สัญญาณแรกของโรคด่างขาว

การที่คุณเป็น โรคด่างขาว ไม่ได้หมายความว่าจะต้องรู้สึกว่าตนเองแปลกกว่าผู้อื่นเสมอไป เพราะคุณสามารถใช้ชีวิตปกติ หรือดูดีในแบบของคุณเองได้ ยกตัวอย่างนางแบบชื่อดัง วินนี่ ฮาร์โลว์ (Winnine Harlow) ถึงแม้เธอจะมีอาการของผิวหนังคล้ายกับคุณ แต่เธอกลับลุกขึ้นสู้ สร้างความมั่นใจ โดยยอมรับความงามที่แตกต่าง พร้อมทั้งดำเนินชีวิตตนเองในแบบที่ไม่เดือดร้อนใคร ซึ่งก็เป็นสิ่งที่คุณควรปฏิบัติตามเช่นเดียวกัน วันนี้ขออาสาพามารู้จักกับโรคด่างขาว รวมถึงการรักษาผิวหนังไม่ให้แย่ลงไปกว่าเดิม เพื่อเป็นกำลังใจในการใชีชีวิต มาฝากทุกคนกันค่ะ

เครดิตฟรี

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ โรคด่างขาว กันเถอะ
โรคด่างขาว (Vitiligo) เป็นอาการที่เกิดขึ้นเมื่อเซลล์ผลิตเม็ดสีผิวเมลาโนไซต์ (Melanocyte) ถูกทำลาย หรือหยุดการผลิตการสร้างเม็ดสีผิวเมลานิน (Melanin) ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันขัดข้อง ติดต่อมาทางพันธุกรรมในครอบครัว และการถูกสัมผัสสารเคมีอย่างรุนแรง ทำให้ส่งผลกระทบต่อบริเวณผิวหนังดวงตาช่องปาก เส้นผม เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม รวมทั้งอาจทำให้คุณเกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้อีกด้วย เช่น

โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis)
โรคเบาหวานประเภทที่ 1 (Type 1 Diabetes)
โรคโลหิตจางอย่างร้าย (Pernicious Anemia)
โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis)
โรคลูปัส (Lupus)
โรคแอดดิสัน (Addison’s Disease)
โรคต่อมไทรอยด์อักเสบ (Thyroiditis) ที่มีสาเหตุมาจากจากการทำงานผิดปรกติของต่อมไทรอยด์
อาการแรกเริ่มของโรคด่างขาว มีอะไรบ้าง
สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเริ่มเป็นโรคด่างขาว โดยหลัก ๆ แล้วมักจะเริ่มจากมีจุดเล็ก ๆ สีขาวจากนั้นจะค่อย ๆ ขยายไปในวงกว้าง ซึ่งมี 2 กรณี ดังนี้

สล็อต

เกิดขึ้นตามจุดเฉพาะของร่างกาย รอยด่างสีขาวที่คุณเป็นอาจไม่ได้แพร่กระจายตามทุกส่วนของร่างกายคุณเสมอไป ในบางครั้งก็อาจอยู่เพียงแค่ส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้น เช่น หลังใบหู แขน ขา ลำตัว เป็นต้น เมื่อได้รับการรักษา และดูแลตนเองอย่างต่อเนื่องก็อาจทำให้ร่องรอยนี้จางลงรวมทั้งสามารถยับยั้งการพัฒนามิให้ลุกลามไปส่วนอื่น ๆ ได้
เกิดขึ้นได้ทั่วทั้งร่างกาย นี่คือรูปแบบที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด เมื่อร่องรอยความด่างขาวเกิดการพัฒนาตนเองให้กระจายอยู่ทั่วทุกส่วนของร่างกาย และอาจมีการเติบโตลุกลามจนไม่สามารถหยุดหรือยับยั้งได้ทันเวลา
วิธีรักษาโรคด่างขาว ให้บรรเทาลง ด้วยเทคนิคทางการแพทย์
เป็นไปได้ค่อนข้างยากที่จะทำให้คุณหายขาดจากโรคด่างขาว แต่ถึงอย่างไรยังคงมีวิธีทำให้อาการ และการเติบโตของร่องรอยนี้ดูจางลง เพื่อป้องกันภาวะของโรคแทรกซ้อนรุนแรง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจนำวิธีเหล่านี้มาช่วยรักษาคุณ

การใช้ครีมทาผิวกลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ เพราะครีมนี้สามารถช่วยชะลอการเติบโตของรอยด่างขาว และอาจช่วยคืนสีผิวให้กลับมาได้ในระยะเริ่มต้น
การรับประทานยาปฏิชีวนะ
การบำบัดด้วยแสงรังสีอัลตราไวโอเลตชนิดยูวีเอ (Ultraviolet A; UVA) ที่ช่วยในการยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์ และช่วยฟื้นฟูสีผิว แต่หลังจากได้รับการบำบัดคุณอาจต้องงด หรือหลีกเลี่ยงจากออกจากบ้านพบเจอแสงแดด เพราะอาจทำให้ผิวหนังบอบบางของคุณมีอาการรุนแรงกว่าเดิม
การผ่าตัดปลูกถ่ายผิวหนัง เป็นการนำผิวหนังในส่วนดีของคุณไปทดแทนที่ผิวบริเวณที่มีร่องรอยด่างขาว แต่ก็อาจมีความเสี่ยงเล็กน้อยในส่วนของผิวหนังเดิม การรักษาขั้นตอนนี้จึงจำเป็นที่ต้องอยู่ในการพิจารณาจากทางแพทย์ และขึ้นอยู่กับแต่ละเคสของผู้ป่วยเท่านั้น

สล็อตออนไลน์

คนไข้ที่มีสีผิวไม่สม่ำเสมอ มีดวงขาว สามารถเป็นได้หลายโรค เช่น โรคด่างขาว โรคเรื้อน เกลื้อนน้ำนม เกลื้อนเชื้อรา หรือบางคนอาจจะเพราะฉีดยาบางอย่าง เช่น ยาสเตียรอยด์ หรือทายาบางอย่างแล้วเกิดเป็นดวงขาว และโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่ผิวหนังบางชนิด เราจึงต้องทำการวินิจฉัยแยกโรคก่อนเพื่อให้แพทย์สามารถทำการรักษาได้ตรงกับสาเหตุ

โรคด่างขาวคืออะไร มีสาเหตุจากอะไร?
โรคด่างขาวคือโรคที่ร่างกายสร้างสารไปทำลายเซลล์ Melanocyte เป็นเซลล์สร้างเม็ดสีที่มีชื่อว่า Melanin ซึ่ง Melanin เป็นตัวกำหนดสีผิว สีตา สีผม เมื่อเซลล์ Melanocyte ถูกทำลาย จึงทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ มีดวงขาว ส่วนสาเหตุอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ และโรคแพ้ภูมิบางอย่าง เช่น โรค SLE โรคหนังแข็ง โรคไทรอยด์ โรคเบาหวาน โรคโลหิตจาง เป็นต้น

สังเกตได้อย่างไรว่าเราอาจเสี่ยงโรคด่างขาว
การสังเกตโรคด่างขาวเบื้องต้น คือ บริเวณที่เป็นดวงจะค่อนข้างขาว มีขอบเขตค่อนข้างชัดเจน แต่หากไม่แน่ใจว่าเป็นโรคด่างขาวหรือไม่ หรือเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจว่าเป็นโรคด่างขาวหรือว่าเป็นโรคอื่น

โรคด่างขาวสามารถติดต่อกันได้หรือไม่
โรคด่างขาวเป็นโรคไม่ติดต่อ คือ ไม่ติดต่อจากคนสู่คนผ่านการสัมผัสผิวหนังบริเวณที่เป็นดวงขาว แต่สามารถถ่ายทอดได้ทางกรรมพันธุ์

รักษาโรคด่างขาวได้ด้วยวิธีใดบ้าง
วิธีการรักษาอย่างแรกคือการทายา อย่างต่อมาคือการฉายแสง หรือการรักษาร่วมทั้งทายาและฉายแสง สำหรับการฉายแสงในปัจจุบันได้มีการผลิตเครื่องมือฉายแสงที่เรียกว่า Excimer 308 เป็นการฉายแสงอาทิตย์เทียมด้วยรังสีอัลตร้าไวโอเลตบี คลื่นความถี่ที่ 308 เนื่องจากมีการวิจัยแล้วว่าความยาวคลื่นที่ 308 มีผลการรักษาที่ดี ผลข้างเคียงน้อย โดยเมื่อฉายแสงไปบริเวณที่เป็นรอยโรค จะเกิดการเปลี่ยนแปลงระบบภูมิคุ้มกัน

jumboslot

ซึ่งเครื่อง Excimer 308 สามารถรักษาได้ทั้งโรคด่างขาว โรคสะเก็ดเงิน และโรคผิวหนังต่างๆ ให้ผลการรักษาบริเวณที่เป็นรอยโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่เป็นอันตรายต่อบริเวณผิวหนังที่เป็นปกติ

ก่อนทำการรักษาด้วยเครื่อง Excimer 308 ควรเตรียมตัวอย่างไร?
ก่อนที่จะทำการรักษา ผู้ป่วยจะต้องทำ MED Test (Minimal Erythematous Dose) เพื่อหาระดับพลังงานที่เหมาะสมในการฉายแสง โดยเวลาฉายแสงจะฉายเฉพาะบริเวณที่เป็นรอยโรค ส่วนบริเวณเนื้อที่เป็นปกติจะมีอุปกรณ์ปิดป้องกัน เพราะฉะนั้นจึงไม่มีผลข้างเคียงกับผิวหนังที่เป็นปกติ

เครื่อง Excimer 308 ใช้เวลาการรักษานานแค่ไหน
ในการฉายแสงนั้นจะใช้เวลามากหรือน้อยจะขึ้นอยู่กับว่าบริเวณที่เป็นรอยโรคนั้นกว้างมากแค่ไหน โดยช่วงแรกผู้ป่วยจะต้องเข้ามาทำการรักษา 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ หากอาการดีขึ้นก็สามารถเว้นระยะในการรักษาลงได้ตามอาการของผู้ป่วย

โรคด่างขาวสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?
สาเหตุของโรคด่างขาวนั้นยังไม่สามารถพิสูจน์ได้แน่ชัด แต่จากข้อสันนิษฐานโรคด่างขาวเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ หรือโรคแพ้ภูมิ ดังนั้นบางทีโรคด่างขาวอาจจะรักษาไม่หายขาด สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ แต่โดยปกติแล้ว 50% สามารถสงบได้ในระยะยาว ซึ่งถ้าหากกลับมาเป็นซ้ำก็ควรที่จะพบแพทย์เพื่อเริ่มทำการรักษาใหม่

slot

เราควรจะดูแลตัวเองหลังการรักษาโรคด่างขาวอย่างไร
หลังการฉายแสงด้วยเครื่อง Excimer 308 จะไม่รู้สึกแสบร้อน สามารถทาครีมกันแดด ไม่ต้องใส่เสื้อปกปิด ใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่หากเกิดอาการคัน ผู้ป่วยไม่ควรที่จะแกะเกาบริเวณที่ได้รับการรักษา รวมถึงหลีกเลี่ยงการถูกขีดข่วนด้วย และควรที่จะรักษาสุขอนามัย นอนพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย ไม่เครียด และที่สำคัญคือ ควรทาครีมกันแดดบริเวณรอยโรค เนื่องจากบริเวณรอยโรคด่างขาว หากถูกแสงแดดจะเพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งผิวหนังได้ และระมัดระวังเรื่องการโดนแสงแดด

หากเป็นโรคด่างขาวแล้วไม่ได้รับการรักษา จะเสี่ยงโรคอันตรายอะไรหรือไม่
โรคด่างขาวนั้นไม่ได้เป็นอันตรายอะไร เพียงแต่ผิวบริเวณนั้นจะขาวกว่าบริเวณอื่น อาจจะมีผลในแง่ของความสวยงาม ความมั่นใจในตัวเอง แต่ถึงจะไม่เป็นอันตรายอะไรก็ควรที่จะทาครีมกันแดด หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัดๆ ในบริเวณที่เป็นดวงขาว เพราะอาจมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งผิวหนังได้

ผู้ป่วยกลุ่มใดที่ควรระวังในการรักษา
ผู้ป่วยตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
ผู้ป่วย SLE, HIV
ภาวะด่างขาวจากโรค Hyperthyroidism
ผู้ป่วยที่ใส่เครื่อง Pacemaker
ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยาที่มีความไวแสง
มีประวัติเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง

Tagged , , ,