ขนุนพันธุ์ฟ้าถล่ม

ขนุนประเภทฟ้ากระหน่ำ
ลักษณะประจำจำพวก
การต่อว่าดผล เป็นขนุนที่ติดผลไม่ค่อยดก ได้ผลผลิตเมื่ออายุ 4 ปีข้างหลังการปลูก ได้ผลราว 15-20 ผลต่อต้นต่อปี เมื่ออายุได้ 8-10 ปี เป็นขนุนจำพวกหนักให้ผลช้า
ลักษณะผล ผลกลมยาวรีแล้วก็ยาวรีเหมือนรูปไข่ ออกจะไปทางทรงกระบอก ผลใหญ่ ขนาดตั้งแต่ 20 กก.ขึ้นไปถึง 36 กิโล
เนื้อยวง ยวงใหญ่ ครึ้ม บ่อย ยวงสีเหลืองทองคำ รสหวานสนิท ยวงกรอบหากแม้แกะไว้ภายในตู้แช่เย็น 3-7 วัน ยวงก็ยังกรอบ
ซัง สีขาว มีซังปานกลาง
ต้น ลำต้นสูงใหญ่มีกิ่งแตกออก ทำมุมกับลำต้นไม่กว้างหรือแคบเิรับประทานไป ทรงพุ่มไม้โปร่ง
ใบ ใหญ่และก็ดกเหมือนใบขนุนชนิดตาบ๊วย

jumbo jili
ชื่อวิชาพฤกษศาสตร์ : Artocarpus heterophyllus Lam.
ชื่อสกุล : MORACEAE
ชื่อแคว้น : มะหนุน หมักหมี๊ หมากลาง
ชื่อสามัญ : Jackfruit Tree
บ้านเกิด : อินเดีย
แหล่งที่เจอ : เจอทั่วๆไปในประเทศไทย
ลักษณะเค้าโครง :
-วิสัย ไม้ใหญ่ขนาดใหญ่ สูง 15 – 30 เมตร ลำต้นรวมทั้งกิ่งเมื่อมีรอยแผลจะมีน้ำยางสีขาวข้นเหมือนนมไหล
-ลำต้น เปลือกต้นสีน้ำตาลปนแดงอ่อน
-ใบ เป็นใบโดดเดี่ยว เรียงสลับ แผ่นใบรูปรี ขนาดกว้าง 5-8 ซม. ยาว 10 – 15 ซม. ปลายใบทื่อ ถึงแหลม โคนใบมน ผิวในด้านบนสีเขียวเข้มวาว เนื้อใบดกผิวใบข้างล่างจะสากมือ
-ดอก เป็นช่อแบบช่อเชิงสดแยกเพศอยู่รวมกัน ดอกเพศผู้เรียกว่า “ส่า” มักออกตามปลายกิ่ง ดอกเพศภรรยาจะออกตามกิ่งใหญ่รวมทั้งตามลำต้นยอดเกสรเพศเมีย เป็นหนามแหลม ส่วนของพื้นที่กินเจริญมาจากกลีบดอกไม้ ส่วนซังเป็นกลีบเลี้ยง
-ฝัก/ผล สำเร็จรวมมีขนาดใหญ่ รูปรี สีเขียวอมเหลือง กว้าง 25-50 เซนติเมตร ยาว 30-100 เซนติเมตร มีก้านผลกว้าง 1-3 เซนติเมตร ยาว 5-10 เซนติเมตร ผิวเป็นตุ่มรูปกรวยปลายแหลม หรือมนอยู่ทั่วๆไป เมื่อสุกมีกลิ่นหอมยวนใจ ผลย่อยแต่ละผลอยู่ในกลีบรวมสีเหลืองถึงสีส้มสด มัน เป็นเนื้อดกนุ่มเหมือนถุง เม็ดฺ มีเยอะมาก รูปออกจะกลม หรือขอบขนาน กว้าง 15-20 มิลลิเมตร ยาว 25-30 มิลลิเมตร
-ฤดูมีดอก: ออกปีละ 2 ครั้งเป็นตอนธันวาคม – ม.ค. รวมทั้งม.ย. – พ.ค.

สล็อต
สิ่งแวดล้อมรวมทั้งการปลูกขนุน

  1. ประเภทของดิน ขนุนเป็นไม้ผลที่ขึ้นได้ในดินแทบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นดินร่วนซุย ดินร่วนซุยคละเคล้าทราย ดินปนทราย ดินเหนียว ดินแดง ธรรมดาขนุนถูกใจดินร่วนซุย หรือดินร่วนซุยคละเคล้าทรายที่จะต้องระบายน้ำดี ส่วนดินเหนียวหรือดินปนทรายควรมีการปรับปรุงแก้ไขด้วยการใส่ปุ๋ยธรรมชาติ ปุ๋ยธรรมชาติ มากมายๆจะช่วยทำให้ขนุนเติบโตเจริญขึ้น
  2. ความสมบูรณ์ของดิน ขนุนถูกใจดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง มีสารอินทรีย์มากมาย ซึ่งทำให้ดินมีสีดำ ขนุนจะเจริญวัยได้เร็ว ได้ผลดก ผลใหญ่ เนื้อยวงมีสีแก่ แล้วก็มีรสหวานกว่าขนุนที่ปลูกไว้ในดินที่มีภาวะความสมบูรณ์ต่ำ บางทีอาจสังเกตว่าพืชที่ขึ้นปกคลุมอยู่นั้น หากมีการเจริญวัยดี ใบมีสีเขียวเข้ม หมายความว่าดินมีความอุดมสมบูรณ์สูง
  3. ความเป็นกรด-ด่างของดิน ขนุนขึ้นได้ในดินที่มีค่าความเป็นกรด-ด่าง 6-7.5 ถ้าเกิดดินมีค่าความเป็นกรด-ด่างต่ำลงยิ่งกว่า 6.0 ดินจะเป็นกรด ซึ่งจะมีการตรึงจุลธาตุแล้วก็ฟอสเฟต จะต้องปรับแต่งโดยการใช้ปูนเพื่อการกสิกรรม นิยมใช้ปูนโดโลไมต์ ปูนมาร์ล การปรับปรุงความเป็นกรดของดินจำต้องใช้วิธีการใส่ทีละน้อยๆแต่ว่าหลายครั้ง เพื่อมีการปรับนิสัยขึ้นทีละเล็กทีละน้อยตอนความเป็นกรด-ด่าง ระดับ 6.0-7.5 ระยะนี้ทำให้ขนุนสามารถใช้ปุ๋ยได้อย่างมีคุณภาพ ขนุนจะสนองตอบต่อปุ๋ยอย่างเต็มเปี่ยม
  4. ทำเลที่ตั้งปลูกขนุน ควรเป็นที่ที่น้ำไม่ท่วม แล้วก็ดินจะต้องมีการระบายน้ำเจริญ ต้นขนุนเกลียดชังน้ำหลากขัง ด้วยเหตุดังกล่าว พื้นที่ลุ่มที่ใช้ปลูกขนุนก็เลยจะต้องทำโคกหรือทำสันร่องแบบร่องจีนก็เลยปลูกขนุนได้สล็อตออนไลน์
    การปลูก
    การเตรียมเม็ด เม็ดที่จะเอามาเพาะให้เลือกจากต้นที่เติบโต แข็งแรง ผลงาม เนื้อดี ไม่มีโรคแมลงต่างๆก่อกวน แล้วก็สำเร็จที่แก่สุดกำลังหรือสุกแล้ว เมื่อเอา เนื้อออกแล้วให้ล้างเม็ดด้วยน้ำจนกระทั่งสะอาด แล้วก็นำไปเพาะในทันทีอย่าเก็บเม็ดไว้ นานเกิน 15 วัน ด้วยเหตุว่าจะเพาะไม่แตกออกหรือผลิออกน้อย ต้นที่แตกออกจะไม่ค่อยแข็งแรง
    การเตรียมที่เพาะ แม้ว่าเป็นการเพาะปริมาณไม่มากสักเท่าไรนัก บางทีก็อาจจะเพาะในภาชนะ ต่างๆดังเช่นว่า กระถาง กระป๋อง แล้วก็ที่นิยมมากมายเป็น ถุงก๊อบแก๊บ ซึ่งสบายสำหรับในการ ย้ายที่ หรือการนำไปทาบกิ่ง ภาชนะที่จะใช้เพาะเม็ด ควรมีรูระบายน้ำไม่ไห้ น้ำนองเฉอะแฉะด้านใน สิ่งของเพาะให้ใช้ดินซึ่งร่วนซุย ดินที่ผสมปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอก มากมายๆขนาดของภาชนะจำเป็นต้องใหญ่พอควร ด้วยเหตุว่าจึงควรเพาะเม็ดอยู่เป็นเวลานานกว่าจะ นำไปปลูกหรือนำไปทาบกิ่งได้ การเพาะเม็ดมากไม่น้อยเลยทีเดียวๆควรจะเพาะในกะบะเพาะ หรือในแปลงเพาะ ซึ่งทำเป็นดังต่อไปนี้เป็น ซึ่งการเพาะในกะบะ กะบะเพาะบางทีอาจทำด้วยไม้ หรือใช้ลังไม้ที่มีอยู่แล้ว หรือเป็นกะบะพลาสติกก็ได้สุดแท้แต่สิ่งที่ต้องการ แต่ว่าจะต้องมีความลึกไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว วางกะบะเพาะไว้ภายในที่ร่มรำไร อย่าให้โดนแดดแรง เจาะรูที่ตูดกะบะหรือตีไม้ให้ ห่างเพื่อระบายน้ำได้ รองตูดกะบะด้วยก้อนอิฐหักแล้วปูทับด้วยฟางหรือต้นหญ้าแห้งเพื่อ ให้การระบายน้ำดี แล้วจึงใส่อุปกรณ์เพาะลงไปในกะบะจนถึงแทบเต็ม สิ่งของเพาะที่ใช้ได้ดีหมายถึงเถ้าถ่านแกลบ หรือทรายหยาบผสมเถ้าแกลบ เพราะว่าเวลาย้ายต้นกล้าจะทำเป็น ง่าย และก็ยังมีลักษณะโปร่ง การระบายน้ำและก็อากาศดี ทำให้เม็ดแตกหน่อก้าวหน้าและก็สม่ำ เสมอ นอกเหนือจากนั้นบางทีอาจใช้ดินซึ่งร่วนซุย โดยผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยธรรมชาติมากมายๆก็ได้
    การเพาะในเปลง แปลงเพาะจะต้องเป็นแปลงดินอยู่ในที่ร่มรำไร หรือมีการ อำพรางแสงสว่างไม่ให้โดนแดดแรง โดยขุดแปลงเพาะเป็นร่องขนาดกว้าง 1 – 1.5 เมตร ความยาวสุดแท้แต่ปรารถนา ควรจะชูแปลงให้สูงจากพื้นราว 30-50 ซม. แก้ไขดินในแปลงเพาะให้ร่วนซุย รวมทั้งระบายน้ำได้ดิบได้ดีโดยการผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก
    แนวทางเพาะเม็ด เม็ดที่ล้างสะอาดก็ดีแล้วก่อนที่จะนำลงเพาะควรจะแช่เม็ด ในน้ำยากำจัดเชื้อราราว 10-20 นาที คุ้มครองเชื้อราที่บางทีอาจตำหนิตมากับเม็ด การเพาะในแปลงแล้วก็ในกะบะเพาะ ให้เพาะเป็นแนวๆห่างกันโดยประมาณ 5 นิ้ว ฝังเม็ดลึกราวๆ 5 ศาสนาเชนติเตียนเมตร กลบดินแล้วรดน้ำให้เปียกแฉะ การเพาะในภาชนะ ให้หยอดเม็ด 2 เม็ดต่อภาชนะแต่ละใบ เพื้อจะ ได้เลือกต้นที่สมบูรณ์ไว้เพียงแค่ต้นเดียว ภายหลังเพาะเม็ดแล้ว ให้รดน้ำทุกเมื่อเชื่อวันตอนเช้า เย็น อย่าให้ดินแห้ง หรือเฉอะแฉะเกินความจำเป็น
    การย้ายกล้า ต้นกล้าที่ปลูกภายในแปลงเพาะหรือในกะบะเพาะนั้น เมื่อ ต้นกล้าสูงราวๆ 5-6 นิ้ว ให้ขุดแยกใส่ภาชนะเพื่อนำไปเลี้ยงสำหรับนำไปทาบ กิ่ง ส่วนต้นที่ปรารถนานำไปปลูกภายในแปลงจริงให้ขุดแยกออกไปปลูกไว้ในภาชนะ หรือนำไปปลูกลงในแปลงชำ อย่าทำให้ต้นกล้าอยู่ในแปลงเพาะหรือกะบะเพาะนาน เกินความจำเป็น เพราะว่าต้นจะแทรกกันมากมาย เวลาขุดจะกระทบมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกะบะเพาะ ที่ใช้เถ้าแกลบ จะไม่มีของกินพอเพียงจะเลี้ยงต้นกล้าจะต้องรีบขุดย้าย
    การเตรียมแปลงชำ ทำเหมือนกันกับแปลงเพาะกล้า เป็นชูเป็นร่องแล้ว ปรับปรุงแก้ไขดินให้ร่วนชุย แล้วนำต้นกล้ามาปลูกเป็นแนวๆห่างตูดราวๆ 10- 12 นิ้ว เพื่อสบายสำหรับเพื่อการขุดย้ายจะเลี้ยงต้นกล้าในแปลงชำราว 5-6 เดือน จีงจะย้ายไปปลูกไว้ในสวน การขุดย้ายต้องระวังอย่าให้รากขาดมากมาย เมื่อปลูกจะ ได้ตั้งตัวเร็ว การปลูกโดยการย้ายต้นกล้า ควรจะทำในช่วงฤดูฝน จะช่วยทำให้ต้นตั้งตัวได้เร็ว และไม่จะต้องรอรดน้ำเสมอๆ
    การรักษาข้างหลังปลูกขนุน การให้น้ำ อาทิตย์แรกภายหลังจากปลูก หากฝนไม่ตกควรจะรดน้ำให้แต่ละวัน ต่อไปหากฝนไม่ตกควรจะรดน้ำ 3-4 วันต่อครั้ง และก็ตลอดหน้าแล้ง หากมีความคิดเห็นว่าดินแห้งเหลือเกินจำเป็นต้องรดน้ำช่วยกระทั่งต้นขนุนแก่ 1 ปีขึ้นไป จีงจะไม่เป็นอันตรายการให้น้ำบางทีอาจ ห่างออกไปบ้างก็ได้ การปลูกโดยปกติมักให้น้ำเพียงแต่ 1-2 ครั้งแล้วปลดปล่อยตามธรรมธาว่ากล่าว ก็สามารถเจริญวัยให้ดอกได้ผลได้ด้วยเหมือนกัน เนื่องจากปกติขนุนเป็นพืชที่ทนแล้งอยู่แล้ว แม้กระนั้นแม้กระนั้นการปลูกเพือให้สำเร็จอย่างมากนั้นควรจะให้น้ำอยู่อย่างสม่ำเสมอ ในช่วงฤดูแล้งหรือตอนที่ขาดฝนนานๆควรจะให้น้ำช่วยบ้าง จะก่อให้ต้นเติบโตอย่างสม่ำเสมอ ไม่หยุดการเติบโต เมื่อขนุนโตขนาดได้ผลแล้ว ในระยะที่ขนุนตกดอกให้งดเว้นน้ำเลวระยะหนึ่ง เมื่อดอกบานรวมทั้งติดผลแล้ว ก็เลยให้น้ำให้มากมายเพื่อบำรุงผลให้เติบโตรวมทั้งมีคุณภาพดี ภายหลังที่ติดผลแล้ว ถ้าเกิดขาดน้ำผลจะมีขนาดเล็ก การเจริญเติบโตของผลไม่บ่อยนัก ผลบางทีอาจแป้ว เบี้ยว แล้วก็เนื้อบาง การให้น้ำก็เลยเป็นสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งjumboslot
    ผลดี
  5. ลดการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นบนบริเวณใบหน้าสำหรับคนที่เริ่มมีริ้วรอยบนบริเวณใบหน้าทดลองนำเม็ดขนุนจุ่มนมเย็นรวมทั้งเอามากดบน หน้าเบาๆแนวทางแบบนี้จะช่วยลดริ้วรอยบนบริเวณใบหน้าได้อย่างยอดเยี่ยม (ทดลองทำต่อเนื่องอปิ้งน้อย 6 อาทิตย์)
  6. ลดท้องผูกคุณประโยชน์ของเม็ดขนุนใช้เป็นยาระบายอ่อนๆได้ เนื่องมาจากอุดมไปด้วยเส้นใยที่จะเข้าไปล้างพิษ
  7. ช่วยทำให้ผิวเกลี้ยงใสนำเม็ดแห้งของขนุนมาบดอย่างละเอียดกับนมและก็น้ำผึ้ง ใช้มาร์กหน้าทิ้งเอาไว้ชั่วประเดี๋ยวแล้วล้างออก
  8. โปรตีนสูงเม็ดขนุนมีโปรตีนสูง สำหรับผู้ที่กำลังลดความอ้วนทดลองเปลี่ยนแปลงจากรับประทานถั่วมากินเม็ดขนุน (ต้ม) ก็ช่วยได้
  9. ช่วยทำให้ผมงามร่างกายแข็งแรงทานเม็ดขนุนสามารถช่วยสำหรับการไหลเวียนโลหิต เป็นประโยชน์กับผมช่วยทำให้เส้นผมยาวเร็วขึ้นอีกด้วย
  10. มีวิตามินเอเม็ดขนุนเป็นแหล่งรวมวิตามินที่ดีสำหรับเส้นผม คุ้มครองป้องกันผมไม่ให้แห้งกระด้างและก็บอบบาง
  11. สร้างภูมิต้านทานเป็นแหล่งวิตามินซีรวมทั้งมีสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถสร้างระบบคุ้มครองให้แข็งแรงป้องกันลักษณะการป่วยนิดๆหน่อยๆอาทิเช่น ไอ หวัด แล้วก็ไข้หวัดใหญ่
  12. ให้พลังงานขนุนอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต แคลอรี่รวมถึงน้ำตาลฟรุกโตส คือผลไม้ที่ไม่มีคอเรสเตอรอคอยล กินได้ไม่มีอันตรายสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงมั่นใจ
  13. คุ้มครองปกป้องการเกิดโรคมะเร็งขนุนมีสารต้านอนุมูลอิสระแล้วก็สารอาหารซึ่งสามารถคุ้มครองปกป้องจากโรคมะเร็งได้ และก็คุ้มครองโรคมะเร็งในโพรงปาก
  14. รักษาความดันเลือดขนุนมีโพแทสเซียมที่ช่วยลดความดันเลือดสูงและก็บำรุงหัวใจ
  15. ช่วยทำให้ปรับการย่อยของอาหารให้ดียิ่งขึ้นขนุนอุดมไปด้วยใยอาหารที่เสมือนเป็นตัวช่วยหรือยาระบาย ช่วยในการย่อยของกินแล้วก็คุ้มครองป้องกันท้องผูก
  16. ปกป้องการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ขนุนมี high in dietary fats ก็เลยสามารถช่วยลดผลพวงที่เกิดขึ้นจากพิษในลำใส่ใหญ่แล้วก็คุ้มครองปกป้องโรคมะเร็งที่อาจะ เกิดขึ้นได้ นอกเหนือจากนั้นสารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยคุ้มครองปกป้องริ้วร้อยที่เกิดขึ้นจากวัยแล้วก็ความ ย่อยสลายของเยื่อแล้วก็ส่วนประกอบของร่างกาย หรือที่พวกเราเรียกว่า โรคเสื่อมนั่นเอง
  17. บำรุงสายตาเนื้อขนุนมีวิตามินรวมทั้งสารอาหารที่สำคัญต่อดวงตา แล้วก็มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยคุ้มครองต้อกระจกและก็ประสาทตาเสื่อม
  18. ดีต่อผิวลดริ้วรอยสาเหตุอีกทั้งเรื่องอายุที่มากขึ้นและก็วัยหมดระดู รังสียูวี หรือมลภาวะต่างๆที่ทำให้ร่างกายมองแก่ก่อนวัย ขนุนมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอวัยรวมทั้งลดริ้วรอย
  19. โรคหอบหืดทุเลาอาการหอบของผู้ที่เป็นโรคโรคหอบหืดได้ ปัจจุบันนี้มีคนเป็นโรคอาการหอบหืดหรือโรคที่เกี่ยวกับทางเท้าหายใจจำนวนมาก
  20. สร้างเสริมกระดูกให้แข็งแรงขนุนอุดมไปด้วยแมกนีเซียมเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกแล้วก็ฟัน นอกจากนั้นยังสามารถช่วยคุ้มครองป้องกันโรคกระดูกพรุน ขนุนมีโพแทสเซียมจะเข้าไปช่วยลดการสูญเสียแคลเซียมในไตรวมทั้งเพิ่มความหนาแน่น ของกระดูก
  21. ไกลห่างโรคโลหิตจางขนุนเต็มไปด้วยวิตามิน เอ ซี อี และก็เค มีไนอาสิน วิตามิน บี6 โฟเลต กรด pantothenic ทองแดงแมงกานีสแล้วก็แมกนีเซียมที่ต้องในการสร้างเม็ดเลือด นอกเหนือจากสามารถซึมซับธาตุเหล็กแล้วยังสามารถคุ้มครองปกป้องโรคโลหิตจางได้ด้วย
  22. ทุเลาอาการหวัดเนื่องจากว่าอุดมด้วยวิตามินซีก็เลยสามารถช่วยปกป้องอาการหวัดรวมทั้งการรับเชื้อได้ เพียงแต่คุณกินขนุน 5 – 6 ชิ้นคุณก็จะได้รับทั้งยังสารต้านอนุมูลอิสระแล้วก็การเสริมสร้างระบบภูมิต้านทาน
  23. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดระดับน้ำตาลในเลือดสูงอาจเกิดขึ้นจากการขาดแมงกานีส โดยในขนุนมีแมงกานีส (จากข้อ17) ก็เลยช่วยลดหรือควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้slot
Tagged ,