สภาพอากาศกับปัญหาสุขภาพ

สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอาจทำให้หลายคนล้มป่วยอย่างกะทันหัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต ทั้งการขาดเรียน ลางาน หรือการเสียเงินไปกับค่ารักษาพยาบาล ด้วยสภาพอากาศเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน จึงควรดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยบทความนี้ได้รวบรวมโรคที่มักพบเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งวิธีการรับมือและการดูแลตัวเองในเบื้องต้น ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้มากขึ้น อากาศเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายทั้งทางร่างกายและอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ ความชื้น หรือสภาพแวดล้อม โดยแต่ละสภาพอากาศก็ส่งผลให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บที่แตกต่างกันไป โรคที่เกิดขึ้นอาจมีสาเหตุจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงโดยตรง อย่างโรคลมแดดหรือภาวะขาดน้ำ รวมถึงโรคที่เกิดจากสภาพแวดล้อม อย่างโรคฉี่หนู ตาแดง โรคอาหารเป็นพิษ และโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งถ้าหากไม่เตรียมร่างกายให้พร้อมอยู่เสมอก็อาจทำให้ล้มป่วยได้ สล็อตออนไลน์ สภาพอากาศที่อาจมาพร้อมความเจ็บป่วยการเปลี่ยนแปลงของอากาศหลากหลายรูปแบบส่งผลให้เกิดความผิดปกติที่อาจเหมือนหรือแตกต่างกัน ดังนี้ อากาศร้อนประเทศไทยมีอากาศร้อนแทบทั้งปี โดยความร้อนหรืออากาศร้อนอาจส่งผลกระทบ ดังนี้โรคผดร้อนโรคนี้เกิดจากการอุดตันของรูขุมขนที่มีสาเหตุมาจากเหงื่อที่ออกมากเกินไป พบมากในเด็ก มีอาการ คือ ผื่นแดงขึ้นตามร่างกาย พบมากบริเวณข้อพับแขน รักแร้ ขาหนีบ คอ และหลัง โดยอาจมีอาการคันเกิดขึ้นร่วมด้วย หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อ ซึ่งทำให้เกิดอาการปวดบวมได้โรคลมแดดและโรคเพลียแดดทั้งสองโรคนี่มีสาเหตุมาจากอากาศที่ร้อนจัดส่งผลให้เกิดความร้อนสะสมภายในร่างกาย โรคเพลียแดดจะทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ผิวหนังเปียกชุ่ม ตัวเย็น และขนลุกเมื่อเจอความร้อน โรคลมแดดหรือฮีทสโตรกอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ทั้งสองโรคมีลักษณะอาการที่คล้ายกันแต่โรคลมแดดจะรุนแรงกว่ามาก ดังนั้น หากเกิดอาการของโรคเพลียแดดหรือพบอาการเวียนศีรษะ รู้สึกสับสน พูดไม่ชัด หายใจถี่ ชักเกร็ง ตัวแดง ตัวร้อนจัด มีไข้สูงกว่า 40 องศาเซลเซียสซึ่งเป็นอาการของฮีทสโตรค ควรรีบพาไปโรงพยาบาลทันทีภาวะขาดน้ำเมื่ออุณหภูมิร่างกายเพิ่มสูงขึ้น…

Continue Reading

การรักษาอุณหภูมิร่างกายปกติ

อุณหภูมิร่างกายปกติของคนเราควรอยู่ที่เท่าไหร่? คำถามนี้มักถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงกันเมื่อมีใครสักคนหนึ่งเป็นไข้หรือไม่สบาย โดยแต่ละคนก็อาจให้คำตอบที่แตกต่างกันเกี่ยวกับระดับของอุณหภูมิปกติของร่างกาย ซึ่งจริง ๆ แล้วอุณหภูมิปกติของร่างกายของคนเรานั้นอาจแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่าง ๆ ส่วนสาเหตุที่ส่งผลกระทบต่ออุณหภูมิร่างกายนั้นมีอะไรบ้าง สามารถหาคำตอบได้จากบทความนี้ คนส่วนใหญ่อาจเคยได้ยินว่าอุณหภูมิร่างกายปกติควรอยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส หรือแตกต่างจากระดับนี้เล็กน้อย แต่จริง ๆ แล้วอุณหภูมิปกติของร่างกายไม่ได้อยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส และการที่อุณหภูมิของร่างกายเพิ่มสูงขึ้นหรือลดลงนั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่สบายหรือมีไข้เสมอไป สล็อตออนไลน์ ปัจจัยที่มีผลต่ออุณหภูมิของร่างกายอุณหภูมิปกติของร่างกายอาจเปลี่ยนแปลงไปตามสาเหตุ ดังนี้ เพศโดยปกติแล้วเมื่อร่างกายได้รับความเย็น กลไกของร่างกายจะทำหน้าเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย ซึ่งเพศก็มีผลต่อกระบวนการนี้ โดยร่างกายเพศหญิงจะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้รวดเร็วกว่าเพศชาย จึงอาจทำให้เกิดอาการสั่น หรือเนื้อตัวเย็นได้ไวกว่าเพศชาย นอกจากนี้ ในช่วงที่ผู้หญิงมีรอบเดือนจะมีการหลั่งฮอร์โมนออกมาหลายชนิด ซึ่งอาจส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายเปลี่ยนแปลงไปจากปกติอายุอายุเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่ออุณหภูมิร่างกายปกติ โดยคนในแต่ละช่วงอายุอาจมีอุณหภูมิร่างกายที่แตกต่างกัน ดังนี้เด็กและทารก อุณหภูมิร่างกายปกติจะอยู่ระหว่าง 36.6-37.2 องศาเซลเซียสผู้ใหญ่ มีอุณหภูมิปกติของร่างกายอยู่ระหว่าง 36.1-37.2 องศาเซลเซียสผู้สูงอายุ ที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป จะมีอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่า 36.2 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าคนวัยอื่น ๆอย่างไรก็ตาม อุณหภูมิในแต่ละคนอาจแตกต่างไปตามปัจจัยอื่น ๆ ระดับอุณหภูมิตามช่วงอายุเหล่านี้เป็นค่าโดยประมาณเท่านั้น jumboslot บุหรี่การสูบบุหรี่นั้นสามารถเพิ่มอุณหภูมิของร่างกายได้ ซึ่งอาจมีผลมาจากควันบุหรี่และการเผาไหม้ของของบุหรี่ที่กระทบต่ออุณหภูมิของร่างกายได้ชั่วคราว แม้ว่าอุณหภูมิจากบุหรี่จะไม่ได้ส่งผลเสียต่อร่างกาย แต่การได้รับสารในบุหรี่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้อาหารอาหารที่มีรสชาติเผ็ดร้อน อย่างพริก พริกไทย ขิง ข่า เครื่องเทศ…

Continue Reading

คอลลาเจนช่วยเสริมความแข็งแรงข้อต่อ

คอลลาเจนเป็นสารอาหารที่เชื่อกันว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายด้าน หนึ่งในนั้น คือ การช่วยบรรเทาอาการจากโรคข้อเสื่อม โดยเฉพาะอาการปวดข้อซึ่งมักเป็นอาการเรื้อรัง กำเริบขึ้นเป็นครั้งคราว ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน อาจทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยลดลงได้ อาการปวดข้อนั้น เกิดจากการที่ข้อต่อเกิดความผิดปกติ อาจมีการสึกหรอของกระดูกอ่อนที่มีหน้าที่รับน้ำหนักและแรงกระแทกที่มักเกิดกับข้อเข่า รวมทั้งการอักเสบของเยื่อหุ้มข้อที่ส่งผลต่อปริมาณน้ำในข้อ ซึ่งความผิดปกติเหล่านี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ อย่างเช่นโรคข้อเสื่อม โรคข้ออักเสบอื่น ๆ โดยมีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการมีอายุที่เพิ่มขึ้นทำให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนลดลง น้ำหนักตัวที่มากเกินไปจนเกิดการกดทับของกระดูกข้อต่อ การบาดเจ็บ โรคประจำตัว เป็นต้น สล็อตออนไลน์ Collagen Dipeptide ด้วยเหตุนี้ การใช้คอลลาเจนร่วมกับการรักษาจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้กำลังเผชิญกับอาการปวดข้อ หากอยากทราบว่าคอลลาเจนช่วยบรรเทาอาการปวดข้อได้อย่างไร? และร่างกายสามารถได้รับจากแหล่งใด? ติดตามได้จากบทความนี้ คอลลาเจนคืออะไรคอลลาเจนจัดเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งซึ่งประกอบไปด้วยกรดอะมิโนมากมาย เป็นส่วนประกอบของร่างกายสิ่งมีชีวิต โดยพบได้ในกระดูก ผิวหนัง เส้นผม และเล็บ คอลลาเจนนั้นมีหลากหลายประเภท แต่ละประเภทก็ทำหน้าที่ในเซลล์ของร่างกายแตกต่างกันออกไป หนึ่งในคุณสมบัติสำคัญของคอลลาเจน คือการเสริมสร้างความแข็งแรงกล้ามเนื้อ กระดูกอ่อน เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และข้อต่อ และยังอาจช่วยฟื้นฟูร่างกายจากการออกกำลังกายและการบาดเจ็บได้ด้วย โดยคอลลาเจนที่นำมาเป็นส่วนประกอบของอาหาร ยา และอาหารเสริม มักมาจากการนำชิ้นส่วนของสัตว์มาผ่านกระบวนการสกัดเพื่อนำคอลลาเจนออกมาและนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการบริโภคอาหารเสริมคอลลาเจน พิจารณาเลือกคอลลาเจนที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่าย เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุด เนื่องจากคอลลาเจนที่ได้รับจากอาหารมักเป็นคอลลาเจนที่มีขนาดใหญ่ เป็นสายโปรตีนยาว ทำให้ย่อยสลายยากในร่างกาย ปัจจุบันจึงมีการผลิตอาหารเสริมคอลลาเจนให้มีขนาดเล็กลง ส่งผลให้ร่างกายดูดซึมและนำไปใช้ได้สะดวกขึ้น โดยคอลลาเจนที่ผ่านกระบวนการนี้เรียกว่า Hydrolyzed…

Continue Reading

การรักษาสิวที่หู

สิวที่หูเกิดขึ้นเมื่อมีความมัน เหงื่อ หรือเซลล์ผิวหนังที่ตายอุดตันอยู่ภายในรูขุมขน ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความรำคาญให้กับทุกคน แต่ยังสร้างความเจ็บปวดเมื่อสัมผัส สวมแว่นตา จัดแต่งทรงผม หรือแม้กระทั่งนอนในท่าตะแคง อย่างไรก็ตาม สิวที่หูมักรักษาให้หายได้โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปพบแพทย์ แล้วการดูแลรักษาสิวด้วยตัวเองจะมีอะไรบ้างนั้น ดูได้จากบทความนี้ สล็อตออนไลน์ สาเหตุของการเกิดสิวที่หูสิวที่หูมีหลายชนิดด้วยกัน เช่น สิวหัวขาว สิวหัวดำ สิวหัวช้าง สิวหัวหนอง เป็นต้น และสามารถเกิดขึ้นบริเวณใบหูหรือรูหูชั้นนอกก็ได้ โดยสาเหตุของการเกิดสิวมีดังนี้ หมวกที่คับหรือผ้าพันศีรษะที่รัดแน่น จะเป็นตัวซับความมันและเหงื่อบริเวณศีรษะและหู ส่งผลให้เกิดสิวที่หู ใบหน้า และตามไรผมการสะสมของแบคทีเรีย โดยเฉพาะหูฟังที่ไม่ได้ทำความสะอาดอาจทำให้เกิดสิวได้ รวมถึงการนำนิ้วที่อาจปนเปื้อนแบคทีเรียแหย่เข้าไปในหูด้วยความเครียด อาจทำให้ร่างกายหลั่งเหงื่อออกมามากเกินไป หรือทำให้ฮอร์โมนที่ช่วยในการผลิตน้ำมันในร่างกายทำงานผิดปกติการแพ้อาหาร ยา ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม หรือเครื่องสำอางค์ อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวที่หู หากมีอาการแพ้อื่น ๆ เกิดขึ้นร่วมด้วย ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาให้ตรงจุดต่อไประดับฮอร์โมนที่ไม่สมดุลกัน เมื่อฮอร์โมนเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น ตั้งครรภ์หรือใช้ยาคุมกำเนิดอาจทำให้เกิดสิวได้วิธีจัดการกับสิวที่หูด้วยตนเองเนื่องจากหูเป็นอวัยวะที่ละเอียดอ่อนและยากจะมองเห็น สิวที่หูจึงต้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม การรักษาสิวบริเวณดังกล่าวคล้ายคลึงกับการรักษาที่บริเวณอื่น ๆ ซึ่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังต่อไปนี้อาจช่วยให้ผิวกลับมามีสุขภาพดีเร็วขึ้น jumboslot ไม่แกะเกาหรือบีบสิวที่หูหลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณผิวหนังที่เกิดสิวทำความสะอาดรอบใบหูด้วยสบู่อ่อน ๆหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมและผิวหนังที่ทำให้เกิดการระคายเคืองใช้ยารักษาสิว โลชั่นบำรุงผิว หรือทำความสะอาดบริเวณที่เป็นสิวด้วยความระมัดระวังเพราะอาจทำให้ผิวแห้งแม้จะรักษาสิวด้วยตัวเองแล้ว แต่ถ้ายังมีอาการเจ็บปวดหรืออาการไม่ทุเลาลงก็ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละคนมากที่สุด โดยแพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยารักษาสิว เช่น ยาทาเฉพาะที่ที่ได้มาจากวิตามินเอซึ่งสามารถหาซื้อได้เองและสั่งจ่ายโดยแพทย์ผู้รักษา โดยมียาเตรทติโนอินที่แพทย์นิยมนำมาใช้ในการรักษาสิวบ่อย ๆเบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ เป็นยารักษาสิวที่มีความรุนแรงในระดับปานกลาง ช่วยในการต้านแบคทีเรียและทำให้ผิวหนังแห้ง…

Continue Reading