การรักษาสิวบนศรีษะ

อย่างที่ทราบกันดีว่าสิว เกิดมาจากน้ำมันส่วนเกิน ที่เกิดขึ้นได้ทุกพื้นที่ตามแนวรูขุมขนผิวหนังของร่างกาย รวมถึงสิวที่เกิดบนหนังศีรษะของเรา ซึ่งอาจมีหลายสาเหตุปัจจัยด้วยกัน หากใครที่กำลังประสบปัญหานี้อยู่ละก็ ลองอ่านบทความที่ได้นำความรู้เกี่ยวกับการรักษา สิวที่หัว มาฝากทุกคนกันค่ะ เครดิตฟรี สิวที่หัว มีสาเหตุมาจากอะไรสาเหตุของการเกิดสิวบนหนังศีรษะล้วนมีปัจจัยที่แตกต่างกันออกไป โดยส่วนใหญ่แล้วสาเหตุที่ค่อนข้างพบได้บ่อยมากที่สุด มีดังนี้ เซลล์ผิวที่ตายแล้วเข้าไปอุดตันในรูขุมขนการทำความสะอาดหนังศีรษะไม่สะอาดเกิดการสะสมจากผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม เช่น สเปรย์ฉีดผม เจลจัดแต่งทรงผมหนังศีรษะอับชื้นจากเหงื่อ โดยเฉพาะผู้ที่สวมอุปกรณ์ครอบศีรษะไว้เป็นเวลานาน เช่น หมวกคลุมผม หมวกกันน็อคนอกจากมาจากปัจจัยที่กล่าวมาในข้างต้นแล้ว การเกิดสิวที่หัว ยังอาจมาจากเชื้อราแบคทีเรีย และปรสิตขนาดเล็กจากสภาพแวดล้อมรอบตัว ซึ่งอาจทำให้ศีรษะคุณมีการเกิดสิว และยังอาจนำพาให้เกิดเป็นแผล หรือผิวหนังอักเสบเพิ่มเติมได้อีกด้วย ประเภทของสิว ที่สามารถเกิดขึ้นได้ บนหนังศีรษะคุณลักษณะของสิวที่เกิดขึ้นมักปตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการดูแลหนังศีรษะของแต่ละบุคคล ซึ่งประเภทของสิวที่อาจสามารถขึ้นตามแนวเส้นบนของคุณได้นั้น มีดังต่อไปนี้ สล็อต สิวอุดตันหัวดำ (Blackheads)สิวอุดตันหัวขาว (Whiteheads)สิวอุดตันหัวปิด ที่มีความเจ็บปวด และนูนแดงถึงอย่างไรยังคงเป็นสิวที่มีการรักษา หรือใช้ยารักษาได้โดยง่าย แต่ยังมีสิวอีกชนิดที่อาจส่งผลก่อให้เกิดอาการรุนแรง และใช้เวลารักษาค่อนข้างนาน นั่นก็คือ Acne necrotica (varioliformis) ที่มีลักษณะเป็นเหมือนสิวหัวหนอง ปะปนไปด้วยเลือด พร้อมทั้งยังอาจทิ้งร่องรอยดำคล้ำ รอยแผลเป็นไว้บนหนังศีรษะ หรืออาจได้รับผลข้างเคียงที่ทำให้คุณมีอาการผมขาดหลุดร่วง นำไปสู่ศีรษะล้านได้ วิธีรักษา สิวที่หัว ให้หายไปโดยเร็วคุณสามารถหาซื้อยาหรือขอคำแนะนำในรักษาจากเภสัชกรที่มีใบรับรอง หรืออาจเข้าปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังได้เช่นกัน ในกรณีผู้ที่ผ่านการวิเคราะห์ให้ในกลุ่มการเกิดสิวระดับอ่อนถึงปานกลาง อาจเริ่มจากการเปลี่ยนแชมพูสระผมโดยมีส่วนประกอบเหล่านี้ ที่สามารถตรวจสอบได้จากฉลากข้างผลิตภัณฑ์ กรดซาลิไซลิก…

Continue Reading

การรักษาผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใส

การรักษาผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใสการรักษาโรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใสขึ้นอยู่กับอาการที่เกิดขึ้น และระดับความรุนแรงของอาการนั้น ๆ โดยวิธีรักษาที่นิยมใช้ ได้แก่ เครดิตฟรี การรักษาด้วยยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดทาภายนอกในกลุ่มที่มีฤทธิ์แรง (High potency) อาจช่วยเร่งให้ตุ่มใสหายเร็วขึ้นได้ แนะนำให้คุณทายาแล้วใช้พลาสติกแรป หรือฟิล์มยืดถนอมอาหารพันไว้ หรืออาจประคบบริเวณนั้นด้วยผ้าอุ่น เพื่อให้ตัวยาซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ดีขึ้น ในกรณีที่อาการรุนแรง แพทย์อาจสั่งให้คุณรับประทานยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ด้วย เช่น เพรดนิโซโลน (Prednisolone) แต่การใช้งานควรอยู่ใต้การดูแลของแพทย์หรือเภสัชกร เพราะการใช้ยานานเกินไป หรือใช้ในขนาดยาที่มากเกินไป อาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงได้ การรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกันชนิดทาภายนอก ยากดภูมิคุ้มกันชนิดทาภายนอก เช่น ยาทาโครลิมัส (Tacrolimus) ยาพิเมโครลิมัส (Pimecrolimus) อาจเป็นตัวเลือกในการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการใช้ยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์มากเกินไป แต่ยาชนิดนี้ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดการติดเชื้อที่ผิวหนังได้ การฉีดโบทูลินัมท็อกซิน โบทูลินัมท็อกซิน (Botulinum toxin) เป็นสารพิษที่สกัดมาจากแบคทีเรียคลอสตริเดียมโบทูลินัม (Clostridium botulinum) นิยมใช้ในการรักษาโรคต่าง ๆ รวมถึงโรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใสที่มีอาการรุนแรงด้วย การรักษาด้วยแสง (Phototherapy) หากรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล แพทย์อาจแนะนำให้คุณเข้ารับการรักษาด้วยแสง โดยแพทย์จะใช้แสงอัลตราไวโอเลต (แสงยูวี) หรือแสงอาทิตย์เทียม ร่วมกับการให้คุณรับประทานยา หรือใช้ยาทาที่มำให้การรักษาด้วยแสงมีประสิทธิภาพมากขึ้น สล็อต การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยรับมือกับโรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใสการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองดังต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณรับมือกับโรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใสได้ดีขึ้น ประคบเย็น ครั้งละ 15 นาที…

Continue Reading

ผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใส

โรค ผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใส (Dyshidrosis) เป็นความผิดปกติของผิวหนังที่ก่อให้เกิดอาการคัน และมีตุ่มพอง หรือตุ่มใส โรคนี้สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยา และการรักษาสุขอนามัยผิวหนังให้สะอาดอยู่เสมอ เครดิตฟรี คำจำกัดความผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใส คืออะไรโรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใส (Dyshidrosis หรือ Dyshidrotic Eczema หรือ Pompholyx) บางครั้งเรียกว่า โรคตุ่มน้ำอักเสบ เป็นโรคผิวหนังอักเสบชนิดหนึ่ง ที่ทำให้เกิดตุ่มพอง หรือตุ่มน้ำเล็ก ๆ ที่ชั้นผิวหนังในระดับลึกที่บริเวณมือ นิ้วมือ ง่ามนิ้วมือนิ้วเท้า เท้า และฝ่าเท้า ผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใสมักเป็น ๆ หาย ๆ โดยตุ่มอาจขึ้นนานถึง 3 สัปดาห์ เมื่อตุ่มใสนี้แห้งจะทิ้งรอยไว้บนผิวหนัง และบางครั้ง ตุ่มใสอาจขึ้นซ้ำก่อนที่รอยเดิมจะหาย แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว หากอาการไม่ได้ร้ายแรง ก็มักจะหายได้เองโดยไม่ต้องใช้ยาหรือเข้ารับการรักษาเฉพาะใด ๆ ผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใส พบได้บ่อยแค่ไหนผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใสสามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย แต่พบมากในวัยกลางคนไปจนถึงผู้สูงอายุ และผู้หญิงมีโอกาสเกิดโรคนี้ได้มากกว่าผู้ชายสองเท่า แต่คุณก็สามารถลดโอกาสในการเกิดผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใสได้ ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยงของคุณ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สล็อต อาการอาการของ ผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใสอาการที่พบได้ทั่วไปของโรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใส ได้แก่ มีอาการคันที่ผิวหนัง ทั้งก่อนจะเกิดตุ่มใส และคันรอบ ๆ ตุ่มใสมีตุ่มใสขึ้นที่ปลายนิ้ว ง่ามนิ้ว ฝ่ามือ…

Continue Reading

เป็นฝีห้ามกินอะไร

ฝี คือ ตุ่มหนองอักเสบที่เกิดขึ้นใต้ผิวหนัง สามารถพบได้ในหลายบริเวณของร่างกาย เช่น ฝีที่รักแร้ ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อหรือมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ใต้ผิวหนังก็ได้ ทำให้บริเวณนั้นบวม แดง กดเจ็บ และเป็นหนองชนิดที่มีกลิ่นเหม็น และบางคนอาจมีไข้ หรือหนาวสั่นได้ด้วย เวลาเป็นฝี นอกจากจะรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ และการระบายหนองออกแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่คุณควรใส่ใจเพื่อให้หายเร็วขึ้นก็คือ อาหารการกิน เพราะอาหารบางอย่างอาจทำให้อาการแย่ลง หรือหายช้าได้ ว่าแต่เวลา เป็นฝีห้ามกินอะไร และจะมีวิธีดูแลตัวเองอื่น ๆ อะไรบ้างที่เราควรทำเพื่อให้ฝีหายเร็วขึ้นจะพาไปดูกันเลย เครดิตฟรี เป็นฝีห้ามกินอะไรฝีเกิดจากการติดเชื้อและอักเสบ ฉะนั้น อาหารที่คุณจะต้องหลีกเลี่ยงหากอยากให้ฝีหายเร็วขึ้น ก็คือ อาหารที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบเหล่านี้นั่นเอง น้ำตาลงานศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งที่เผยแพร่ในวารสาร American Journal of Clinical Nutrition ชี้ว่า น้ำตาลที่ผ่านกระบวนการ เช่น น้ำตาลทรายขาว สามารถกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารตั้งต้นของการอักเสบ (Pro-inflammatory cytokines) มากขึ้นได้ ฉะนั้น หากเป็นฝี คุณจึงควรงดหรือลดอาหารที่เติมน้ำตาลที่ผ่านกระบวนการจะดีที่สุด ไขมันอิ่มตัวงานศึกษาวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า ไขมันอิ่มตัวกระตุ้นการอักเสบที่เนื้อเยื่อไขมัน ซึ่งนอกจากจะทำให้ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการอักเสบ อย่างฝี ที่คุณกำลังเป็นอยู่แย่ลงแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้ด้วย อาหารที่อาจมีไขมันอิ่มตัว และคุณควรหลีกเลี่ยงในช่วงที่เป็นฝี เช่น เบอร์เกอร์ พิซซ่า เฟรนช์ฟราย…

Continue Reading

โรคสะเก็ดเงินบริเวณซอกพับ

มื่อพูดถึงภาวะความผิดปกติของผิวหนังชนิดเรื้อรังอย่างโรคสะเก็ดเงิน หลายคนก็คงจะนึกถึงรอยโรคที่เป็นเหมือนผื่นสีแดงที่ปกคลุมด้วยเกล็ดผิวหนังสีเงิน ที่มักตกสะเก็ดเป็นหย่อม ๆ แต่จริง ๆ แล้วโรคสะเก็ดเงินนั้นมีด้วยกันหลายชนิด อย่างในวันนี้อยากแนะนำให้คุณรู้จักก็คือ โรคสะเก็ดเงินบริเวณซอกพับ ที่แม้จะเป็นบริเวณที่คนสังเกตเห็นได้ยาก แต่ก็สร้างความเจ็บปวดและเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวันได้ไม่น้อยเช่นกัน เครดิตฟรี โรคสะเก็ดเงินบริเวณซอกพับ คืออะไรโรคสะเก็ดเงินบริเวณซอกพับ (Inverse psoriasis) เป็น โรคสะเก็ดเงิน ชนิดหนึ่งที่มีรอยโรคบริเวณซอกพับต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น รักแร้ขาหนีบ ใต้ราวนม ลักษณะของโรคสะเก็ดเงินชนิดนี้คือ เป็นผื่นแดง อ่อนนุ่ม ดูมันวาว และมักไม่ค่อยมีขุยเหมือนสะเก็ดเงินชนิดอื่น ๆ และหากบริเวณผื่นเกิดการอักเสบ ก็อาจทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นชื้น ระคายเคือง และมีอาการคันได้ด้วย โรคสะเก็ดเงิน บริเวณซอกพับมักเกิดในผู้ที่มีน้ำหนักตัวเยอะ หรือมีผิวหนังพับเป็นรอยลึก และผู้ป่วยมักเป็นโรคสะเก็ดเงินชนิดอื่นด้วย เช่น โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นหนา (Plaque psoriasis) และหากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อับชื้น ก็อาจทำให้บริเวณรอยพับผิวหนังเสี่ยงติดเชื้อรา ติดเชื้อยีสต์ หรือติดเชื้อแบคทีเรียได้ด้วย โรคสะเก็ดเงินบริเวณซอกพับ เกิดจากอะไรสาเหตุของโรคสะเก็ดเงินบริเวณซอกพับก็เหมือนกับโรคสะเก็ดเงินชนิดอื่น ๆ นั่นคือ เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ ส่งผลให้ร่างกายสร้างเซลล์ผิวหนังขึ้นมาเร็วเกินไป จนเกิดการสะสม แต่ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดโรคสะเก็ดเงินบริเวณซอกพับได้เช่นกัน การสูบบุหรี่โรคอ้วนการใช้ยาการติดเชื้อการบาดเจ็บที่ผิวหนังการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์การขาดวิตามินดีความเครียดการเสียดสีความชื้น เช่น เหงื่อผู้ที่อยู่ในวัยกลางคน…

Continue Reading

จับคู่ส่วนผสมดูแลผิว

อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่า วิตามินซีนั้นมีประโยชน์ในหลาย ๆ เรื่อง ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ ระบบภูมิคุ้มกัน ไปจนถึงเรื่องของการดูแลผิว แต่รู้หรือไม่ว่า หากนำวิตามินซีมาจับคู่กับส่วนผสมดูแลผิวตัวอื่น ๆ จะทำให้มีประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น แต่การ จับคู่ส่วนผสมดูแลผิว อย่างไรจะให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ วันนี้มีเรื่องนี้มาฝากกัน เครดิตฟรี สิ่งที่ควรรู้ก่อน จับคู่ส่วนผสมดูแลผิวส่วนผสมบางอย่างสำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิว อาจจับมาผสมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผิวได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกส่วนผสมจะสามารถผสมรวมกันได้ เพราะส่วนผสมบางอย่างเมื่อนำมาผสมกันแล้ว มันอาจจะทำให้ประสิทธิภาพของส่วนผสมตัวใดตัวหนึ่งลดประสิทธิภาพลงไปนั่นเอง ดังนั้นในบทความนี้ ทางเราขอพาคุณผู้อ่านมาดูกันว่า วิตามินซี (Vitamin C) ที่ถือเป็นส่วนผสมระดับต้น ๆ หรือเรียกได้ว่าเป็น A-lister อันทรงพลังที่ดึงเอาแต่สิ่งที่ดีที่สุดออกมาสู่ผิวของคุณนั้นมีการกลไกการทำงานอย่างไร และเราจะสามารถจับคู่วิตามินซีกับส่วนผสมอะไรได้บ้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิวของ วิตามินซี วิตามินซี มีการซึมซาบสู่ชั้นผิวอย่างไรวิตามินซีนั้นมีอยู่ในหลายรูปแบบ ทั้งยังใช้งานได้หลายรูปแบบอีกด้วย ซึ่งในทุกรูปแบบนั้นจะมีกรดแอล-แอสคอร์บิก (L-ascorbic หรือ L-AA) ซึ่งเป็นกรดที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพมากที่สุดและได้รับการศึกษามาเป็นอย่างดี กรดแอล-แอสคอร์บิกนั้นเป็นโมเลกุลที่ชอบน้ำและไม่เสถียร ดังนั้น มันจึงซึมผ่านเข้าสู่ผิวหนังได้ไม่ได้นัก เนื่องจากผิวหนังชั้นขี้ไคล (Stratum corneum) นั้นไม่ชอบน้ำ นอกจากนั้น กรดแอล-แอสคอร์บิกยังเป็นโมเลกุลที่มีประจุไฟฟ้า ซึ่งจำกัดการซึมผ่านของตัวมันเอง เพราะฉะนั้น การลดความเป็นกรดของกรดแอล-แอสคอร์บิกลงให้มีค่ากรด-ด่าง หรือค่า pH ต่ำกว่า 3.5 จึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการปรับปรุงความเสถียรและความสามารถในการซึมผ่านชั้นผิว สล็อต…

Continue Reading