ไพรเมอร์อาวุธลับปรับผิวหน้าให้เนียน

นอกจากเครื่องสำอางที่ช่วยแต่งแต้มสีสัน เช่น ลิปสติก บลัชออน อายแชโดว์ อายไลเนอร์แล้ว ขั้นตอนการเตรียมผิวก่อนแต่งหน้า ด้วยการใช้ เมคอัพไพรเมอร์ เพื่อปรับสภาพผิวหรือเบลอรูขุมขน ก็เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่สามารถช่วยให้เราแต่งหน้าได้ติดทน เครื่องสำอางไม่ตกร่องไม่เป็นคราบ หน้าเป๊ะทั้งวัน แต่ก็ยังมีบางคนที่ไม่รู้จักไพรเมอร์และประสิทธิภาพอันแสนวิเศษของมัน จึงมีข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับ ไพรเมอร์ มาฝาก รับรองเลยว่าหลังจากนี้ คุณจะสามารถใช้ไพรเมอร์ได้แบบมืออาชีพ และแต่งหน้าได้เป๊ะปังกว่าเดิมแน่นอน

เครดิตฟรี

ไพรเมอร์ คืออะไร
ไพรเมอร์ (Primer) หรือเรียกเต็ม ๆ คือ เมคอัพไพรเมอร์ (Make-up Primer) คือ ตัวช่วยในการเตรียมผิวขั้นพื้นฐานของการแต่งหน้า เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ลงก่อนการลงรองพื้นหรือแป้ง มีคุณสมบัติหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ช่วยปรับผิวหน้าให้เรียบเนียน ช่วยเบลอรูขุมขน ช่วยให้เครื่องสำอางติดทนขึ้น ช่วยป้องกันความมัน ช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ ปกปิดริ้วรอยหรือรอยสิว เป็นต้น เรียกได้ว่า การลงไพรเมอร์จะปรับสภาพผิวให้สมบูรณ์แบบและพร้อมสำหรับการแต่งหน้ามากขึ้นนั่นเอง

ในปัจจุบัน เมคอัพไพรเมอร์มีด้วยกันหลายรูปแบบ ทั้งแบบครีม เจล แป้ง สเปรย์ เป็นต้น โดยส่วนผสมพื้นฐานที่สำคัญของไพรเมอร์คือ ซิลิโคน (Silicone) เพื่อให้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียนเป็นพิเศษ สำหรับผู้ที่แพ้ซิลิโคน หรือมีปัญหาผิว เช่น ปัญหาสิวอุดตัน สิวหัวช้าง (Cystic acne) อาจต้องหลีกเลี่ยง เมคอัพไพรเมอร์ ที่มีส่วนผสมของซิลิโคน และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนซื้อ และทางที่ดีควรเลือกไพรเมอร์แบบไม่มีน้ำหอม พาราเบน (Paraben)แอลกอฮอล์ หรือซิลิโคน เพื่อลดโอกาสเกิดการระคายเคือง และไม่ทำให้รูขุมขนอุดตัน

สล็อต

เมคอัพไพรเมอร์ ใช้ยังไง?
นี่คือขั้นตอนการลง เมคอัพไพรเมอร์ แบบมืออาชีพ ที่ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ

อุปกรณ์
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า
ครีมบำรุงผิว
ผลิตภัณฑ์กันแดด
เมคอัพไพรเมอร์
รองพื้น หรือคุชชั่น
แป้งฝุ่น หรือแป้งอัดแข็ง
ฟองน้ำแต่งหน้า

สล็อตออนไลน์

ขั้นตอนการลง เมคอัพไพรเมอร์
ขั้นที่ 1 :ล้างหน้าให้สะอาด จากนั้นใช้ผ้าขนหนูซับเบาๆ ให้แห้ง

ขั้นที่ 2 : ทาครีมบำรุงผิว รอสักครู่ให้ครีมบำรุงซึมซาบลงสู่ผิว จากนั้นจึงทาครีมกันแดด รอสักครู่ให้ซึมซาบลงสู่ผิว

ขั้นที่ 3 : ทาไพรเมอร์ให้ทั่วผิวหน้า หรือบริเวณที่ต้องการปรับสภาพผิว โดยใช้นิ้วหรือฟองน้ำ หากเป็นไพรเมอร์เนื้อซิลิโคนควรปาดไปทางเดียว อย่าถูวนหลายรอบ คุณสามารถลงไพรเมอร์ที่เปลือกตาได้ด้วย เนื่องจากสูตรของไพรเมอร์มักไม่ส่งผลให้ตาระคายเคือง จากนั้นรอประมาณ 2 ถึง 3 นาที ให้ไพรเมอร์ได้ซึมเข้าสู่ผิวหน้า

ขั้นที่ 4 : ทารองพื้น หรือคุชชั่นตามชอบ รอสักครู่ แล้วจึงลงแป้งทับเพื่อเซตรองพื้น ช่วยลดอาการหน้ามันเยิ้มระหว่างวัน หากใครต้องการการปกปิดมากเป็นพิเศษอาจลงด้วยแป้งผสมรองพื้นก็ได้ แต่ควรใช้วิธีตบเบา ๆ หรือใช้แปรงแตะแป้งปัดวนเบาๆ ให้ทั่วไปหน้า แทนการใช้พัฟฟ์ปาดแป้งแล้วปาดลงบนหน้า หน้าจะได้ไม่เป็นปื้น

ขั้นที่ 5 : หลังจากลงเบสเมคอัพเสร็จแล้ว ก็สามารถแต่งแต้มสีสันบนใบหน้า ด้วย อายแชโดว์ ลิปสติก บลัชออน ไฮไลต์ หรืออื่น ๆ ตามต้องการได้เลย

jumboslot

ข้อแนะนำ
ควรเลือกไพรเมอร์ให้เหมาะสมกับประเภทผิวของคุณ เช่น ผิวมันผิวแห้ง ผิวผสม และคุณสมบัติ เช่น ปกปิดจุดด่างดำ รอยแดง เบลอรูขุมขน ปรับสีผิว
ขณะที่ทาไพรเมอร์ ควรใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ หากใช้ไพรเมอร์ในปริมาณที่มากจนเกินไป จะทำให้รองพื้นจับตัวเป็นก้อน ไพรเมอร์ปริมาณเท่าเม็ดถั่ว ก็เพียงพอแล้วสำหรับใบหน้าและลำคอ
คุณสามารถทาไพรเมอร์บาง ๆ บนริมฝีปาก เพื่อเตรียมสำหรับการลงลิปสติกได้
หลังทาไพรเมอร์แล้วควรรอให้ไพรเมอร์เซ็ตตัวไปกับผิวสักพัก อย่ารีบร้อนลงรองพื้นทันที ไม่เช่นนั้น อาจทำให้รองพื้นจับตัวเป็นก้อน ตกร่อง หรือเป็นปื้นได้
เมคอัพไพรเมอร์ ถือเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่คนรักการแต่งหน้า และอยากได้ผลลัพธ์แบบมืออาชีพควรมีไว้ในครอบครอง เพราะเมื่อการแต่งหน้าของคุณสมบูรณ์แบบขึ้น ความมั่นใจของคุณก็ย่อมเพิ่มขึ้นไปด้วย

สำหรับคนที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองควรใช้ไพรเมอร์ชนิดไหน ก็สามารถขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านความงามของแต่ละแบรนด์ได้เลย

slot

โรคติดต่อ จากการใช้เครื่องสำอางร่วมกัน
การใช้เครื่องสำอางร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เครื่องสำอางสำหรับทดลองที่ใช้ตามเคาน์เตอร์ ที่อาจไม่ได้รับการดูแลรักษาความสะอาดดีพอ จนเกิดปัญหาเครื่องสำอางปนเปื้อน อาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดดรคติดต่อ

โรคตาแดง
ดวงตาและบริเวณรอบดวงตา ถือเป็นส่วนที่บอบบางอย่างมาก เครื่องสำอางสำหรับตกแต่งดวงตา เช่น อายไลเนอร์ อายแชโดว์ มาสคาร่า แม้กระทั่งอุปกรณ์แต่งหน้าอย่างที่ดัดขนตา ขนตาปลอม หรือแปรงแต่งตา ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องรักษาความสะอาดให้ดี และใช้อย่างระมัดระวัง ยิ่งหากสาว ๆ ใช้เครื่องสำอางร่วมกับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องสำอางของเพื่อนสนิท หรือการทดลองใช้เครื่องสำอางฟรีตามเคาท์เตอร์ ก็ล้วนแต่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคติดต่อ อย่างโรคตาแดงได้ทั้งสิ้น

โรคตาแดงเป็นโรคติดต่อที่มีสาเหตุมาจากแบคทีเรียและไวรัส สามารถติดต่อกันได้ง่ายผ่านทางการสัมผัส หรือการใช้สิ่งของร่วมกันกับผู้ที่เป็นโรค โดยอาการของโรคตาแดงที่พบได้ทั่วไป คือ ตาขาวจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูหรือสีแดง เนื่องจากเยื่อบุตาติดเชื้อจนทำให้เกิดการอักเสบ ผู้ป่วยจะมีอาการเริ่มต้น คือ รู้สึกเคืองตา เจ็บตา มีเมือกใสในดวงตา ตาแดง คันตา หากโรคตาแดงที่เป็นเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ผู้ป่วยจะมีขี้ตามากกว่าปกติ ทำให้อาจลืมตาไม่ขึ้นเมื่อตื่นนอนตอนเช้าเพราะขี้ตาทำให้เปลือกตาบนและเปลือกตาล่างติดกัน

อาการของโรคตาแดงจะสามารถหายไปเองได้ใน 4-7 วัน โดยผู้ป่วยที่เป็นโรคตาแดงต้องหมั่นหยอดตา รักษาความสะอาดด้วยการล้างมือสม่ำเสมอ และเลี่ยงการสัมผัสดวงตาเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค

สำหรับผู้ที่เป็นโรคติดต่ออย่างตาแดง หากจำเป็นต้องแต่งหน้า ควรรักษาความสะอาดของเครื่องสำอางและอุปกรณ์ให้ดี หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางร่วมกับผู้อื่น เนื่องจากแบคทีเรียและไวรัสซึ่งเป็นสาเหตุของโรคตาแดงสามารถแพร่กระจายไปสู่บุคคลอื่นได้ง่ายผ่านเครื่องสำอาง โดยเฉพาะเครื่องสำอางที่ใช้ตกแต่งดวงตา

Tagged , , ,