กีวี่พันธุ์ Dexter

กีวี่จำพวก Dexter
เป็นชนิดที่มีการเติบโตดี แม้กระนั้นได้ผลผลิตต่ำ ผลมีลักษณะกลมยาว ผลกว้างราวๆ 4.5 เซนติเมตร ยาวโดยประมาณ 6.22 เซนติเมตร น้ำหนักผลโดยประมาณ 66 กรัม/ผล มีเม็ดมากมาย ความหวานราว 13.29 องศาบริกซ์

jumbo jili
กีวียังมีชื่อเสียงว่าเป็น ยอดเยี่ยมพลังสารอาหาร และก็คือผลไม้เพื่อสุขภาพหมายถึงแหล่งวิตามินซีในจำนวนสูงสุด นอกเหนือจากกีวีสีเขียวที่พวกเรารู้จัก ยังมีกีวีโกลด์ หรือกีวีสีทองคำให้เลือกบริโภค กีวีทั้งสองแบบมีจำนวนวิตามินซีสูงสุดถ้าเกิดเทียบกับผลไม้ขึ้นชื่อลือชาเรื่อง วิตามินซี เป็นต้นว่า ส้ม หรือมะละกอ จากการค้นคว้าพบว่ากีวีหนึ่งผล มีวิตามินซีมากยิ่งกว่าส้มหนึ่งลูกถึง 74% การกินกีวีสองผลต่อวันจะช่วยเพิ่มปริมาณวิตามินซีภายในร่างกายอย่างชัดเจน ช่วยกระตุ้นลักษณะการทำงานของภูมิต้านทานโรคซึ่งเป็นเกราะธรรมชาติที่ช่วยคุ้มครองปกป้อง หวัด แล้วก็ไข้หวัดใหญ่ แล้วก็ปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมร่างกายส่วนที่สึกกร่อนและก็กระตุ้นการผลิตเซลล์ใหม่ๆ
อุดมด้วยโฟเลต สำหรับแม่มีท้อง โฟเลตมีหน้าที่สำคัญสำหรับในการสร้างสารพัดธุบาป ก็เลยจำเป็นมากสำหรับเด็กอ่อนรวมทั้งม่าม้าที่กำลังตั้งท้อง เนื่องจากว่าเป็นตอนๆที่ร่างกายอยากเซลล์ใหม่ไม่น้อยเลยทีเดียว การกินโฟเลตเสมอๆทั้งยังก่อนและก็ระหว่างมีท้อง ยังช่วยปรับให้ผิวแล้วก็เซลล์เม็ดเลือดมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง กีวีมีจำนวนโฟเลตสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับกล้วย มะม่วง สัปปะรด และก็ลูกแอปเปิ้ล ส่วนใหญ่กว่ากล้วย 49% และก็มากยิ่งกว่ามะม่วงถึง 112.8%
ยอดเยี่ยมค่าวิตามินอี วิตามินอีได้รับการตั้งชื่อว่าช่วยชะลอความแก่เฒ่า ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ลดความเสื่อมโทรมของอวัยวะต่างๆคุณลักษณะที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระของวิตามินอี นอกเหนือจากการที่จะช่วยคุ้มครองป้องกันเซลล์จากการย่อยสลายแล้ว ยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และก็ช่วยสำหรับเพื่อการไหลเวียนโลหิตอีกด้วย จากการค้นคว้าวิจัยพบว่ากีวีมีจำนวนวิตามินอีสูงสุด โดยยิ่งไปกว่านั้นกีวีทองคำ ซึ่งมีวิตามินอีมากยิ่งกว่ามะม่วงถึงหนึ่งเท่า

สล็อต

  • เต็มกำลังด้วยพลังเส้นใย เส้นใยหรือใยอาหารเป็นสารที่ไม่ให้พลังงานภายในร่างกาย แต่ว่าเข้าไปยึดพื้นที่ในระบบทางเดินอาหารทำให้อิ่มได้เร็วและก็นาน นอกเหนือจากนี้ยังช่วยชำระล้างแล้วก็ปรับแต่งระบบที่ทำหน้าที่ย่อยอาหาร รวมทั้งผลักดันให้หัวใจรวมทั้งสุขภาพแข็งแรง กีวีเขียวหนึ่งผลมีจำนวนเส้นใยมากยิ่งกว่ากล้วย 15% รวมทั้งมากยิ่งกว่าผลแอปเปิ้ลรวมทั้งส้มถึง 25% กีวีนอกเหนือจากที่จะเอามาทำเป็นเครื่องดื่ม เครื่องปรุงของกิน แล้วก็ผลไม้แล้ว ยังสามารถทำเป็นไอติมได้ด้วย
  • กีวีมีบ้านเกิดอยู่ที่เมืองจีน พบได้ทั่วไปแถบบริเวณลุ่มน้ำฉางเจียง แยงซีเกียง) ในยุคเก่ากีวีได้รับการชมเชยจากพระมหาจักรพรรดิ ว่าคือผลไม้ที่มีรสชาติยอดเยี่ยม กีวีเริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลายนอกจีนในตอนปี คริสต์ศักราช 1800-1900 ต่อจากนั้นมีคนนำไปปลูกภายในประเทศนิวซีแลลุกลนด์ ตอนปี คริสต์ศักราช 1906 รวมทั้งมีการปรับแต่งจำพวกจนได้ผลกีวีที่มีรสชาติเพิ่มขึ้นเมื่อแรกนำผลไม้ประเภท นี้เข้าปลูกเอาไว้ภายในประเทศนิวซีแลนด์ใช้ชื่อเดิมว่า Chinese gooseberry ถัดมานิวซีแลนด์ได้เปลี่ยนเป็นประเทศผู้ปลูกรวมทั้งส่งออกกีวีรายใหญ่ที่สุดของโลก ก็เลยได้แปลงชื่อเรียกผลไม้จำพวกนี้เป็น kiwi fruit ตามเครื่องหมายของประเทศ มันก็คือนกกีวีนั่นเอง ในประเทศไทยได้มีการทดสอบนำกีวีเข้ามาปลูกเอาไว้ในพื้นที่บนภูเขาอ่างขาง และก็ภูเขาขุนวาง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อไม่กี่ปีให้หลัง สล็อตออนไลน์
    ลักษณะทางวิชาพฤกษศาสตร์
  1. ลำต้น รวมทั้งกิ่ง
    กีวีเป็นไม้เลื้อยที่มีการผลัดใบ แก่ได้มากกว่า 50 ปี เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นได้มากกว่า 20 ซม. และก็เลื้อยได้สูงกว่้า 9 เมตร ลำต้นหรือเถาปกคลุมด้วยขน ไม่มีมือเกาะ สามารถประคองปลายเถาได้เองหรือใช้ปลายเถาสำหรับเพื่อการอิงหรือม้วนพันสำหรับประคองเถา แตกกิ่งออกข้างๆเถา กิ่งอ่อนมีสีเขียว แล้วก็เมื่อแก่มีสีน้ำตาล มีตาสำหรับก้าวหน้าเป็นดอกอบู่เหนือก้านใบ
  2. ใบ
    ใบกีวีจัดเป็นใบคนเดียว เจริญก้าวหน้าออกมาจากข้อกิ่ง ออกเรียงสลับตามความยาวของกิ่ง ใบมีลักษณะเป็นรูปไข่หรือรูปหัวใจ สีเขียวเข้ม มีขนสีน้ำตาลปนแดงปกคลุมอีกทั้งข้างบน และก็ข้างล่าง ขอบของใบหยักเหมือนฟันเลื่อย ใบกว้างราว 10-15 ซม. ยาวโดยประมาณ 7-15 ซม. ขึ้นกับตำแหน่งของใบ โดยใบที่เกิดในข้อที่บริบูรณ์ (ข้อยาว) จะมีใบขนาดใหญ่กว่าใบที่เกิดรอบๆข้อสั้น เมื่อต้นโตเต็มกำลังจะมีใบราว 3500-5000 ใบ ใบรุ่งเรืองสุดกำลังเมื่ออายุ 4 อาทิตย์ และก็แก่เมื่ออายุ 10 อาทิตย์
  3. ดอก
    ดอกกีวีกำเนิดที่ตาเหนือก้านใบ เป็นจำพวกดอกแบบไม่สมบูรณ์เพศแยกดอกเพศผู้ และก็ดอกเพศภรรยาอยู่คนละต้น มีอีกทั้งออกเป็นดอกผู้เดียว รวมทั้งออกเป็นช่อ (ดอกหลัก 1 ดอก แล้วก็ดอกรอง 2 ดอก) ดอกมีขนาดใหญ่ มีกลีบสีขาวครีม 3-7 กลีบ
    – ดอกเพศภรรยา มีรังไข่แบบ carple ปริมาณ 25-41 อัน แต่ละ carple มีไข่โดยประมาณ 40 ฟอง
    – ดอกเพศผู้ ด้านในมีอับเรณูมากมาย และก็มีรังไข่ข้างใน แต่ว่ามีขนาดเล็ก และไม่ปฏิบัติหน้าที่
  4. ผล
    ผลกีวีจัดเป็นแบบเบอปรี่แบบชุ่มฉ่ำน้ำ มีรูปร่างทรงกระบอกหรือรูปไข่ มีลักษณะใหญ่ที่ขั้วผล และก็ด้านหลังผลเล็กลง แม้กระนั้นมีลักษณะแตกต่างในแต่ละชนิด ผิวเปลือกมีสีเขียวหรือสีน้ำตาล มีขนสีน้ำตาลปกคลุมทั่วผล เนื้อผลดิบจะแข็ง แล้วก็เมื่อสุกจะอ่อนนิ่ม สีเนื้อมีทั้งยังสีเขียว สีเขียวปนเหลืองหรือสีเหลือง ขึ้นกับสายพันธุ์ ด้านในมีเม็ดขนาดเล็ก จำนวนหลายชิ้น เรียงหน้ารอบแกนผล สีของเม็ดของผลอ่อนมีสีขาว แล้วก็จะมีสีดำเมื่อผลแก่หรือสุก
  5. ราก
    รากกีวีเป็นระบบรากแก้ว มีรากกิ้งก้าน รวมทั้งรากฝอยแตกออกรอบๆ ความลึกของรากราวๆ 0.4-1 เมตร แต่ว่าบางพื้นที่ที่มีหน้าดินลึกบางทีอาจเจอรากที่ยาวมากยิ่งกว่า 1 เมตร ขึ้นไปjumboslot
    ค่าทางโภชนาการ (100 กรัม)
    – พลังงาน: 42 กิโลแคลอรี่
    – โปรตีน: 0.8 กรัม
    – ไขมัน: 0.4 กรัม
    – เส้นใย: 2.1 กรัม
    – สิตามิน ซี : 64 มก.
    – วิตามิน เอ: 3 ไมโครกรัม
    – เหล็ก: 0.2 มก.
    – โพแทสเซียม: 252 มก.
    – โฟเลท: 17 ไมโครกรัม
    1.การเตรียมพื้นที่ปลูก ดินจะต้องเป็นดินร่วนซุย มีการระบายน้ำดีหน้าดินลึกอย่างต่ำ 0.6 เมตร มีความเป็นกรดด่าง อยู่ในตอน 5.5-7.0 จะต้องมีแนวกำบังลมตามธรรมชาติสูงที่สุด เนื่องจากว่าลมแรงจะก่อให้กิ่งอ่อนหักได้ ทำให้การผสมเกสรของดอกน้อยลงและก็ยังอาจจะส่งผลให้ผลกีวีฟรุตกำเนิดความย่ำแย่เพราะการเสียดสีกับใบ ซึ่งหลักของแนวกำบังลมนั้นเป็น ไม้กำบังลมควรจะสูงบ่อย ไม่มีช่องว่าง ถ้าเกิดไม้กำบังลมที่ปลูกขึ้นมาเองจำต้องโตเร็วและก็บ่อย รวมทั้งควรจะปลูกให้ชิดกัน แม้กระนั้นจำต้องไม่บังแสงสว่างที่ส่องมายังต้นได้ ในต่างถิ่นนั้นเสนอแนะให้ตระเตรียมหลุมปลูกลึก 1 เมตร ในพื้นที่ 1 ตารางเมตร แล้วก็จะต้องมีการปลูกพืชเครือญาติถั่วหรือผักปกคลุมดินหรือแปลงปลูก รวมทั้งจะต้องมีการกำจัดวัชพืชที่แก่นับเป็นเวลาหลายปี ตอนที่ระยะปลูกนั้นบางทีอาจใช้ระยะ 4X4 หรือ 6X6 เมตร แม้กระนั้นการปลูกไว้ในระยะที่ชิดกันมากมาย วันหลังอาจมีปัญหาเรื่องการบังแสงอาทิตย์ที่ส่องมายังต้นได้
    2.การปลูก ระยะปลูกธรรมดาราวๆ 4.5X6-9 เมตร ขึ้นกับประเภทของเหลือที่ใช้ ซึ่งควรจะมีการปลูกต้นเพศผู้แทรกไว้เสมอเพื่อมีการผสมเกสร รูปทรงของต้นเพศผู้ตัวเมียอยู่ระหว่าง 1:4 ถึง 1:9 ขึ้นกับจำพวก แนวทางการปลูก หรือบางทีอาจใช้ขั้นตอนการทาบกิ่งต้นเพศผู้กับตัวเมียเข้าด้วยกัน
    3.วิธีการทำค้าง เนื่องมาจากกีวีฟรุตมีลักษณะเป็นเถาเลื้อยควรต้องทำค้างให้ยึดเกาะ ซึ่งค้างสำหรับกีวีฟรุตปกติที่นิยมทำกันมีหลายแบบเป็น แบบตัวคราว (T-bar) แบบ Pergola และก็แบบ The MTV system แบบ A-flame และก็แบบ Agbar ซึ่งรูปร่างเหมือนตัววี โดยให้มีความสูงเหนือดินโดยประมาณ 1.8 เมตรเพื่อสบายสำหรับการปฏิบัติการ สำหรับค้างแบบตัวครั้งธรรมดาจะมีแขนยาวราว 1.5 เมตร มีเส้นลวดพิง 3 เส้น เป็นแบบที่แดดส่องถึงเจริญและก็เก็บเกี่ยวได้สบาย ในช่วงเวลาที่แบบ The MTV system นั้นช่วยไม่ให้เถาใหม่ที่เกิดขึ้นแน่นจนกระทั่งเหลือเกิน
    4.การตัดแต่ง ข้างหลังปลูกภายในปีแรกจำต้องเลือกให้มีเถา 1 เถาที่แข็งแรงและก็ตั้งชัน มีตาที่บริบูรณ์ 4-6 ตา พูนดินตอบโคนต้นให้ยึดต้นให้มั่นคง ใช้เส้นลวดตรึงเถาให้เป็นช่วงๆให้ต้นตั้งชัน ตัดปลายจุดเจริญก้าวหน้าหรือตัดยอดรอบๆใต้ระดับค้างบางส่วนออกในระหว่างการฟักไข่ตัว มีกล่าวว่า การตัดยอดใต้ระดับค้างราวๆ 1 0-20 ซม. ช่วยปรับให้กิ่งใหม่ที่จะใช้เป็นกิ่ง leader (กิ่งหลัก) มีความแข็งแรงดีในปีที่ 2 เลือกสรรกิ่งใหม่ให้เป็นกิ่ง leader โดยให้เจริญก้าวหน้าออกไปทางซ้ายแล้วก็ขวาของต้นด้านละ 1 กิ่ง โดยให้พิงไปตามค้าง แล้วต่อจากนั้นให้ตัดกิ่งโดยให้มีตา 3-5 ตา เพื่อแตกกิ่งใหม่อีก 2-3 กิ่ง สำหรับกิ่งจากกิ่ง leader ให้ผูกใกล้กับแขนของเหลือ ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นกิ่ง fruiting arms (กิ่งสาขา) ถัดไป เมื่อต้นพักตัวในช่วงฤดูหนาว ให้ตัดแต่งกิ่ง leader ออกให้เหลือตาราว 4-5 ตา รวมทั้งกิ่ง fruiting arms เหลือตา 2 ตา เพื่อกิ่งเป็นกิ่งใหม่ 2 กิ่งในปีที่ 3 แม้กระนั้นจะต้องทำอย่างละเอียด เพราะเหตุว่ากิ่งจะหักง่าย ส่วนในปีที่ 3 บางทีก็อาจจะตัดเอากิ่ง fruiting arms ที่มากเกินความจำเป็นออกไปบ้าง โดยให้มีระยะห่างระหว่างแต่ละกิ่งราว 25-30 ซม. จะช่วยทำให้การตัดแต่งในปีต่อๆไปทำเป็นสบายขึ้น ซึ่งการตัดแต่งจะคล้ายกับปีที่3slot
Tagged ,