กีวี่พันธุ์ Hayward หรือ Chico

กีวี่ชนิด Hayward หรือ Chico
เป็นจำพวกมาจากนิวซีแลนด์ มีความนิยมชมชอบบริโภคสูงที่สุด มีลักษณะมีดอกช้า ได้ผลผลิตออกจะต่ำ (ดอกบานตอนที่จำพวก Abbott กลีบดอกไม้ตกแล้ว) กลีบดอกไม้มีลักษณะเป็นรูปถ้วย ซ้อนทับกัน ผลเป็นรูปไข่ ใหญ่ที่ขั้วผล แล้วก็ปลายผลแบน ผลกว้างโดยประมาณ 4.3 เซนติเมตร ยาวโดยประมาณ 5.96 เซนติเมตร น้ำหนักผลราวๆ 80-120 กรัม/ผล ผลมีสีน้ำตาลอมเขียวหรือสีเขียวจาง มีขนปกคลุมหนาแน่น ให้รสหวานเปรี้ยว ความหวานราวๆ 13.69 องศาบริกซ์

jumbo jili
กีวียังมีชื่อเสียงว่าเป็น ยอดเยี่ยมพลังสารอาหาร และก็คือผลไม้เพื่อสุขภาพหมายถึงแหล่งวิตามินซีในจำนวนสูงสุด เว้นเสียแต่กีวีสีเขียวที่พวกเรารู้จัก ยังมีกีวีโกลด์ หรือกีวีสีทองคำให้เลือกบริโภค กีวีทั้งสองประเภทมีจำนวนวิตามินซีสูงสุดถ้าหากเทียบกับผลไม้ขึ้นชื่อลือนามเรื่อง วิตามินซี เป็นต้นว่า ส้ม หรือมะละกอ จากการศึกษาค้นคว้าวิจัยพบว่ากีวีหนึ่งผล มีวิตามินซีมากยิ่งกว่าส้มหนึ่งลูกถึง 74% การกินกีวีสองผลต่อวันจะช่วยเพิ่มปริมาณวิตามินซีภายในร่างกายอย่างชัดเจน ช่วยกระตุ้นลักษณะการทำงานของภูมิต้านทานโรคซึ่งเป็นเกราะธรรมชาติที่ช่วยคุ้มครอง หวัด และก็ไข้หวัดใหญ่ แล้วก็ซ่อมบำรุงร่างกายส่วนที่ผุพังแล้วก็กระตุ้นการผลิตเซลล์ใหม่ๆ
อุดมด้วยโฟเลต สำหรับม่าม้ามีท้อง โฟเลตมีหน้าที่สำคัญสำหรับในการสร้างสารพัดธุบาป ก็เลยจำเป็นมากสำหรับทารกและก็ม่าม้าที่กำลังตั้งท้อง เนื่องจากเป็นตอนๆที่ร่างกายอยากได้เซลล์ใหม่จำนวนมาก การกินโฟเลตเสมอๆทั้งยังก่อนแล้วก็ระหว่างมีท้อง ยังช่วยปรับผิวและก็เซลล์เม็ดเลือดมีสุขภาพแข็งแรง กีวีมีจำนวนโฟเลตสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับกล้วย มะม่วง สัปปะรด และก็ลูกแอปเปิ้ล ส่วนมากกว่ากล้วย 49% และก็มากยิ่งกว่ามะม่วงถึง 112.8%
ยอดเยี่ยมคุณประโยชน์วิตามินอี วิตามินอีได้รับการตั้งชื่อว่าช่วยชะลอความแก่เฒ่า ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ลดความเสื่อมโทรมของอวัยวะต่างๆคุณลักษณะที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระของวิตามินอี นอกเหนือจากการที่จะช่วยคุ้มครองปกป้องเซลล์จากการเสื่อมสลายแล้ว ยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และก็ช่วยสำหรับการไหลเวียนโลหิตอีกด้วย จากการศึกษาวิจัยพบว่ากีวีมีจำนวนวิตามินอีสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกีวีทองคำ ซึ่งมีวิตามินอีมากยิ่งกว่ามะม่วงถึงหนึ่งเท่า

สล็อต

  • เต็มกำลังด้วยพลังเส้นใย เส้นใยหรือใยอาหารเป็นสารที่ไม่ให้พลังงานภายในร่างกาย แม้กระนั้นเข้าไปยึดพื้นที่ในระบบทางเดินอาหารทำให้อิ่มได้เร็วรวมทั้งนาน ยิ่งไปกว่านี้ยังช่วยชำระล้างรวมทั้งเปลี่ยนแปลงระบบที่ทำหน้าที่ย่อยอาหาร รวมทั้งเกื้อหนุนให้หัวใจแล้วก็สุขภาพดี กีวีเขียวหนึ่งผลมีจำนวนเส้นใยมากยิ่งกว่ากล้วย 15% รวมทั้งมากยิ่งกว่าลูกแอปเปิ้ลแล้วก็ส้มถึง 25% กีวีนอกเหนือจากการที่จะเอามาทำเป็นเครื่องดื่ม เครื่องปรุงของกิน และก็ผลไม้แล้ว ยังสามารถทำเป็นไอศกรีมได้ด้วย
  • กีวีมีบ้านเกิดอยู่ที่จีน พบได้มากแถบบริเวณลุ่มน้ำฉางเจียง แยงซีเกียง) ในอดีตกีวีได้รับการเชิดชูจากพระมหาจักรพรรดิ ว่าคือผลไม้ที่มีรสชาติยอดเยี่ยม กีวีเริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลายนอกจีนในตอนปี คริสต์ศักราช 1800-1900 หลังจากนั้นมีคนนำไปปลูกเอาไว้ภายในประเทศนิวซีแลลุกลี้ลุกลนด์ ตอนปี คริสต์ศักราช 1906 แล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงประเภทจนได้ผลกีวีที่มีรสชาติเพิ่มขึ้นเมื่อแรกนำผลไม้ประเภท นี้เข้าปลูกภายในประเทศนิวซีแลนด์ใช้ชื่อเดิมว่า Chinese gooseberry ถัดมานิวซีแลนด์ได้เปลี่ยนเป็นประเทศผู้ปลูกรวมทั้งส่งออกกีวีรายใหญ่ที่สุดของโลก ก็เลยได้แปลงชื่อเรียกผลไม้จำพวกนี้เป็น kiwi fruit ตามเครื่องหมายของประเทศ ซึ่งหมายถึงนกกีวีนั่นเอง ในประเทศไทยได้มีการทดสอบนำกีวีเข้ามาปลูกภายในพื้นที่บนภูเขาอ่างขาง แล้วก็ภูเขาขุนวาง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อไม่กี่ปีให้หลัง สล็อตออนไลน์
    ลักษณะทางวิชาพฤกษศาสตร์
  1. ลำต้น แล้วก็กิ่ง
    กีวีเป็นไม้เลื้อยที่มีการผลัดใบ แก่ได้มากกว่า 50 ปี เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นได้มากกว่า 20 ซม. แล้วก็เลื้อยได้สูงกว่้า 9 เมตร ลำต้นหรือเถาปกคลุมด้วยขน ไม่มีมือเกาะ สามารถประคองปลายเถาได้เองหรือใช้ปลายเถาสำหรับในการอิงหรือม้วนพันสำหรับประคองเถา แตกกิ่งออกข้างๆเถา กิ่งอ่อนมีสีเขียว รวมทั้งเมื่อแก่มีสีน้ำตาล มีตาสำหรับก้าวหน้าเป็นดอกอบู่เหนือก้านใบ
  2. ใบ
    ใบกีวีจัดเป็นใบคนเดียว เจริญรุ่งเรืองออกมาจากข้อกิ่ง ออกเรียงสลับตามความยาวของกิ่ง ใบมีลักษณะเป็นรูปไข่หรือรูปหัวใจ สีเขียวเข้ม มีขนสีน้ำตาลปนแดงปกคลุมทั้งยังข้างบน แล้วก็ข้างล่าง ขอบของใบหยักเหมือนฟันเลื่อย ใบกว้างราว 10-15 ซม. ยาวราวๆ 7-15 ซม. ขึ้นกับตำแหน่งของใบ โดยใบที่เกิดในข้อที่บริบูรณ์ (ข้อยาว) จะมีใบขนาดใหญ่กว่าใบที่เกิดรอบๆข้อสั้น เมื่อต้นโตเต็มกำลังจะมีใบราว 3500-5000 ใบ ใบเจริญรุ่งเรืองสุดกำลังเมื่ออายุ 4 อาทิตย์ แล้วก็แก่เมื่ออายุ 10 อาทิตย์
  3. ดอก
    ดอกกีวีกำเนิดที่ตาเหนือก้านใบ เป็นจำพวกดอกแบบไม่สมบูรณ์เพศแยกดอกเพศผู้ รวมทั้งดอกเพศภรรยาอยู่คนละต้น มีอีกทั้งออกเป็นดอกผู้เดียว แล้วก็ออกเป็นช่อ (ดอกหลัก 1 ดอก รวมทั้งดอกรอง 2 ดอก) ดอกมีขนาดใหญ่ มีกลีบสีขาวครีม 3-7 กลีบ
    – ดอกเพศภรรยา มีรังไข่แบบ carple ปริมาณ 25-41 อัน แต่ละ carple มีไข่ราว 40 ฟอง
    – ดอกเพศผู้ ข้างในมีอับเรณูเยอะแยะ แล้วก็มีรังไข่ด้านใน แม้กระนั้นมีขนาดเล็ก และไม่ปฏิบัติภารกิจ
  4. ผล
    ผลกีวีจัดเป็นแบบเบอปรี่แบบชุ่มฉ่ำน้ำ มีรูปร่างทรงกระบอกหรือรูปไข่ มีลักษณะใหญ่ที่ขั้วผล และก็ด้านหลังผลเล็กลง แม้กระนั้นมีลักษณะต่างกันในแต่ละชนิด ผิวเปลือกมีสีเขียวหรือสีน้ำตาล มีขนสีน้ำตาลปกคลุมทั่วผล เนื้อผลดิบจะแข็ง และก็เมื่อสุกจะอ่อนนิ่ม สีเนื้อมีทั้งยังสีเขียว สีเขียวปนเหลืองหรือสีเหลือง ขึ้นกับสายพันธุ์ ด้านในมีเม็ดขนาดเล็ก เยอะแยะ เรียงหน้ารอบแกนผล สีของเม็ดของผลอ่อนมีสีขาว รวมทั้งจะมีสีดำเมื่อผลแก่หรือสุก
  5. ราก
    รากกีวีเป็นระบบรากแก้ว มีรากกิ้งก้าน รวมทั้งรากฝอยแตกออกรอบๆ ความลึกของรากโดยประมาณ 0.4-1 เมตร แต่ว่าบางพื้นที่ที่มีหน้าดินลึกบางทีอาจเจอรากที่ยาวมากยิ่งกว่า 1 เมตร ขึ้นไปjumboslot
    คุณประโยชน์ทางโภชนาการ (100 กรัม)
    – พลังงาน: 42 กิโลแคลอรี่
    – โปรตีน: 0.8 กรัม
    – ไขมัน: 0.4 กรัม
    – เส้นใย: 2.1 กรัม
    – สิตามิน ซี : 64 มก.
    – วิตามิน เอ: 3 ไมโครกรัม
    – เหล็ก: 0.2 มก.
    – โพแทสเซียม: 252 มก.
    – โฟเลท: 17 ไมโครกรัม
    การปลูก
    กีวีฟรุตที่ปลูกภายในเมืองไทยจะเข้าสู่ระยะพลัดใบในช่วงปลายธันวาคม รวมทั้งไปสู่ระยะแตกใบใหม่ รวมทั้งกำเนิดตาดอกราวๆช่วงเวลากลางเดือนมี.ค. ดอกจะบานเมื่อใบอ่อนคลายสุดกำลัง และก็ทยอยบานตั้งแต่สิ้นเดือนเดือนมีนาคม โดยดอกที่มีการผสมเกสรจะติดได้ผลสำเร็จราวๆต้นเดือนม.ย. ซึ่งในระยะ 8 อาทิตย์ ผลจะเติบโตอย่างเร็ว และก็จะเริ่มคงเดิมราวๆก.ย. ต่อไปจะเก็บผลิตผลในตอนตุลาคม-เดือนธันวาคมกีวีเป็นพืชที่ถูกใจอากาศหนาวเย็นในบางช่วง แล้วก็เจริญวัยก้าวหน้าในดินร่วนซุย ดินร่วนซุยผสมทรายที่มีหน้าดินลึก เกลียดพื้นที่น้ำนอง หน้าดินแน่นหรือเป็นดินเหนียวมากมาย ดินมีลักษณะเป็นกรดนิดหน่อย
    การขยายพันธุ์
    การขยายพันธุ์กีวีสามารถทำเป็นหลายแนวทาง อาทิเช่น การเพาะเม็ด การปักชำ การทิ่มยอด แต่ว่าที่นิยมในขณะนี้หมายถึงการปักชำ และก็การทิ่มยอดบนตัวการ เพราะเหตุว่าสามารถคัดสายพันธุ์ แล้วก็ต้นชนิดที่ดีได้ และก็ได้ผลผลิตที่เร็วกว่า
  6. การปักชำ จะใช้กิ่งแก่แก่กว่า 1 ปี ใช้กิ่งในระยะพักตัวตอนเดือนมากมายราคม โดยตัดกิ่งยาวราวๆ 15 เซนติเมตร ตัดปลายด้านต้นกิ่งให้เป็นปากฉลาม จุ่มด้วยฮอร์โมนรีบราก และก็ปักชำในถุงเพาะชำ ซึ่งจะใช้เวลาราวๆ 45 วัน รากก็เลยจะแตกหน่อ แล้วก็แทงใบใหม่
  7. การทิ่มยอด ใช้ในการแปลงต้นจำพวกใหม่ โดยตัวการบางทีอาจฯลฯโคนเดิมที่แก่มากมายหรือฯลฯโคนใหม่ที่เป็นประเภทไม่ได้อยาก แล้วแทงยอดชนิดใหม่แทน นิยมทำในการผลิตต้นกล้า และก็ปลูกถ่ายต้นใหม่ในแปลง
    การปลูก
    การปลูกต้นกีวีจะปลูกทั้งยังต้นเพศผู้ แล้วก็ต้นเพศภรรยาสลับแถวหรือระยะกัน เพื่อมีการผสมเกสรได้อย่างทั่วถึงในรูปทรงต้นเพศผู้ 1 ต้น แล้วก็ต้นเพศภรรยา 6-8 ต้น ในแนวเดียวกัน โดยสลับเป็นระยะๆแล้วก็ให้สลับตำแหน่งกับแถวอื่นๆระยะปลูกระหว่างต้นที่ 4×4 – 6×6 เมตร
    กระบวนการทำค้าง
    แนวทางการทำค้างนับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นในการปลูกกีวี เพื่อกีวีสามารถแพร่กิ่งรับแสงสว่างได้เต็มกำลัง กิ่งไม่พันซ้อนกัน ลักษณะค้างที่นิยมหมายถึงต้นแบบตัว T ตามแนวยาวของแถวปลูก โดยมีหลักค้ำจนกระทั่งรูปตัว T ปักไว้ภายในระหว่างต้น ระยะห่างของเสาที่ 2-3 ต้นของต้นกีวีslot
Tagged ,