อาการขี้หึงส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร

ความหึงหวงเป็นต้นเหตุหนึ่งของการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างคู่รัก ซึ่งบางครั้งอาจรุนแรงถึงขั้นทำร้ายร่างกาย แต่รู้หรือไม่ว่าอาการหึงก็มีข้อดีเช่นกัน แต่จะเป็นอย่างไร ? และจะปรับปรุงนิสัยขี้หึงมากเกินไปได้หรือไม่ ? บทความนี้มีคำตอบมาฝากคุณแล้ว !

อาการหึงหวง เรื่องใกล้ตัวที่เกิดขึ้นได้

สล็อตออนไลน์

ความหึงเป็นเรื่องธรรมชาติ เกิดขึ้นเมื่อคุณรู้สึกว่าบางคนหรือบางสถานการณ์กำลังคุกคามสิ่งที่คุณให้ความสำคัญ โดยการหึงหวงไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นระหว่างคู่รักเสมอไป แต่อาจเกิดขึ้นกับความสัมพันธ์ในรูปแบบอื่นได้ ทั้งพี่น้อง คนในครอบครัว เพื่อน รวมถึงเพื่อนร่วมงาน ซึ่งอาการหึงที่เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยและสามารถควบคุมได้อาจส่งผลดีต่อความสัมพันธ์นั้น ๆ เพราะมีส่วนช่วยให้อีกฝ่ายรู้สึกดีที่เป็นคนสำคัญ และอาจช่วยให้ความสัมพันธ์นั้น ๆ แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม อาการหึงหวงที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงจนเกินไป นอกจากจะส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์แล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ด้วย โดยเฉพาะความสัมพันธ์ฉันท์คนรัก ซึ่งความหึงอาจทำให้คน ๆ นั้นรู้สึกโกรธ วิตกกังวล หรืออ่อนไหวง่ายกว่าปกติ บางคนอาจพยายามแสดงความเป็นเจ้าของหรือการมีสิทธิเหนือคนรัก ในขณะที่บางคนอาจไม่สามารถควบคุมอาการได้จนถึงขั้นข่มขู่ทำร้ายบุคคลที่ 3 หรือแม้กระทั่งคนรักของคุณเอง

ความขี้หึงส่งผลเสียอย่างไร ?

ความสัมพันธ์ แน่นอนว่าอาการหึงหวงที่มากเกินไปนั้นเป็นชนวนทำลายความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักได้ โดยเฉพาะเมื่อคุณเริ่มกล่าวหาอีกฝ่ายในเรื่องที่ไม่ใช่ความจริง ซึ่งมักทำให้ฝ่ายที่ถูกกล่าวหาคิดว่าคนรักไม่ไว้ใจตนเอง จนเกิดความรู้สึกเสียใจ น้อยใจ กังวลใจ และโกรธตามมา

สุขภาพร่างกาย อาการหึงหวงอาจส่งผลให้เกิดปัญหาการนอนหลับและทำให้มีอาการเบื่ออาหารได้ อีกทั้งอาจทำให้เกิดอาการผิดปกติคล้ายภาวะวิตกกังวลเรื้อรัง เช่น อ่อนเพลีย มีเหงื่อออกมาก หรือหัวใจเต้นเร็ว เป็นต้น นอกจากนี้ อาการหึงหวงที่เกิดขึ้นเป็นประจำและไม่มีการรับมืออย่างถูกต้อง อาจนำไปสู่โรคซึมเศร้าตามมาได้ในที่สุด

รับมือกับความหึงหวงอย่างไรดี ?

ความหึงหวงเป็นสิ่งที่สามารถควบคุมได้ โดยเริ่มจากการเปลี่ยนความคิดและปรับพฤติกรรมของตนเอง ซึ่งการรับมือเมื่อเกิดอาการหึงหวงระหว่างคู่รัก มีดังนี้

jumboslot

ฝึกพัฒนาจิตใจ
การปรับความคิดของตนเองเป็นวิธีรับมือกับอาการหึงหวงได้เป็นอย่างดี เมื่อไหร่ก็ตามที่รู้ตัวว่ากำลังหึงหวงคนรัก ให้ลองตั้งสติและสงบจิตใจ แล้วปล่อยให้ความรู้สึกดังกล่าวผ่านเลยไป โดยไม่เก็บมารบกวนจิตใจ และนึกถึงเหตุการณ์เหล่านี้ในมุมมองของการเรียนรู้เพื่อการเติบโตทางอารมณ์

ทบทวนความสัมพันธ์ของตนกับคนรัก
ความสัมพันธ์ฉันท์คู่รักนั้นควรสร้างขึ้นจากความรัก ความไว้ใจ และความเคารพซึ่งกันและกัน หากคนรักของคุณมีพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจอย่างเห็นได้ชัดจนทำให้คุณรู้สึกหึงหวงอยู่บ่อยครั้ง อาจต้องหันกลับมาทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับคนรักอีกครั้ง ว่าความรักครั้งนี้ทำให้คุณมีความสุขหรือไม่ และคุณสามารถอยู่กับความสัมพันธ์เช่นนี้ต่อไปได้ไหม

พูดคุยกับคนรัก
ควรพูดคุยกับคนรักถึงความรู้สึกหึงหวงและความวิตกกังวลของคุณอย่างมีสติ โดยไม่ใช้อารมณ์หรือน้ำเสียงเชิงต่อว่า ทั้งนี้ ควรเตรียมเรื่องที่ต้องการพูดไว้ล่วงหน้า และเลือกสถานที่นัดเจอที่มีบรรยากาศสบาย ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงความตึงเครียด เช่น ร้านกาแฟ ร้านอาหาร เป็นต้น

ลองมองด้วยสายตาคนนอก
ความรู้สึกหึงหวงอาจเกิดขึ้นจากการคิดไปเองหรือความเข้าใจผิด เพราะจริง ๆ แล้วอาจไม่มีบุคคลที่ 3 หรือสถานการณ์ใด ๆ ที่กำลังคุกคามความสัมพันธ์ของคุณกับคนรัก การลองถอยออกมาเพื่อมองเหตุการณ์นี้ในภาพกว้างอาจทำให้คุณเข้าใจการกระทำของคนรักมากขึ้น

รักษาระยะห่างระหว่างคุณกับคนรัก
ทั้งคุณและคนรักต่างก็ต้องการพื้นที่ส่วนตัว ดังนั้น การเข้าไปควบคุมการกระทำทุก ๆ อย่างหรือรับรู้ทุก ๆ เรื่องของคนรักนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ บางครั้งคุณจึงต้องยอมรับความคลุมเครือในบางเรื่อง และพยายามเชื่อใจคนรักของคุณไว้ให้มาก

ปรึกษาเพื่อนหรือนักบำบัด
อาจลองปรึกษาเพื่อนหรือคนที่ไว้ใจถึงความรู้สึกหึงหวงที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่ควรละเลยการพูดคุยเพื่อปรับเข้าใจกับคนรักของคุณโดยตรงด้วย และอาจปรึกษานักบำบัดหรือผู้เชี่ยวชาญที่อาจช่วยให้คุณค้นพบสาเหตุหรือสิ่งกระตุ้นที่ก่อให้เกิดอาการหึงหวง รวมถึงรับคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีรับมือกับอาการดังกล่าวอย่างถูกต้องเหมาะสมต่อไป

เครดิตฟรี

ทำสมาธิ
ใช้เวลา 5-10 นาทีเพื่อนั่งสมาธิ

หากใจเข้าออก 100 ครั้ง ในขณะที่นับ 1 ถึง 100 โดยเราควรใช้สมาธิไปกับการสังเกตุการหายใจและการนับเลข

ออกไปเดินสร้างสมาธิ ให้ใช้สติอยู่กับความรู้สึกเวลาเดิน รับรู้ถึงพื้นดินและการเคลื่อนไหวของร่างกาย

หาวิดิโอสอนทำสมาธิบนYouTube เพื่อเรียนรู้วิธีสร้างความสุขจากความสงบ

ฝึกหายใจสลับรูจมูก บีบจมูกฝั่งซ้ายเพื่อหายใจเข้าฝั่งขวา กั้นหายใจ หลักจากนั้นให้ปล่อยจมูกฝั่งซ้ายแล้วบีบจมูกฝั่งขวาแล้วค่อยหายใจออก ทำสลับข้างไปมาอย่างนี้ห้าครั้ง

สมาธิและสติจะเป็นตัวบอกเราว่าสมองของเราคิดเรื่องอะไรอยู่ รู้สึกอะไรอยู่ และความคิดหรือความรู้สึกเหล่านี้เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า

การสื่อสาร
จดเรื่องที่ทำให้คุณเครียดและหน่วงใจ แล้วก็เผามันทิ้งไป เป็นการปล่อยวางแบบมีรูปธรรม

ขียนเรื่องยากๆที่คุณเคยผ่านมาได้ออกมา เพื่อที่คุณจะได้เห็นภาพว่าคุณผ่านอะไรมาหลายอย่างแล้ว จะได้สร้างกำลังใจให้คุณเวลาที่คุณ

ระบายความในใจของคุณออกมา ให้คนที่ทำให้คุณรู้สึกแย่หรือรู้สึกอึดอัดรับฟังแทนที่จะเก็บความรู้สึกนั้นให้มาหน่วงจิตใจ หากอะไรที่ทำให้เรารู้สึกไม่สะบายใจให้เราถามก่อน เพราะการ ‘คิดไปเอง’ หรือการสันนิษฐานเป็นจุดเริ่มต้นของความเครียด

โทรไปหาคนที่คุณเคยไม่ให้อภัย แล้วบอกคนนั้นว่าคุณให้อภัยเค้าแล้ว

ขอโทษเวลาทำผิด แทนที่จะโทษตัวเองอยู่ตลอดเวลา ให้พูดขอโทษแล้วก็ยกโทษให้ตัวเอง

สล็อต

ความคิดสร้างสรรค์
บำบัดจิตใจด้วยศิลปะ หยิบดินสอสีหรือปากกาขึ้นมาแล้วก็วาดความรู้สึกของคุณลงกระดาษไปเลย

สร้างสมุดภาพ เป็นสมุดที่รวมภาพที่ทำให้คุณรู้สึกดี รู้สึกผ่อนคลาย หรือรู้สึกสงบออกมา (ลอง Google หาภาพพวกนี้มาก็ได้)

ทำสมาธิด้วยคำคมเกี่ยวกับความสงบที่คุณชอบ ให้คุณเขียนหรือพิมพ์ออกมาใส่กรอบไว้ดูเวลาที่ต้องการความสงบภายหลัง

ออกไปเดินภ่ายรูปสิ่งสวยงาม การถ่ายรูปสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกสงบ เช่นต้นไม้หรือน้ำตกตามธรรมชาติ

เขียนบล็อกเกี่ยวกับเรื่องที่ทำให้คุณสงบ ไม่ว่าจะเป็นการระบายสิ่งที่ไม่ดีออกไป เขียนสิ่งที่เราเรียนรู้จากประสบการณ์แย่ๆ หรือเขียนบล็อกเพื่อช่วยคนอื่นก็ตาม

กิจกรรม
ลุกขึ้นมาเต้นกับเพลงที่คุณชอบ ให้โฟกัสไปที่เพลงกับการเคลื่อนไหวของร่ายกาย ยิ่งสมาธิคุณอยู่กับดนตรีและการเต้นมากเท่าไร จิตของคุณก็จะสงบขึ้นเท่านั้น

ไปเดินชายทะเล โฟกัสไปกับหาดทรายและน้ำทะเลที่กำลังสัมผัสเท้าของคุณ ฟังเสียงคลื่นที่บอกคุณว่า ‘สู้ๆ’ วิธีเดิมๆแต่ก็ใช้ได้ผลตลอด

ขี่จักรยาน หากการขับรถในกรุงเทพทำให้คุณหงุดหงิดมากกว่าเดิม ผมคิดว่าการหาที่ปั่นจักรยานและหาความสุขกับธรรมชาติก็ดีครับ

ออกมายืดตัวซัก 5-10 นาที ฝึกหายใจในขณะที่คุณกำลังเคลื่อนไหว หรือถ้ามีเวลาหน่อยก็ไปเล่นโยคะเลยก็ได้

จัดบ้าน หรือจัดโต๊ะทำงานของคุณก็ได้ การจัดระเบียบความเรียบร้อยของสิ่งใกล้ตัวคุณจะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น

Tagged , , ,