เคล็ดลับการรักษาแผลให้หายไว

อุบัติเหตุจากภายนอกอาจก่อให้เกิดแผลตามร่างกายโดยที่เราไม่ทันระวังตัว เช่น รอยถลอก แผลจากของมีคมบาด แผลไฟไหม้ หรือแผลน้ำร้อนลวก เป็นต้น โดยปกติแล้วเราสามารถดูแลแผลจากอุบัติเหตุเล็กน้อยได้ด้วยตนเองที่บ้าน เมื่อเกิดบาดแผลขึ้นบริเวณผิวหนัง โดยธรรมชาติของบาดแผลขนาดเล็กและไม่รุนแรงมักจะตกสะเก็ดและหายได้เองภายใน 2-3 วัน ซึ่งเป็นกลไกปกติที่ช่วยป้องกันสิ่งสกปรกและเชื้อโรคเข้าสู่บาดแผลในขณะที่ร่างกายกำลังสร้างผิวหนังขึ้นมาทดแทน โดยในช่วงนี้มักจะมีอาการคันบริเวณแผลขึ้น จึงไม่ควรเกาหรือแกะสะเก็ดจากแผลออกเอง เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการติดเชื้อ รวมทั้งการดูแลบาดแผลจนกว่าจะแห้งและหายสนิทนั้นก็เป็นสิ่งที่ควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ สล็อตออนไลน์ ขั้นตอนการทำแผลที่ถูกต้องโดยทั่วไปแผลนั้นมีหลายชนิด เช่น แผลถลอก แผลฉีกขาด แผลไฟไหม้ แผลน้ำร้อนลวก แผลกดทับ แผลถูกแทง แผลฉีกขาดจนผิวหนังหลุดออก เป็นต้น หากแผลมีขนาดใหญ่ ลึก หรือรุนแรงก็ควรไปพบแพทย์เสียแต่เนิ่น ๆ แต่ในกรณีที่เป็นแผลขนาดเล็กและไม่รุนแรงนัก ส่วนใหญ่แล้วสามารถทำแผลเบื้องต้นให้แก่ตนเองได้ โดยปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ ล้างมือให้สะอาด ความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรคจากตนเองไปสู่ผู้อื่น รวมถึงลดการติดเชื้อโรคด้วย ก่อนการทำแผลจึงควรล้างมือให้สะอาดก่อนเสมอ กดห้ามเลือด ปกติแล้ว แผลถลอกมักไม่ค่อยมีเลือดออกมากนัก ในกรณีที่แผลมีเลือดออก การกดทับบริเวณแผลจะช่วยให้เลือดหยุดไหล โดยให้ใช้ผ้าสะอาดหรือผ้าก๊อซที่ปลอดเชื้อกดทับบริเวณแผล ล้างสิ่งสกปรกออกจากแผลและล้างแผลให้สะอาด หากบริเวณบาดแผลมีสิ่งสกปรกติดอยู่อาจใช้แหนบหรือผ้าสะอาดจัดการกับเศษทราย ดิน หรือกรวดที่ติดอยู่ในแผลออกก่อน จากนั้นล้างแผลด้วยน้ำสะอาด อาจล้างด้วยสบู่ที่อ่อนโยนและไม่ระคายเคืองต่อแผล ทาแผลด้วยยาปฏิชีวนะ jumboslot หลังเช็ดแผลให้แห้ง อาจทายาปฏิชีวนะในรูปแบบขี้ผึ้งหรือครีมเพื่อฆ่าเชื้อโรค ซึ่งตัวยาจะช่วยสมานแผลและลดรอยแผล โดยสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ปิดแผลด้วยผ้าพันแผลหรือผ้าก็อซปิดแผล ก่อนนำผ้าพันแผลหรือผ้าก็อซมาใช้ต้องมั่นใจถึงความสะอาดอยู่เสมอ รวมทั้งควรล้างแผลทุกวันและเปลี่ยนผ้าพันแผลบ่อย…

Continue Reading

อันตรายที่มากับฝน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฝนอาจมาพร้อมกับโรคภัยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคทางเดินหายใจหรือโรคทางระบบทางเดินอาหาร รวมถึงลูกน้ำ ยุงลาย และปัญหาน้ำท่วม ก็อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพในอนาคต หากไม่ระมัดระวังและใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเองเสียแต่เนิ่น ๆ เนื่องด้วยสภาพอากาศที่แปรปรวน ฝนตกหนัก อุณหภูมิที่ต่ำลง และความชื้นที่สูงขึ้น อาจทำให้โรคต่าง ๆ แพร่กระจายได้ง่ายและรวดเร็วกว่าปกติ หลายคนจึงอาจเจ็บป่วยได้บ่อยขึ้น โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และสตรีมีครรภ์ แล้วในหน้าฝนจะมีโรคใดบ้างที่ควรระมัดระวังมากเป็นพิเศษ บทความนี้มีคำตอบ สล็อตออนไลน์ โรคที่พบได้บ่อยในหน้าฝนเพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่ดีในช่วงฤดูฝน สิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องเฝ้าระวังคือโรคต่าง ๆ โดยโรคที่พบบ่อย มีดังนี้ ไข้หวัดใหญ่ เป็นการติดเชื้อไวรัสที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ส่งผลให้เกิดอาการต่าง ๆ อย่างเฉียบพลัน เช่น มีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ไอ และเจ็บคอ โดยปกติแล้วอาการไข้หวัดใหญ่จะหายไปได้เอง แต่บางครั้งอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตหากมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น ไข้หวัด เกิดจากการติดเชื้อไวรัสบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้นอย่างจมูกและคอหอย มักปรากฏอาการหลังได้รับเชื้อไปแล้ว 1-3 วัน เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ จาม มีเสมหะ มีไข้อ่อน ๆ ปวดศีรษะเล็กน้อย เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้ป่วยสามารถหายได้ภายใน…

Continue Reading

วิธีเลือกซื้อน้ำแข็งให้ปลอดภัย

ประเทศไทยนั้นมีอากาศร้อนแทบจะตลอดปี จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า น้ำแข็ง เป็นสิ่งที่หลายคนเลือกนำมาใช้เพื่อคลายความร้อน แต่รู้หรือไม่ว่าในน้ำแข็งที่รับประทานกันอยู่ในทุกวันอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพได้ ไม่ว่าจะจากอุณหภูมิ ลักษณะ หรือสารปนเปื้อนที่มากับน้ำแข็ง บทความนี้จึงได้รวบรวมความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการบริโภคน้ำแข็ง รวมทั้งวิธีการเลือกซื้อมาให้ได้ศึกษากัน น้ำแข็งเกิดจากการนำน้ำเข้าสู่กระบวนการลดอุณหภูมิจนเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นของแข็ง น้ำแข็งในไทย อาจแบ่งได้ 2 แบบ คือ น้ำแข็งป่นและน้ำแข็งหลอด น้ำแข็งที่คนไทยรับประทานส่วนมากมาจากโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุขและไม่มีเครื่องหมายรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จากการศึกษาพบว่าในประเทศไทยเคยเกิดมีการเจ็บป่วยที่มีสาเหตุมาจากการรับประทานน้ำแข็งที่ไม่ได้มาตรฐานอยู่หลายครั้ง สล็อตออนไลน์ ปัญหาสุขภาพกับการบริโภคน้ำแข็งแม้ว่าน้ำแข็งจะเป็นสิ่งที่ช่วยดับกระหายและให้ความสดชื่นแก่ร่างกาย แต่การรับประทานจนเกินพอดีก็อาจให้โทษได้เช่นกัน โดยปัญหาสุขภาพที่มาพร้อมกับน้ำแข็งอาจมี ดังนี้ โรคเสพติดน้ำแข็งอาการเสพติดน้ำแข็ง หรือ Pagophagia เป็นหนึ่งในรูปแบบของโรค Pica หรือโรคเสพติดการรับประทานของที่ไม่ใช่อาหารหรือไม่มีคุณค่าทางสารอาหาร โรคนี้อาจเกิดจากความเครียด อาจเป็นความผิดปกติทางจิตที่มักเกิดร่วมกันกับความผิดปกติทางจิตอื่น ๆ โดยการเคี้ยวน้ำแข็งอาจไม่ได้ทำให้เกิดโรคนี้ แต่โรคนี้อาจทำให้เกิดการเคี้ยวน้ำแข็ง หากติดการเคี้ยวน้ำแข็งต่อเนื่องกว่าหนึ่งเดือนควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรค เนื่องจากหากเป็นโรค Pica ผู้ป่วยอาจรับประทานวัตถุอื่นที่อาจเป็นอันตราย อย่างไม้ ดิน หรือกระดาษ และทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ลำไส้ทะลุ ลำไส้อุดตัน การติดเชื้อ และสำลัก เป็นต้น นอกจากนี้ Pagophagia อาจพบในเด็กได้มากกว่าผู้ใหญ่ ภาวะโลหิตจางเชื่อกันว่าภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กอาจกระตุ้นให้ร่างกายอยากรับประทานน้ำแข็ง เนื่องจากน้ำแข็งอาจช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ซึ่งหากมีสัญญาณของภาวะเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็ก อย่างเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หรือเบื่ออาหาร พร้อมกับพฤติกรรมติดน้ำแข็ง…

Continue Reading

คุณประโยชน์จากเจลาติน

หลายคนอาจคุ้นเคยหรือรู้จักเจลาตินในรูปแบบของขนมน้ำตาลสูง อย่างเยลลี่ หมากฝรั่ง หรือวุ้น แต่จริง ๆ แล้วเจลาตินยังมีประโยชน์ในทางการแพทย์และสุขภาพ โดยจะอยู่ในรูปแบบของอาหาร และยารักษาโรค ซึ่งการรับประทานเจลาตินในปริมาณที่เหมาะสมอาจส่งผลดีต่อร่างกาย ทั้งในด้านสุขภาพทั่วไปและด้านความสวยความงาม ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับประโยชน์นั้นจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามได้จากบทความนี้ เจลาตินเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี สามารถละลายได้ในน้ำอุ่น และจะมีลักษณะหยุ่น ๆ คล้ายวุ้นหรือเยลลี่เมื่อเย็นตัวลง เจลาตินนั้นประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิดและให้พลังงานต่ำ โดยเจลาตินถูกสกัดออกมาระหว่างขั้นตอนการผลิตคอลลาเจน ซึ่งเป็นการนำชิ้นส่วนของสัตว์ อย่างกระดูก เอ็น หรือผิวหนังสัตว์มาผ่านกรรมวิธีเจลาติน สล็อตออนไลน์ เจลาตินอุดมไปด้วยโปรตีนและกรดอะมิโนหลายชนิดจึงอาจเป็นประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพ ดังนี้ ซ่อมแซมและฟื้นฟูร่างกายโปรตีนเป็นสารอาหารที่ประกอบอยู่ในทุกส่วนของร่างกาย ร่างกายจึงต้องการโปรตีนเพื่อซ่อมแซมและฟื้นฟูส่วนที่สึกหรออยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อร่างกายได้รับบาดเจ็บหรือเกิดการเจ็บป่วย ซึ่งเจลาตินมีส่วนประกอบเป็นโปรตีนเกือบทั้งหมด ร่างกายจึงสามารถนำเอาโปรตีนเหล่านี้ไปช่วยเสริมสร้างในส่วนที่ขาดได้ เจลาตินนั้นมีประโยชน์ในทางการแพทย์ค่อนข้างมาก เช่น ใช้รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ใช้รักษาผู้ป่วยภาวะพร่องภูมิคุ้มกัน และใช้ฟื้นฟูร่างกายในผู้ป่วยหลังผ่าตัด เป็นต้น บรรเทาอาการกระดูกและข้อต่อเชื่อกันว่าเจลาตินอาจช่วยเพิ่มคอลลาเจนภายในข้อต่อจึงอาจช่วยบรรเทาความผิดปกติของกระดูกและข้อต่อ อย่างอาการปวดข้อต่อและข้อติดที่เป็นอาการของโรคข้อเสื่อม โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และโรคข้อกระดูกอักเสบได้ แต่ในความเป็นจริง เจลาตินจะถูกย่อยในทางเดินอาหารได้เป็นโปรตีนแล้วกระจายไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ได้เข้าซึมผ่านเข้าข้อต่อโดยตรง และแม้ว่าผลการศึกษาหลายชิ้นจะชี้ว่าเจลาตินอาจมีส่วนช่วยในการลดอาการปวดได้ แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เพียงพอที่จะยืนยันว่าเจลาตินนั้นสามารถรักษาโรคข้อเสื่อมได้ จึงควรรอผลการศึกษาเพิ่มเติมหรือปรึกษาแพทย์หากต้องการใช้เจลาตินร่วมกับการรักษา บำรุงสมองเจลาตินประกอบไปด้วยกรดอะมิโนหลายชนิด อย่างกรดอะมิโนไกลซีนที่เชื่อกันว่าสามารถช่วยพัฒนาในด้านความจำ รวมทั้งอาจช่วยบรรเทาอาการจากโรคทางจิต อย่างโรคจิตเภท โรคย้ำคิดย้ำทำ และโรคคิดว่าตนเองมีรูปร่างหรืออวัยวะผิดปกติ (ฺBody dysmorphic disorder)ได้ด้วย…

Continue Reading