดโอกาสเสี่ยงเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยแบ่งผู้ป่วยภาวะไขมันในเลือดสูงออกเป็นกลุ่มทดลองจำนวน 22 ราย และกลุ่มควบคุมจำนวน 21 ราย และให้กลุ่มทดลองรับประทานสารสกัดแตงโมวันละ 6 กรัม ส่วนกลุ่มควบคุมรับประทานอาหารเสริมคาร์โบไฮเดรต การทดลองใช้เวลา 42 วัน พบว่ากลุ่มทดลองมีระดับคอเลสเตอรอลทั้งหมดและไขมันชนิดไม่ดีลดลง โดยไม่ทำให้ค่าไตรกลีเซอร์ไรด์ ไขมันดี และไขมันที่มีไลโปโปรตีนต่ำเปลี่ยนแปลง…

Continue Reading

มะขามป้อม พืชสารพัดประโยชน์

มะขามป้อม เป็นพืชที่ขึ้นทั่วไปในอินเดีย ตะวันออกกลาง และบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีชื่อที่เรียกแตกต่างกันออกไปในแต่ละภูมิภาค ถือเป็นพืชที่สำคัญในด้านการแพทย์อายุรเวทแบบดั้งเดิมและการดูแลสุขภาพหลายแขนงที่มีมานานนับร้อยปี โดยใช้ประโยชน์จากส่วนต่าง ๆ ของมะขามป้อม แต่ที่นิยมใช้ในการทำยามากที่สุดคือผลมะขามป้อม ด้วยสรรพคุณของมะขามป้อมที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ จึงเชื่อกันว่ามีฤทธิ์ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ต้านการอักเสบ ช่วยรักษาโรคหลากหลาย เช่น ลดคอเลสเตอรอลในเลือด ลดการแข็งตัวของหลอดเลือดแดง โรคเบาหวาน ตับอ่อนอักเสบ โรคมะเร็ง ท้องเสีย โรคทางสายตา ปวดข้อ ถ่ายเป็นเลือด โรคอ้วน โรคข้อเข่าเสื่อม หรือฆ่าเชื้อแบคทีเรีย slotxo อย่างไรก็ตาม หลักฐานงานวิจัยของมะขามป้อมต่อการรักษาโรคหรือภาวะใด ๆ ยังมีอยู่จำกัด ตามข้อมูลที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการแพทย์ทางธรรมชาติ (Natural Medicines Comprehensive Database) ได้ระบุประสิทธิภาพของมะขามป้อมต่อการรักษาโรคตามหลักฐานการศึกษาวิจัยในปัจจุบันส่วนใหญ่พบว่า ยังไม่เพียงพอต่อการบ่งบอกประสิทธิภาพ ซึ่งตัวอย่างการศึกษาการใช้มะขามป้อมในการรักษาโรคมีดังนี้ ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด การแพทย์ทางเลือกด้านอายุรเวท (Ayurveda) ระบุคุณประโยชน์ของมะขามป้อมไว้หลายด้าน รวมถึงสรรพคุณช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล เนื่องจากอุดมไปด้วยสารสำคัญหลายตัว โดยเฉพาะสารเพกทิน (Pectin) และสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ที่มีองค์ประกอบทางเคมีและมีรายงานว่ามีฤทธิ์ช่วยลดไขมันในเลือด จากการศึกษาชิ้นเก่าเกี่ยวกับคุณสมบัติการลดไขมันในเลือดของมะขามป้อม โดยทดลองให้กลุ่มผู้ชายสุขภาพปกติและกลุ่มผู้ชายที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง อายุ 35-55 ปี รับประทานอาหารเสริมจากมะขามป้อมเป็นเวลาติดต่อกัน 28 วัน ผลการทดสอบของทั้ง…

Continue Reading

ความสำคัญของโปรตีน

โปรตีน คือสารอาหารที่ประกอบด้วยกรดอะมิโนจำเป็นสำหรับร่างกาย มีหน้าที่สร้างความแข็งแรงและช่วยในการทำงานของกระดูก กล้ามเนื้อ และผิวหนัง แม้ร่างกายของคนเราจะสามารถสร้างกรดอะมิโนได้เอง 9 ชนิด แต่ก็ยังจำเป็นต้องได้รับกรดอะมิโนอีก 11 ชนิดเพิ่มเติมจากอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ถั่วชนิดต่าง ๆ รวมถึงข้าวและธัญพืช ซึ่งประกอบด้วยกรดอะมิโนจำเป็นอย่างครบถ้วนและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย slotxo หลายคนอาจสงสัยว่าโปรตีนจากสัตว์และโปรตีนจากพืชสามารถทดแทนกันได้หรือไม่ โปรตีนจากทั้ง 2 แหล่งนี้มีความแตกต่างกัน โปรตีนจากสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น นมและไข่นั้นเป็นโปรตีนสมบูรณ์ ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่ร่างกายต้องการอย่างครบถ้วน ในขณะที่โปรตีนจากพืชส่วนใหญ่เป็นโปรตีนไม่สมบูรณ์ ผู้ที่เลี่ยงการรับประทานโปรตีนจากสัตว์จึงควรรับประทานถั่ว ธัญพืช ผักและผลไม้ให้หลากหลายในแต่ละวัน เพื่อจะได้รับกรดอะมิโนที่ร่างกายต้องการครบถ้วน หรือเลือกรับประทานโปรตีนจากถั่วเหลืองซึ่งเป็นพืชที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วนเป็นหลัก ความสำคัญของโปรตีน องค์ประกอบสำคัญในทุก ๆ เซลล์ของร่างกาย ทั้งกระดูก กระดูกอ่อน กล้ามเนื้อ ผิวหนัง เลือด หรือแม้แต่เส้นผมและเล็บประกอบขึ้นด้วยโปรตีนเป็นหลัก ส่วนในด้านการทำงานของร่างกายนั้นโปรตีนมีหน้าที่สร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ทั้งยังช่วยสังเคราะห์เอนไซม์ ฮอร์โมน และสารเคมีต่าง ๆ คงความสมดุลของของเหลวในร่างกาย รวมถึงหน้าที่ที่สำคัญอย่างการสร้างสารภูมิต้านทานเพื่อต่อต้านการติดเชื้อ การแข็งตัวของเลือด และการก่อตัวของแผลเป็น โปรตีนเป็นสารอาหารหลักที่ร่างกายต้องการในปริมาณมากในแต่ละวันเช่นเดียวกับไขมันและคาร์โบไฮเดรต ส่วนวิตามินและแร่ธาตุนั้นเป็นสารอาหารรองที่ต้องการเพียงปริมาณเล็กน้อยต่อวัน นอกจากนี้ โปรตีนยังแตกต่างจากสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตและไขมันตรงที่ร่างกายของคนเราจะไม่สามารถเก็บสะสมโปรตีนไว้ใช้ในภายหลังได้อย่างคาร์โบไฮเดรตและไขมัน การได้รับสารอาหารโปรตีนอย่างครบถ้วนในแต่ละวันถือเป็นสิ่งสำคัญทีเดียว ปริมาณโปรตีนที่ร่างกายต้องการต่อวัน ปริมาณโปรตีนที่ร่างกายต้องการต่อวันนั้นขึ้นอยู่กับอายุ เพศ สุขภาพ น้ำหนัก…

Continue Reading

นมผึ้ง สารอาหารที่เหมาะกับสาวๆ

นมผึ้ง เป็นผลผลิตที่หลั่งออกมาจากต่อมไฮโปฟาริงจ์ (Hypopharyngeal Gland) ของผึ้งงาน นมผึ้งมีลักษณะเป็นของเหลวสีขาวคล้ายน้ำนม รสหวาน มีกลิ่นเปรี้ยวเล็กน้อย เป็นอาหารหลักของผึ้งนางพญาและตัวอ่อนผึ้งเพื่อช่วยกระตุ้นในการเจริญเติบโต หลายประเทศใช้นมผึ้งในฐานะยารักษาโรค อาหารเสริม หรือแม้กระทั่งเป็นส่วนผสมของครีมบำรุงและเครื่องสำอาง slotxo นมผึ้งมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักประมาณ 60-70% และอุดมไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ เช่น โปรตีน น้ำตาล วิตามิน เกลือแร่ และกรดอะมิโน นอกจากนี้ ยังพบสารอื่นในนมผึ้ง ได้แก่ กรดไขมันเอชดีเอ (10-Hydroxy-Trans-2-Decenoic Acid) ซึ่งเป็นสารที่มีบทบาทในการเจริญเติบโตของผึ้ง สารแอซิติลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับความรู้สึกและกลไกการทำงานของร่างกาย รวมถึงฮอร์โมนเพศ เช่น เทสโทสเตอโรน โปรเจสเตอโรน เป็นต้น ทั้งนี้สถานที่ ภูมิศาสตร์ และสภาพอากาศเป็นตัวแปรที่ทำให้ส่วนประกอบของนมผึ้งแตกต่างกันออกไป หลายคนเชื่อว่าการรับประทานนมผึ้งอาจมีส่วนช่วยบรรเทาอาการวัยทอง กระตุ้นระบบภูมิต้านทานร่างกาย รักษาเบาหวาน รวมถึงแผลเบาหวาน เป็นต้น อีกทั้งยังเชื่อกันอีกว่าหากนำนมผึ้งทาที่หนังศีรษะอาจช่วยกระตุ้นการเจริญเติบของเส้นผมอีกด้วย ซึ่งคำกล่าวอ้างเหล่านี้จะเป็นจริงหรือไม่ และมีหลักฐานทางการแพทย์มาดน้อยเพียงใดที่จะช่วยยืนยันสรรพคุณ ประโยชน์ และความปลอดภัยของนมผึ้งที่มีบทบาทหรือส่วนช่วยในการรักษาโรคเหล่านี้ ประโยชน์ของนมผึ้งที่อาจมีต่อสุขภาพ บรรเทาอาการวัยทอง อาการวัยทองเป็นปัญหาทางสุขภาพที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงวัยกลางคน ส่งผลให้เกิดอาการหลายอย่าง เช่น ช่องคลอดแห้ง แสบร้อนหรือคันในช่องคลอด เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น…

Continue Reading

ประโยชน์ของทับทิม

ทับทิม เป็นผลไม้ที่นิยมรับประทานอย่างแพร่หลาย โดยใช้ประโยชน์จากส่วนที่เป็นผลสดมากที่สุดและยังนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น น้ำทับทิม สารสกัดจากทับทิม ผลิตภัณฑ์ด้านความงาม อีกทั้งยังใช้ทำเป็นยารักษาโรคตามสูตรยาโบราณในหลายประเทศ slotxo ทัมทิมอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและสารพฤกษเคมีหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย จึงเชื่อว่าอาจเป็นประโยชน์ในการป้องกันโรคหรือบรรเทาอาการ เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังหรือบรรเทาอาการหายใจลำบากจากโรคนี้ โรคหัวใจและหลอดเลือด คอเลสเตอรอลสูง โรคในระบบทางเดินอาหาร โรคความดันโลหิตสูง โรคในช่องปากและโรคเหงือก โรคริดสีดวงทวาร โรคผิวหนัง และอื่น ๆ ในปัจจุบันยังมีงานวิจัยที่ศึกษาการใช้ทับทิมในรูปแบบแตกต่างกันกับการรักษาโรคที่ค่อนข้างจำกัด ทำให้ยังไม่สามารถระบุประสิทธิภาพของทับทิมต่อการรักษาโรคได้แน่ชัด ซึ่งตัวอย่างการศึกษาเรื่องทับทิมกับโรคต่าง ๆ มีดังนี้ โรคหลอดเลือดแดงแข็ง ทับทิมเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายตัว เช่น สารเอลลาจิแทนนิน (Ellagitannin) สารแทนนิน (Tannin) สารแอนโทไซยานิน (Anthocyanins) สารโพลิฟีนอล (Polyphenol) ที่เชื่อว่าช่วยยับยั้งปฏิกิริยาต้านอนุมูลอิสระของไขมันไม่ดี ลดการสร้างโฟมเซลล์ และลดการแข็งตัวของหลอดเลือด จึงอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง จากการศึกษาฤทธิ์การต่อต้านสารอนุมูลอิสระของทับทิมในผู้ที่มีน้ำหนักเกินจำนวน 22 คน จากการรับประทานอาหารเสริมที่มีสารสกัดทับทิม วันละ 1,000 มิลลิกรัม (ประกอบด้วยกรดแกลลิค 610 มิลลิกรัม) และวัดผลจากค่า TBARS ในเลือด (Thiobarbituric Acid Reactive Substances:…

Continue Reading

น้ำมันรำข้าว ประโยชน์ที่คาดไม่ถึง

น้ำมันรำข้าว เป็นน้ำมันที่สกัดได้จากรำข้าวและเมล็ดข้าว ส่วนใหญ่นิยมใช้ประกอบอาหารเป็นหลัก โดยเฉพาะในประเทศแถบเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น อินเดีย เป็นต้น ด้วยคุณสมบัติของน้ำมันรำข้าวที่มีจุดเดือดสูงจึงเหมาะกับการประกอบอาหารประเภททอดหรือใช้ความร้อนสูง เนื่องจากไขมันในน้ำมันจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างได้ง่ายเมื่อผ่านอุณหภูมิสูง เพราะหากใช้น้ำมันจุดเดือดต่ำประกอบอาหารที่ใช้ความร้อนสูงจนเลยจุดเดือดของน้ำมันจะทำให้เกิดสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย นอกจากนี้ ยังมีการผลิตน้ำมันรำข้าวในรูปแบบของอาหารเสริมหรือใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง slotxo น้ำมันรำข้าวมักถูกกล่าวอ้างถึงคุณประโยชน์ต่อโรคต่าง ๆ มากมาย เช่น โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน ป้องกันมะเร็ง เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน พัฒนาการทำงานของตับ ลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจ อาการแพ้ของผิวหนัง ผื่นผิวหนังอักเสบ และอื่น ๆ ซึ่งการค้นคว้าในปัจจุบันค่อนข้างจำกัด แต่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่รศึกษาประโยชน์ของน้ำมันรำข้าวต่อสุขภาพไว้บางส่วน ดังนี้ 1.คุณค่าทางโภชนาการของน้ำมันรำข้าวที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรค ภาวะคอเลสเตอรอลสูง น้ำมันรำข้าวมักได้รับการกล่าวถึงเกี่ยวกับคุณสมบัติในการลดไขมันในเลือด เนื่องจากมีสารสำคัญหลายตัว เช่น แกมมา โอไรซานอล (Gamma Oryzanol) เบต้า-ซิโตสเตอรอล (Beta-Sitosterol) โทโคไตรอีนอล (Tocotrienols) ซึ่งอาจมีส่วนสำคัญในกระบวนการสลายไขมันและยับยั้งเอ็นไซม์ HMG-CoA Reductase โดยเป็นตัวช่วยในเรื่องการสังเคราะห์ไขมันในร่างกาย จากการศึกษาคุณสมบัติของน้ำมันรำข้าวสูตรผสม (น้ำมันรำข้าวผสมกับน้ำมันเมล็ดคำฝอยในอัตราส่วน 70: 30) ต่อการลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดของผู้ป่วยภาวะไขมันในเลือดสูง จำนวน 80 คน เป็นเวลา 3 เดือน…

Continue Reading

หน่อไม้ฝรั่ง ผักสารพัดประโยชน์ที่ไม่ควรมองข้าม

หน่อไม้ฝรั่ง เป็นพืชผักชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นต้นเรียวแหลม มีรากและลำต้นอยู่ใต้ดิน นิยมนำมาปรุงสุกรับประทาน นำไปประกอบอาหารหรือผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่าง ๆ ในบางวัฒนธรรมก็ประยุกต์นำหน่อไม้ฝรั่งไปสกัดเป็นยารักษาอาการหรือบำรุงสุขภาพตามความเชื่อ เนื่องจากหน่อไม้ฝรั่งมีสารอาหารสำคัญทางโภชนาการ ที่อาจเป็นผลดีและมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น เส้นใยอาหาร กรดโฟลิก วิตามินบี6 วิตามินเค วิตามินซี วิตามินอี โพแทสเซียม รวมทั้งแร่ธาตุและสารเคมีอื่น ๆ อีกมากมาย ในขณะที่มีไขมัน คอเลสตอรอล และแคลอรี่ต่ำ แต่การบริโภคหน่อไม้ฝรั่ง ก็อาจทำให้เกิดกลิ่นฉุนในปัสสาวะ มีกลิ่นตัว และอาจส่งผลข้างเคียงอื่น ๆ ได้ด้วยเช่นกัน slotxo หน่อไม้ฝรั่งเป็นพืชผักชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยสารอาหารหลายชนิดที่อาจเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ในปัจจุบัน จึงมีการศึกษาค้นคว้ามากมายที่พยายามพิสูจน์สมมติฐานและความเชื่อเกี่ยวกับคุณค่าทางโภชนาการจากการบริโภคหน่อไม้ฝรั่ง รวมทั้งผลข้างเคียงจากการบริโภคที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังตัวอย่างแนวคิดและการทดลองดังต่อไปนี้ มะเร็ง (Cancer) เป็นโรคร้ายซึ่งเกิดจากความผิดปกติของเซลล์เนื้อเยื่อที่แบ่งตัวผิดปกติ เนื่องจากในหน่อไม้ฝรั่งมีสารต้านอนุมูลอิสระบางชนิด เช่น สารสเตียรอยด์ซาโปนิน (Steroidal Saponins) ซึ่งเชื่อกันว่าสารอนุมูลอิสระอาจมีฤทธิ์ต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ จึงมีงานทดลองหนึ่งที่ค้นคว้าหาประสิทธิภาพของการรักษาโรคมะเร็งด้วยการประยุกต์ใช้สมุนไพรจีนหลากชนิดที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงรากของหน่อไม้ฝรั่งด้วย การทดลองถูกออกแบบมาให้ผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะลุกลามจำนวน 60 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่มทดลอง โดยกลุ่มแรกให้ผู้ป่วยรับการรักษาด้วยยาสูตรสมุนไพรจีนที่มีส่วนประกอบของรากหน่อไม้ฝรั่ง กลุ่มที่สองให้ผู้ป่วยรับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด และกลุ่มสุดท้ายให้ผู้ป่วยรับการรักษาด้วยยาสูตรสมุนไพรจีนร่วมกับยาเคมีบำบัด ผลการทดลองปรากฏว่า การรักษาผู้ป่วยมะเร็งกลุ่มแรกที่ได้รับการรักษาด้วยยาสูตรสมุนไพรจีนซึ่งมีส่วนประกอบของรากหน่อไม้ฝรั่งมีประสิทธิผลทางการรักษากลุ่มอาการขาดพลังงานลมปราณชี่หยินตามความเชื่อของแพทย์แผนจีน (Qi-Yin Deficiency Syndrome)…

Continue Reading

ทำไมถึงควรทานขนมปังโฮลวีท

ขนมปังโฮลวีท คือ ขนมปังที่ทำมาจากเมล็ดข้าวสาลีทั้งเมล็ด ส่วนขนมปังธัญพืช (Whole Grain Bread) หมายถึง ขนมปังที่ทำมาจากเมล็ดพืชต่าง ๆ เช่น ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลี หรือธัญพืชไม่ขัดสีชนิดต่าง ๆ รวมกัน ต่างจากขนมปังวีท (Wheat Bread) หรือมัลติเกรน (Multi Grain) ซึ่งอาจทำมาจากธัญพืชที่ผ่านการขัดสีบางส่วน เดิมทีผู้คนมักรับประทานขนมปังขาวก่อนจะเปลี่ยนมารับประทานขนมปังโฮลวีทกันมากขึ้น เนื่องจากขนมปังโฮลวีททำมาจากเมล็ดข้าวสาลีทั้งเมล็ด ซึ่งอุดมไปด้วยไฟเบอร์และสารอาหารต่าง ๆ เช่น วิตามินอี วิตามินบี หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ต่างจากขนมปังขาวที่ผ่านกระบวนการแปรรูป ทำให้ได้รับสารอาหารต่าง ๆ น้อยกว่า โดยผู้คนเชื่อว่าร่างกายจะได้รับประโยชน์จากขนมปังโฮลวีทมากกว่าขนมปังขาว งานวิจัยหลายชิ้นได้ศึกษาประเด็นนี้พอสมควรซึ่งจะกล่าวต่อไป slotxo ขนมปังโฮลวีทและขนมปังขาวผ่านกระบวนการผลิตที่ต่างกัน ผู้คนจึงนิยมบริโภคขนมปังโฮลวีทมากขึ้น เนื่องจากเชื่อว่าขนมปังโฮลวีทมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าขนมปังขาว เนื่องจากขนมปังขาวผ่านการแปรรูปและขัดสี ทำให้ได้รับสารอาหารต่าง ๆ ไม่เท่ากับขนมปังโฮลวีท โดยขนมปังโฮลวีทและขนมปังขาวมีคุณค่าทางโภชนาการและคุณประโยชน์ที่ส่งผลต่อร่างกาย ดังจะกล่าวในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ คุณค่าทางอาหารของขนมปังโฮลวีทและขนมปังขาว ขนมปังโฮลวีทและขนมปังขาวแบบแผ่นน้ำหนัก 25 กรัม มีสารอาหารสำคัญที่แตกต่างกัน ดังนี้ขนมปังโฮลวีทแคลอรี่ 76 กิโลแคลอรี่ไขมันทั้งหมด 1.02 กรัมน้ำตาล…

Continue Reading

สรรพคุณของสะเดา สมุนไพรพื้นบ้าน

สะเดา พืชยืนต้นที่นอกจากประโยชน์ในด้านการเป็นอาหารแล้ว ยังนิยมนำแทบทุกส่วนมาใช้เป็นยารักษาโรคมาอย่างช้านาน ทั้งเปลือกไม้ ใบ กิ่ง ก้าน ดอก ผล เมล็ด หรือแม้แต่รากของสะเดาก็ตาม โดยสรรพคุณทางยาของสะเดาที่เชื่อกันนั้นมีหลากหลาย ตั้งแต่การใช้ลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน ป้องกันมะเร็ง รักษาโรคหัวใจ โรคกระเพาะอาหาร โรคมาลาเรีย โรคเหงือกและฟัน รักษาเหา ตลอดจนประโยชน์ในการไล่แมลงต่าง ๆ แต่สรรพคุณที่กล่าวอ้างเหล่านี้มีประสิทธิผลจริงหรือไม่ มีการวิจัยใดที่ยืนยันได้บ้าง คุณประโยชน์ที่พอจะมีการทดลองทางวิทยาศาสตร์ปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน มีดังนี้ slotxo 1.ดีต่อสุขภาพฟัน ด้วยคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านเชื้อรา ป้องกันฟันผุและการเกิดคราบหินปูนที่คาดว่าอาจได้จากสะเดา ทำให้ประโยชน์ในด้านนี้ได้รับความสนใจและเริ่มมีการศึกษาถึงประสิทธิภาพของสะเดาต่อการบำรุงสุขภาพฟันอย่างหลากหลาย แต่งานวิจัยที่มีล้วนยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน ผู้ใช้ไม่ควรคาดหวังผลจากการใช้มากนัก สำหรับผู้ที่จัดฟันซึ่งมักเผชิญปัญหาในการดูแลความสะอาดของช่องปากนั้น การศึกษาชี้ว่ากรดของสารสกัดเอทานอลจากใบสะเดามีคุณสมบัติช่วยยับยั้งกำจัดเชื้อแบคทีเรียหลาย ๆ ชนิดในช่องปากที่สามารถผลิตกรดและก่อเกิดคราบหินปูนบริเวณซอกฟันที่ติดเครื่องมือทันตกรรมจัดฟันชนิดติดแน่นได้ ส่วนประโยชน์ด้านการป้องกันโรคทางปริทันต์ต่าง ๆ การใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมหลักเป็นสารสกัดจากสะเดาอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกธรรมชาติที่ให้ผลการป้องกันและรักษาโรคเหงือก รวมถึงปัญหากลิ่นปากได้ดี ดังการทดลองหนึ่งที่ให้ผู้ป่วยที่มีโรคเหงือกอักเสบอันเกิดจากคราบหินปูนใช้น้ำยาบ้วนปากสะเดา 15 มิลลิลิตร บ้วนปากวันละ 2 ครั้ง นานกว่า 21 วัน ปรากฏว่าน้ำยาบ้วนปากสะเดาให้ผลดีเทียบเท่ากับน้ำยาบ้วนปากคลอร์เฮกซิดีน (Chlorhexidine) โดยช่วยลดเหงือกอักเสบ การมีเลือดออกตามไรฟัน คราบหินปูนสะสม และยังมีผลข้างเคียงจากการใช้ที่น้อยกว่า นอกจากนี้ ปัญหาการติดเชื้อระหว่างการรักษารากฟันถือเป็นภาวะที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง แต่ด้วยน้ำยาล้างรากฟันเพื่อป้องกันการติดเชื้ออย่างโซเดียมไฮโปคลอไรท์ (Sodium…

Continue Reading

แอปเปิ้ลกับประโยชน์ที่คาดไม่ถึง

แอปเปิ้ล นับเป็นผลไม้อีกชนิดที่ผู้คนทุกวัยนิยมรับประทานอย่างแพร่หลาย นอกจากจะนำมาแปรรูปได้หลากหลาย หารับประทานได้ง่าย รสชาติอร่อยแล้ว ยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ที่เชื่อว่าดีต่อร่างกายหลายอย่าง ไม่ว่าจะช่วยดูแลอาการท้องร่วงหรือท้องผูก ลดขนาดก้อนนิ่ว ป้องกันโรคมะเร็ง หรืออุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญที่ช่วยบำรุงร่างกาย อีกทั้งยังปรากฏงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับสรรพคุณของแอปเปิ้ลในการรักษาปัญหาสุขภาพหลายมุมมอง เพื่อพิสูจน์ว่าแอปเปิ้ลมีสรรพคุณตามที่กล่าวอ้างจริงหรือไม่ slotxo คุณประโยชน์เกี่ยวกับแอปเปิ้ลได้รับการกล่าวอ้างหลายประการ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความเชื่อที่พูดต่อกันมา แต่ยังปรากฏงานวิจัยทางการแพทย์ที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของแอปเปิ้ลอันส่งผลต่อสุขภาพหลายประเด็น โดยแต่ละประเด็นนั้นก็มีผลการทดลองที่แตกต่างกัน ดังนี้ 1.ป้องกันปัญหาสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด โรคหัวใจและหลอดเลือดเกี่ยวเนื่องกับภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว เนื่องจากเกิดการสะสมคราบพลัคตามผนังหลอดเลือด ส่งผลให้หลอดเลือดตีบและเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายลดลงหรือหยุดการไหลเวียนของโลหิตในกรณีที่เกิดลิ่มเลือด โดยเหตุดังกล่าวอาจก่อให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือดหรือหลอดเลือดสมองตีบตัน การรับประทานแอปเปิ้ลอาจช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากแอปเปิ้ลมีสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของหลอดเลือดและลดความดันโลหิต คือสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีชนิดหนึ่ง พบได้ในพืชและผลไม้หลายอย่าง เช่น ชาเขียว เบอร์รี่ คะน้าฝรั่งหรือผักเคล หัวหอม รวมทั้งแอปเปิ้ล โดยสารฟลาโวนอยด์ที่พบในแอปเปิ้ลนั้นเป็นฟลาโวนอยด์ชนิดเควอซิทิน (Quercetin) ที่อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหอบ มะเร็งบางชนิด และโรคหลอดเลือดหัวใจ ข้อสันนิษฐานนี้ได้รับการพิสูจน์จากการทดลองคุณสมบัติของฟลาโวนอยด์ในแอปเปิ้ลกับไนเตรทในผักปวยเล้ง เพื่อดูว่าสารอาหารทั้ง 2 อย่าง ส่งผลต่อระดับไนตริกออกไซด์อันช่วยบำรุงหลอดเลือดสำหรับผู้ที่มีสุขภาพดีหรือไม่ พบว่าฟลาโวนอยด์และไนเตรทที่ได้จากการรับประทานแอปเปิ้ลหรือผักปวยเล้งนั้นเพิ่มระดับไนตริกออกไซด์ในร่างกายได้เป็นอย่างดี เสริมสร้างการทำงานของหลอดเลือด และระดับความดันโลหิตลดลง ซึ่งอาจส่งผลดีต่อสุขภาพหลอดเลือดและหัวใจ ทั้งนี้ ผลการทดลองยังสอดคล้องกับงานทบทวนวิจัยที่ศึกษาประเด็นนี้ โดยพบว่าประสิทธิภาพของฟลาโวนอยด์ในแอปเปิ้ล โกโก้ และชา ช่วยบำรุงการทำงานของหลอดเลือดและลดความดันโลหิต อย่างไรก็ตาม ยังต้องศึกษาปริมาณสารฟลาโวนอยด์ที่ส่งผลให้ร่างกายได้รับประโยชน์ดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มเติม แม้งานวิจัยหลายชิ้นจะแสดงว่าฟลาโวนอยด์ในแอปเปิ้ลมีฤทธิ์บำรุงหลอดเลือดและลดความดันโลหิตหรือไขมันไม่ดีในร่างกาย อันช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด…

Continue Reading