คำแนะนำก่อนเจาะจมูก

การเจาะจมูกเป็นเทรนด์แฟชั่นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน หลายคนชื่นชอบเพราะเป็นความสวยงามที่มีลักษณะเฉพาะตัวและช่วยเพิ่มความโดดเด่นบนกับใบหน้า นอกเหนือจากการเจาะจมูกและเลือกใส่อุปกรณ์แล้ว เราควรเรียนรู้วิธีการดูแลความสะอาดอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันความผิดปกติที่อาจเกิดตามมาได้ สำหรับผู้ที่กำลังหาข้อมูลก่อนการไปเจาะจมูก ไม่ว่าจะเป็นการเลือกร้าน ชนิดของอุปกรณ์ การดูแลหลังการเจาะที่ถูกต้อง หรือความปลอดภัย ในบทความนี้อาจช่วยตอบคำถามที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับการเจาะจมูก และอาจช่วยให้การเจาะจมูกครั้งนี้ดูมีสไตล์และปลอดภัยมากขึ้น สล็อตออนไลน์ การเจาะจมูกมีวิธีการเตรียมตัวและดูแลแผลอย่างไร ?การเจาะจมูกเป็นการเจาะที่ใช้เวลาไม่นาน แต่สิ่งสำคัญคือการเตรียมพร้อมก่อนการเจาะจมูก รวมไปถึงการดูแลหลังจากเจาะจมูกอย่างเหมาะสม ดังนี้ การเตรียมตัวก่อนการเจาะจมูกควรเตรียมพร้อมทั้งร่างกายและศึกษาข้อมูลเบื้องต้น ดังนี้ ควรมั่นใจว่าตนเองไม่ได้กำลังตั้งครรภ์หรือมีปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับการติดเชื้อ อย่างเชื้อเอชไอวีหรือไวรัสตับอักเสบชนิดต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าการเจาะจมูกจะปลอดภัยทั้งกับตนเองและคนอื่นเลือกตำแหน่งที่จะเจาะจมูก โดยทั่วไปบริเวณที่สามารถเจาะจมูกได้จะมีอยู่ด้วยกัน 3 ตำแหน่ง คือ บริเวณกระดูกอ่อนระหว่างโพรงจมูกทั้งสองข้าง เนื้อส่วนปลายระหว่างโพรงจมูกทั้งสองข้าง และบริเวณปีกจมูกเลือกอุปกรณ์หรือห่วงที่จะใส่หลังการเจาะหู โดยให้วัสดุที่เป็นเกรดเดียวกับอุปกรณ์ทางการแพทย์และมีคุณภาพเทียบเท่า เพื่อลดการระคายเคืองและความเสี่ยงที่ชิ้นส่วนจะหลุดเข้าไปในร่างกาย เช่น สแตนเลส ไนโอเบียม หรือไทเทเทียม แต่หากเป็นทองคำควรเลือกแบบ 14K และ 18K ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานกับผิวหนังเลือกร้านเจาะจมูกที่น่าเชื่อถือ พนักงานผ่านการฝึกอบรมและมีประสบการณ์ มีเครื่องมือที่สะอาดได้มาตรฐาน และสำคัญ คือ การใช้เข็มเจาะสเตอริไรส์แบบใช้แล้วทิ้ง หรือใช้เข็มที่ผ่านการฆ่าเชื้อจากเครื่องอบฆ่าเชื้อโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเจาะจมูกด้วยตนเองหรือให้บุคคลที่ไม่ผ่านการอบรมเจาะจมูกโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้การดูแลหลังจากการเจาะจมูกแผลจากการเจาะจมูกใหม่ ๆ อาจใช้เวลานานหลายสัปดาห์ไปจนถึง 2-3 เดือน แผลจึงจะหายสนิท โดยในช่วงแรกหลังการเจาะจมูกอาจมีความเสี่ยงที่เกิดการติดเชื้อได้ง่าย จึงควรรักษาความสะอาดเป็นพิเศษและปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้…

Continue Reading

ประโยชน์ของการนวดฝ่าเท้า

นวดฝ่าเท้าเป็นหนึ่งในกิจกรรมยอดนิยมที่หลายคนมักเลือกใช้ เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า อาการปวด และความเครียดในแต่ละวัน โดยการนวดฝ่าเท้านั้นเป็นการใช้แรงกดตามจุดต่าง ๆ ลงบนฝ่าเท้า เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้สะดวกขึ้น ขณะที่บางคนก็เชื่อว่าการนวดฝ่าเท้าอาจช่วยเสริมสุขภาพโดยรวมได้ เพราะแต่ละจุดบนฝ่าเท้ามีส่วนเชื่อมโยงไปยังอวัยวะอื่นภายในร่างกาย นอกเหนือจากช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าและความเครียด การนวดฝ่าเท้ายังอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีปัญหาสุขภาพด้านอื่น ๆ ด้วย โดยประโยชน์จากการนวดไม่ได้มีเพียงความรู้สึกของแต่ละบุคคลเป็นตัววัด แต่ยังมีการศึกษาหลายชิ้นที่กล่าวถึงประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการและเสริมสุขภาพจากการนวดฝ่าเท้า สล็อตออนไลน์ การนวดและการกดจุดบริเวณฝ่าเท้ามีประโยชน์ ดังนี้ บรรเทาอาการปวดอาการปวดมักมาคู่กันกับการนวด ซึ่งการนวดฝ่าเท้าจะช่วยให้เลือดไหลเวียนมายังกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบริเวณฝ่าเท้าเพิ่มมากขึ้น จึงอาจช่วยบรรเทาอาการปวดได้ทั้งในผู้ที่ใช้งานเท้าหนักเกินไปและผู้ที่มีอาการปวดจากโรคต่าง ๆ อย่างโรคข้ออักเสบ โรคไฟโบรมัยอัลเจีย (Fibromyalgia) รวมทั้งอาการปวดที่เกิดจากการไหลเวียนของเลือด อย่างโรคเบาหวาน และภาวะปวดเรื้อรัง นอกจากนี้ ยังมีทฤษฎีที่พูดถึงการนวดกดจุดฝ่าเท้าว่าอาจช่วยกระตุ้นต่อมใต้สมองและเพิ่มการหลั่งของฮอร์โมนเอนเคฟาลีนและเอ็นโดรฟินออกมา ซึ่งจะช่วยยับยั้งความรู้สึกปวดและช่วยให้รู้สึกมีความสุขมากขึ้น ลดความเครียดและช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นการนวดอาจช่วยผ่อนคลายอารมณ์ ความเครียด และลดอาการซึมเศร้าได้ โดยมีการศึกษาที่ทดลองใช้การนวดกดจุดฝ่าเท้าสะท้อนฝ่าเท้า (Foot Reflexology Massage) กับผู้ป่วยสูงอายุที่เป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดในโรงพยาบาล เนื่องจากการรักษาตัวในโรงพยาบาลมักส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดความรู้สึกวิตกกังวลและอารมณ์เศร้า ซึ่งผลภายหลังจากการทดลองพบว่า ผู้ป่วยมีความรู้สึกวิตกกังวลและอาการซึมเศร้าลดลง ดังนั้น การนวดฝ่าเท้าจึงอาจเป็นอีกวิธีที่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดและอารมณ์ด้านลบได้ ลดความดันโลหิตภาวะความดันโลหิตสูงมักเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังหลายโรค อย่างโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง โดยทั่วไป ภาวะและโรคเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ยาเพื่อรักษาและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน แต่ทางการแพทย์เชื่อว่าการใช้ยาเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จึงได้มีการนำวิธีนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้ามาใช้เพื่อรักษาและลดความเสี่ยงของโรคร่วมกับการรักษาหลักจากแพทย์ โดยกล่าวกันว่าฝ่าเท้านั้นเป็นจุดส่วนรวมเส้นประสาทที่ต่อไปยังอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงไตที่เป็นอวัยวะที่มีความเกี่ยวข้องกับภาวะความดันโลหิตสูง ดังนั้น การนวดกดจุดก็อาจมีส่วนในการช่วยบรรเทาอาการของโรคลงได้ jumboslot ใช้เป็นการรักษาเสริมด้วยสรรพคุณที่ในการบรรเทาอาการปวดและลดความเครียดของการนวด อีกทั้งมีความปลอดภัย เพราะเป็นการรักษาที่ไม่ใช่การใช้ยา…

Continue Reading

การล้างพิษด้วยคีเลชั่น

Chelation Therapy หรือคีเลชั่นบำบัด เป็นการใช้ยาหรือสารเคมีบางชนิดกำจัดสารโลหะหนักออกจากร่างกาย อย่างสารตะกั่ว สารหนู ปรอท รวมทั้งใช้ขจัดสารโลหะที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายแต่อยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เช่น ทองแดง นิกเกิล หรือเหล็ก แต่การบำบัดนี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะหากใช้ผิดวัตถุประสงค์อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรง การบำบัดนี้เริ่มต้นโดยแพทย์จะฉีดยาหรือสารคีเลต (Chelating Agent) อย่างสารอีดีทีเอ (Ethylene Diamine Tetra Acetic Acid: EDTA) เข้าทางหลอดเลือดดำ แต่บางครั้งแพทย์อาจให้รับประทานในรูปแบบของยาเม็ดหรือใช้เป็นยาเหน็บทางทวารหนัก ซึ่งสารเหล่านี้จะเข้าไปดักจับโลหะหนักต่าง ๆ ในกระแสเลือด จากนั้นจะถูกกรองผ่านทางไต และขับออกมาทางปัสสาวะในที่สุด สล็อตออนไลน์ จากหลายความเชื่อที่ว่า Chelation Therapy สามารถแก้ไขปัญหาสุขภาพมากมาย ไม่ว่าจะโรคหลอดเลือดหัวใจ ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง ออทิสติก อัลไซเมอร์ อัมพาต โรคเบาหวาน ช่วยลดริ้วรอยและบำรุงผิวพรรณ ซึ่งแท้จริงแล้ว คีเลชั่นบำบัดได้รับการรับรองความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อใช้กำจัดพิษของโลหะหนักในร่างกายเท่านั้น หากนำมาใช้เพื่อจุดประสงค์ข้างต้นอาจเป็นอันตรายแก่ร่างกาย จึงควรมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม เพื่อยืนยันประสิทธิภาพในการรักษาโรคเหล่านี้โดยตรง เตรียมตัวก่อนทำ Chelation Therapyโดยทั่วไป ผู้ที่ไม่มีสารโลหะหนักในร่างกายนั้นไม่จำเป็นต้องทำ Chelation Therapy แต่กรณีที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับสารโลหะหนักเข้าสู่ร่างกาย ควรไปให้แพทย์ตรวจเลือดเพื่อยืนยัน หากพบว่ามีการสะสมของโลหะหนักในร่างกายจริงก็อาจจะพิจารณาให้บำบัดตามขั้นตอนต่อไป โดยตัวอย่างของบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง…

Continue Reading

อาการแพ้กุ้งเป็นอย่างไร

อาการแพ้กุ้งเป็นอาการที่พบได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นลมพิษ ผื่นคัน หน้าบวม หรือหายใจติดขัด อาการเหล่านี้เป็นผลมาจากระบบภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองรุนแรงกว่าปกติ ซึ่งเป็นภาวะที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยอาการแพ้มีตั้งแต่ระดับไม่รุนแรงไปจนถึงขั้นเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม อาการแพ้กุ้งอาจบรรเทาและป้องกันได้หลายวิธี อย่างที่กล่าวไปว่า อาการแพ้กุ้งเกิดจากภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองมากกว่าปกติ โดยร่างกายมองว่าสารบางอย่างในตัวกุ้งเป็นอันตรายต่อร่างกาย จึงกระตุ้นการหลั่งสารเคมีเพื่อมากำจัดสารชนิดนั้น ซึ่งการต่อสู้กันระหว่างสารและร่างกายจะทำให้เกิดอาการผิดปกติตามมา อาการแพ้กุ้งเป็นอย่างไร ?โดยทั่วไป อาการแพ้อาหารนั้นเกิดขึ้นได้หลากหลายรูปแบบ โดยอาจเกิดขึ้นหลังรับประทานอาหารในทันทีหรือเกิดขึ้นหลังรับประทานไปหลายชั่วโมง ซึ่งลักษณะอาการที่เกิดขึ้นอาจแบ่งได้ ดังนี้ สล็อตออนไลน์ ผิวหนังอาการแพ้ในรูปแบบนี้มักเห็นได้ชัด อย่างลมพิษ ผื่นแดง คัน พบอาการบวม โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า เปลือกตา ริมฝีปาก และคอ ระบบทางเดินหายใจเนื่องจากเนื้อเยื่อบริเวณคอที่บวมมากขึ้นอาจส่งผลให้หายใจไม่สะดวก รวมถึงสารฮิสตามีนที่หลั่งออกมาจะส่งผลให้มีอาการไอ น้ำมูกไหล คัดจมูก หรือหายใจลำบาก ลำไส้และกระเพาะอาหารอาการแพ้อาจส่งผลให้ผู้ป่วยคลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว และปวดท้อง ระบบประสาทอาการแพ้อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการเวียนศีรษะ บ้านหมุน หน้ามืด และเป็นลมได้ ภาวะปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรงปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) เป็นภาวะที่พบได้น้อย แต่เป็นภาวะที่อันตรายจนอาจทำให้เสียชีวิตได้ โดยภาวะนี้จะส่งผลให้หายใจไม่ออก หน้ามืด ชีพจรเต้นเร็ว ความดันเลือดลดต่ำลง ช็อก หมดสติ และเสียชีวิต ดังนั้น หากปรากฏสัญญาณของปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรงให้โทรเรียกรถพยาบาลทันที jumboslot แม้ความรุนแรงของอาการแพ้กุ้งอาจขึ้นอยู่ปริมาณที่รับประทาน แต่ก็อาจไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป…

Continue Reading

การรักษาไข้หวัดให้หายด้วยวิธีธรรมชาติ

ไข้หวัดและอาการไอในระหว่างตั้งครรภ์สามารถเกิดขึ้นกับคุณแม่ทุกคน แม้อาการเหล่านี้มักไม่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อร่างกายคุณแม่และทารกน้อยในครรภ์ แต่ก็ควรต้องรักษาให้หาย เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมา โดยปกติแล้ว การตั้งครรภ์จะส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งอาจทำให้คุณแม่ป่วยเป็นไข้หวัดและมีอาการไอได้ง่ายขึ้น ด้วยเหตุนี้ คุณแม่หลายรายจึงอยากซื้อยามารับประทานเองที่บ้าน แต่ขณะเดียวกันก็กังวลถึงความปลอดภัยและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นกับทั้งตนเองและลูกน้อยในครรภ์ ในบทความนี้จึงได้รวบรวมยารักษาไข้หวัดและอาการไอในระหว่างตั้งครรภ์ที่สามารถใช้ได้มาฝากกัน สล็อตออนไลน์ รักษาไข้หวัดและอาการไอในระหว่างตั้งครรภ์ ยารักษาไข้หวัดและอาการไอระหว่างตั้งครรภ์การใช้ยารักษาไข้หวัดและอาการไออาจไม่ปลอดภัยต่อคุณแม่ในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ แต่หากเลยช่วงสามเดือนแรกไปแล้ว จะมีตัวยาหลายชนิดที่สามารถใช้ในหญิงตั้งครรภ์ได้และค่อนข้างปลอดภัย แต่การใช้ยาเหล่านี้ไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน และคุณแม่ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลหรือเภสัชกรก่อนเสมอก่อนเริ่มการใช้ยาใด ๆ โดยตัวอย่างยาที่สามารถใช้ได้ในระหว่างตั้งครรภ์ มีดังนี้ ยาดมหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเมนทอลเป็นยาที่ใช้สูดดมหรือทาบริเวณหน้าอก ขมับ และใต้จมูก เพื่อให้หายใจได้สะดวกยิ่งขึ้นยาแก้ปวดลดไข้ยาพาราเซตามอลมักใช้บรรเทาอาการปวดศีรษะหรือปวดตามร่างกายและลดไข้ หากใช้ในปริมาณที่เหมาะสมจะปลอดภัยทั้งต่อคุณแม่และลูกน้อยยาแก้ไอและเจ็บคอมีทั้งรูปแบบยาอม ยาเม็ด หรือยาน้ำ หากมีเสมหะร่วมด้วยอาจใช้เป็นยาขับเสมหะในระหว่างวันอย่างยาไกวเฟนิซิน หรือหากอาการไอแห้งสร้างความรำคาญใจในเวลากลางคืน อาจเลือกใช้ยาระงับอาการไออย่างยาเดกซ์โทรเมทอร์แฟน jumboslot ยาลดน้ำมูกตัวอย่างเช่น ยาคลอเฟนิรามีน นำมาใช้บรรเทาอาการจากหวัด จาม น้ำมูกไหลได้ แต่ควรใช้ตามปริมาณที่ระบุบนฉลากยา และหยุดใช้เมื่ออาการหายดี เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความปลอดภัยมากที่สุดทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาชนิดที่รวมตัวยาหลายชนิดไว้ด้วยกันเพื่อรักษาหลายอาการ แต่ควรใช้ยาเพียงชนิดเดียวเพื่อรักษาเฉพาะอาการไป นอกจากนี้ สตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทานยาแอสไพริน ยาไอบูโพรเฟน ยานาพรอกเซน ยาโคเดอีน และยาปฏิชีวนะบางชนิด หากไม่ได้รับอนุญาตจากแพทย์ก่อน โดยทั่วไป แพทย์หลายคนอาจแนะนำให้ดูแลตนเองเบื้องต้นแทนการรับประทานยา โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ บ้วนหรือกลั้วปากด้วยน้ำเกลือหากมีอาการเจ็บคอหรือไอ ใช้น้ำเกลือช่วยล้างจมูก ใช้เครื่องทำความชื้นภายในห้องเพื่อบรรเทาอาการคัดจมูก จิบน้ำผึ้งหรือมะนาวหากรู้สึกเจ็บคอ…

Continue Reading

แนะนำอาหารบำรุงสมอง

อาหารมีส่วนสำคัญในการพัฒนาการทำงานของสมองของคนทุกช่วงวัย อาหารบำรุงสมองที่หลายคนรู้จัก อย่างปลาทะเล ผักใบเขียว หรือซุปไก่สกัด ล้วนมีสารอาหารที่จำเป็นต่อสมอง ซึ่งอาจช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น ดังนั้น การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสมองเป็นประจำก็อาจช่วยเสริมสร้างการทำงานของเซลล์สมอง ส่งผลให้ความจำและระบบความคิดทำงานได้ดีขึ้น ทั้งยังชะลอการเสื่อมของสมองไม่ให้เกิดเร็วกว่าเวลาที่ควรจะเป็น สมองและร่างกายที่ขาดสารอาหาร อย่างวิตามิน แร่ธาตุ หรือกรดไขมันดี อาจส่งผลให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับความคิด ความจำ อารมณ์ รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงของโรคทางด้านสมองและภาวะผิดปกติทางอารมณ์ ดังนั้น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสมองเพิ่มในแต่ละมื้ออาหารก็อาจช่วยชะลอการเสื่อมของสมองลง ซึ่งส่งผลดีต่อการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตในระยะยาว สล็อตออนไลน์ อาหารบำรุงสมองการได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสมองเป็นประจำอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสมอง ซึ่งหากเป็นอาหารที่หารับประทานได้ง่ายและสะดวกก็ยิ่งช่วยให้สมองได้รับสารอาหารต่อเนื่องขึ้น โดยในบทความนี้ได้รวบรวมสุดยอดอาหารบำรุงสมอง 6 ชนิด มาให้ได้ศึกษาและเลือกรับประทานกัน ซุปไก่สกัดซุปไก่สกัดเป็นอาหารฟังก์ชันหรืออาหารที่มีสารที่ให้ประโยชน์นอกเหนือจากสารอาหารทั่วไป ซึ่งได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน เพราะเชื่อกันว่ามีสรรพคุณในการบำรุงสมองและร่างกาย โดยกระบวนการสกัดทำให้โปรตีนถูกย่อยเป็นเปปไทด์ที่มีประโยชน์ต่อสมองต่างจากโปรตีนทั่วไป จากการศึกษาพบว่าในซุปไก่สกัดมีกรดอะมิโนและสารไดเปปไทด์ชื่อว่าแอนเซอรีน (Anserine) และคาร์โนซีน (Carnosine) ที่เชื่อว่ามีคุณสมบัติช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมองส่วนหน้าที่เกี่ยวข้องกับระบบความจำ กระบวนการคิด และการตัดสินใจ (Cognitive Function) จึงอาจทำให้สมองส่วนดังกล่าวทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการทำงาน จากการศึกษาในคนจำนวน 794 คน พบว่า กลุ่มที่ดื่มซุปไก่สกัดทุกวันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ มีผลทำงานของสมองในด้านความจำและการรับรู้เข้าใจที่ดีขึ้นกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ดื่ม นอกจากนี้ ซุปไก่สกัดยังอาจช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้าจากการใช้สมองอย่างหนัก ลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลที่เป็นสาเหตุของความเครียด ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง และทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าอีกด้วย ขณะที่งานวิจัยอีกชิ้นที่ทดลองให้คนวัยหนุ่มสาวดื่มซุปไก่สกัดเป็นเวลา…

Continue Reading