วิธีละลายเสมหะ

เสมหะ (Phlegm) เป็นสารคัดหลั่งหรือของเหลวชนิดหนึ่งที่อยู่ภายในระบบทางเดินหายใจ เช่น ช่องปาก ลำคอ โพรงจมูก และปอด ในช่วงที่สุขภาพแข็งแรงดี เสมหะจะดูใส มีปริมาณน้อย และมีหน้าที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นในลำคอและดักจับสิ่งแปลกปลอม อย่างฝุ่นผงและเชื้อโรค แต่เมื่อระบบทางเดินหายใจผิดปกติจากการเจ็บป่วยก็อาจส่งผลให้ลักษณะของเสมหะเปลี่ยนไปจากเดิม ความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะอาการไอและมีเสมหะ ไม่เพียงแต่สร้างความรำคาญและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่บางครั้งอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพได้ด้วย โดยในเบื้องต้นอาการเหล่านี้อาจบรรเทาได้ด้วยวิธีธรรมชาติและการใช้ยาที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป สล็อตออนไลน์ เสมหะกับโรคที่พบได้บ่อยโรคและความผิดปกติที่ส่งผลให้ร่างกายผลิตเสมหะมากขึ้นและทำให้เสมหะข้นหนืดกว่าปกติที่พบได้ทั่วไป เช่น โรคภูมิแพ้โรคไข้หวัดโรคไข้หวัดใหญ่โรคคออักเสบโรคไซนัสอักเสบบางครั้งเสมหะเหล่านี้ก็สามารถเกิดขึ้นจากสาเหตุทั่วไปที่พบได้ในชีวิตประจำวันเช่นกัน โดยอาจจะเป็นการรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ด การสูบบุหรี่ หรือการสูดดมสารเคมีจนทำให้ระบบทางเดินหายใจระคายเคือง นอกจากนี้ การมีเสมหะมากกว่าปกติเป็นเวลานานอาจเป็นสัญญาณของโรคเรื้อรัง อย่างโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหอบหืด โรคกรดไหลย้อน หรือโรคปอดชนิดอื่น ๆ ได้เช่นกัน วิธีกำจัดเสมหะด้วยตนเองปริมาณและความข้นหนืดของเสมหะที่มากขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตได้ ในเบื้องต้นอาจใช้วิธีธรรมชาติและการรับประทานยาเพื่อลดความข้นหนืดและปริมาณของเสมหะ ดังนี้ jumboslot การกำจัดเสมหะด้วยวิธีธรรมชาติอาการไอ มีเสมหะ สามารถบรรเทาอาการด้วยตนเองได้ดังนี้ กลั้วคอด้วยน้ำเกลือทางการแพทย์เชื่อกันว่าน้ำเกลือมีสรรพคุณในการทำความสะอาด ลดการอักเสบ เพิ่มความชุ่มชื้น ซึ่งการกลั้วคอเบา ๆ ด้วยน้ำเกลือประมาณ 30-60 วินาที อาจช่วยให้ลำคอชุ่มชื้นและเสมหะหลุดออกได้ง่ายขึ้น หากมีอาการเจ็บคอและคออักเสบร่วมด้วยก็อาจใช้น้ำเกลือช่วยบรรเทาการอักเสบภายในลำคอและการติดเชื้อได้ ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมการดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เหมาะสมและเพียงพอต่อวัน โดยจิบน้ำเป็นประจำในระหว่างวันอาจช่วยลดความข้นเหนียวของเสมหะ ทำให้ขับออกได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะน้ำอุ่นและน้ำอุณหภูมิห้อง นอกจากนี้ การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมยังช่วยให้ระบบภายในร่างกายทำงานได้เป็นปกติอีกด้วย เพิ่มความชื้นภายในห้องอากาศที่แห้งและปริมาณความชื้นในอากาศที่น้อยกว่าปกติอาจส่งผลให้โพรงจมูกและลำคอขาดความชุ่มชื้นและเกิดการระคายเคือง เมื่อระบบทางเดินหายใจแห้งและระคายเคือง ร่างกายจะผลิตเสมหะมากขึ้นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นภายในลำคอ…

Continue Reading

วิธีรักษาเชื้อราในช่องคลอด

การติดเชื้อราในช่องคลอดและเชื้อราที่ขาหนีบมักสร้างความอึดอัด อาการคันและระคายเคืองอย่างมาก อีกทั้งยังอาจส่งผลต่อความมั่นใจและบุคลิกภาพเมื่อต้องออกไปพบปะผู้คน การติดเชื้อราในจุดซ่อนเร้นจึงเป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ โดยปกติสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการใช้ยาต้านเชื้อราร่วมกับการดูแลตนเองอย่างสม่ำเสมอ สล็อตออนไลน์ กล่าวกันว่า ผู้หญิงกว่า 75 เปอร์เซ็นต์อาจต้องเผชิญหน้ากับเชื้อราในช่องคลอดสักครั้ง ซึ่งปัญหานี้มักเกิดจากเชื้อราในกลุ่มแคนดิดา (Candida) ที่อยู่ภายในช่องคลอดมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจนทำสภาวะในช่องคลอดเสียสมดุล โดยเป็นผลมาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การใช้ยาปฏิชีวนะ การตั้งครรภ์ โรคเบาหวานที่ควบคุมอาการได้ไม่ดี ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง การรับประทานยาคุมกำเนิดหรือทำฮอร์โมนบำบัด เป็นต้น ในขณะที่เชื้อราที่ขาหนีบหรือที่เรียกกันว่า สังคัง เกิดจากการติดเชื้อราในกลุ่มเดอมาโทไฟท์ (Dermatophytes) ที่มักอาศัยอยู่บนผิวหนังของคนเราโดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ แต่หากผิวหนังบริเวณขาหนีบมีความอับชื้นสูงขึ้น โดยเฉพาะในคนที่มีเหงื่อออกมาก คนที่มีน้ำหนักตัวมาก และคนที่ชอบใส่เสื้อผ้ารัดแน่นหรือเปียกชื้น เชื้อราอาจจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วจนก่อให้เกิดการติดเชื้อราตามมา มักพบได้บ่อยในเพศชายมากกว่าเพศหญิง สัญญาณเตือนเมื่อติดเชื้อราในช่องคลอดและขาหนีบปกติแล้ว เชื้อราในช่องคลอดและเชื้อราที่ขาหนีบนั้นอาจมีอาการที่คล้ายคลึงและแตกต่างกันไป โดยอาจลองสังเกตอาการเบื้องต้นจากรายละเอียดด้านล่าง เชื้อราในช่องคลอดโรคเชื้อราในช่องคลอดอาจก่อให้เกิดอาการเพียงเล็กน้อยไปจนถึงปานกลาง เช่น อาการคัน ระคายเคืองที่ปากช่องคลอดหรือภายในช่องคลอด รู้สึกแสบร้อนหรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์หรือปัสสาวะ บริเวณปากช่องคลอดบวมแดง ตกขาวผิดปกติโดยอาจเป็นก้อนสีขาวข้นคล้ายนมข้นหวานหรือโยเกิร์ต หรืออาจเป็นน้ำใส ไม่มีกลิ่น แต่ผู้ป่วยบางรายอาจจะไม่มีอาการแสดงออกมาเลยก็ได้ เชื้อราที่ขาหนีบอาการหลักของโรคนี้คือ เกิดผื่นแดงที่มีลักษณะเป็นวงกลมหรือพระจันทร์เสี้ยว มีขอบนูนชัดเจน ผิวอาจลอก แตก เป็นสะเก็ด หรือเป็นขุย ร่วมกับอาการคันอย่างต่อเนื่อง รู้สึกแสบร้อน และผิวหนังเปลี่ยนสี มักพบบริเวณขาหนีบและต้นขาด้านใน ซึ่งผื่นอาจแพร่กระจายไปยังบริเวณโดยรอบอย่างหน้าท้องหรือก้น หากผู้ป่วยออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่สูญเสียเหงื่อมากอาจทำให้อาการทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น…

Continue Reading

วิธีรักษาเชื้อราบนผิวหนัง

เชื้อราที่ผิวหนัง เป็นปัญหาทางผิวหนังที่พบได้บ่อยทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ส่งผลให้เกิดอาการคัน แดง บวม เป็นผื่น หรือเกิดการระคายเคืองบริเวณผิวหนัง โดยสามารถเกิดได้กับทุกส่วนของร่างกาย อีกทั้งยังสร้างความรำคาญและทำให้ขาดความมั่นใจได้ไม่น้อย ในบทความนี้จึงได้รวบรวมตัวอย่างโรคติดเชื้อราที่พบได้บ่อย พร้อมวิธีรักษาและการป้องกันมาฝากกัน โรคเชื้อราที่ผิวหนังหรืออีกชื่อหนึ่งคือโรคเชื้อรา เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อรา ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ตามพื้นดิน พืช พื้นผิวของเครื่องใช้หรือเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน รวมถึงผิวหนังของมนุษย์ การติดเชื้อราอาจเกิดได้จากการสัมผัสกับเชื้อราโดยตรง การสัมผัสผู้ติดเชื้อ สัตว์ เสื้อผ้าและสิ่งของเครื่องใช้ ส่วนการรักษาเชื้อราที่ผิวหนังนั้นทำได้โดยการใช้ยาต้านเชื้อราควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรม สล็อตออนไลน์ ตัวอย่างโรคเชื้อราที่ผิวหนังที่พบได้บ่อยโรคติดเชื้อราบริเวณผิวหนังนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย มีลักษณะอาการที่หลากหลาย โดยโรคที่พบได้ทั่วไปมีดังนี้ กลาก (Ringworm)เป็นโรคติดเชื้อราบนผิวหนังที่พบได้บ่อย โดยผู้ติดเชื้อจะมีผื่นคันปรากฏบนผิวหนังเป็นวงแดงหรือขุยสีขาว และอาจมีอาการอักเสบคล้ายผื่นแดงเกิดขึ้นร่วมด้วย ซึ่งกลากสามารถขึ้นตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ตั้งแต่หนังศีรษะ ใบหน้า มือ เท้า เล็บ และขาหนีบ โดยพบได้กับคนทุกเพศทุกวัย สำหรับสาเหตุของกลากนั้นเกิดจากเชื้อราที่ผิวหนังในกลุ่มเดอมาโทไฟท์ (Dermatophytes) ที่อาศัยอยู่บนเซลล์ผิวหนังชั้นนอกของมนุษย์ซึ่งแพร่กระจายได้จากการสัมผัสคนหรือสัตว์ที่ติดเชื้อ การสัมผัสดินที่มีเชื้อรา และการสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อราเกาะอยู่ เช่น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอน และหวี เป็นต้น เกลื้อน (Tinea Versicolor)เป็นโรคติดเชื้อเชื้อราที่ผิวหนัง สามารถเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่พบได้บ่อยในวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ตอนต้น มักเกิดขึ้นบริเวณแขนส่วนบน หน้าอก และหลัง ปรากฏเป็นดวงเล็ก…

Continue Reading

การดูแลมือให้ชุ่มชื้น

ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (COVID-19) ทำให้เราต้องล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ เพราะเป็นวิธีสำคัญที่ช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้ดี แต่การล้างมือบ่อยอาจทำให้เกิดอาการมือแห้ง คัน หรือลอก หากมีอาการรุนแรงก็อาจมีแผลเลือดออกและเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ผิวหนังได้มากขึ้น จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐอเมริกาแนะนำให้ล้างมือให้สะอาดเป็นประจำด้วยสบู่และน้ำอย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้เจลล้างมือที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์อย่างน้อย 60 เปอร์เซ็น โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของโรค ทำให้เราต้องล้างมือบ่อยอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น การหาวิธีป้องกันอาการมือแห้งหรือมือลอกก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรละเลย สล็อตออนไลน์ ทำไมล้างมือบ่อยทำให้มือแห้ง ?เซลล์ชั้นบนสุด (Horny Cell) ของผิวหนังชั้นนอกหรือชั้นหนังกำพร้าจะถูกปกคลุมด้วยชั้นฟิล์มของน้ำและไขมัน (Hydro-Lipid) ซึ่งทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิวหนังจากการติดเชื้อและป้องกันสารก่อภูมิแพ้ไม่ให้เข้าสู่ผิวหนัง การล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำหรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือที่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์จะทำให้ชั้นฟิล์มของน้ำและไขมันถูกชะล้างออกไป ส่งผลให้ผิวแห้งกร้านหรือระคายเคืองได้ง่าย เนื่องจากสูญเสียเกราะป้องกันผิวและอาจทำให้เกิดโรคผื่นระคายสัมผัส (Contact Dermatitis) ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคผิวหนังอักเสบ ที่เกิดจากการสัมผัสสารเคมีอย่างสบู่อยู่บ่อยครั้งหรือเป็นเวลานาน นอกเหนือจากการล้างมือบ่อย ยังมีสาเหตุอื่นที่อาจทำให้มือลอกได้เหมือนกัน เช่น ล้างมือด้วยน้ำที่ร้อนเกินไป อยู่ในสถานที่ที่มีอากาศแห้งหรือมีความชื้นต่ำ ใช้ผ้าขนหนูเช็ดมือที่มีเนื้อผ้าหยาบเกินไป หรือไม่ใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นของผิว อย่างโลชั่นหรือครีมทามือ 4 วิธีป้องกันมือแห้งจากการล้างมือบ่อยปัญหามือแห้งนั้นอาจไม่ได้รุนแรงนัก แต่คงไม่มีใครอยากให้มือแห้งกร้านอย่างแน่นอน มาดูวิธีป้องกันสุขภาพผิวให้กลับมาเนียนนุ่มอีกครั้ง ล้างมือด้วยน้ำเย็นหรือน้ำอุ่นการล้างมือด้วยน้ำที่มีอุณหภูมิสูงจนเกินไปไม่ได้มีผลในการฆ่าเชื้อไวรัส แต่อาจเป็นการทำลายผิวเสียมากกว่าโดยทำให้ผิวแห้งมากขึ้น เนื่องจากน้ำร้อนอาจไปชะล้างไขมันที่มีตามธรรมชาติบนผิวหนังออกไป การล้างมือด้วยสบู่และน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นถือว่าเพียงพอต่อการทำความสะอาดมือ และยังช่วยป้องกันมือแห้งหรือลอกได้อีกทาง องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ล้างมือให้สะอาด รวมถึงบริเวณข้อมือ…

Continue Reading

วิธีรักษาอาการหวัดลงคอ

หวัดลงคอ เป็นภาษาพูดที่ไม่ได้มีการนิยามอาการและสาเหตุที่แน่ชัด อีกทั้งยังไม่ใช่ศัพท์ที่ใช้กันในทางการแพทย์ จึงอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและสับสนกันอยู่ไม่น้อย เพราะอาการไอ จาม คัดจมูก และเจ็บคอนั้นพบได้ในหลายโรค จึงทำให้คนมักเข้าใจผิด บางคนเข้าใจว่าเป็นอาการจากโรคภูมิแพ้ บ้างก็เข้าใจว่าเป็นอาการจากโรคหวัดที่เกิดจากการติดเชื้อ อย่างที่ได้กล่าวไปว่าอาการไอ จาม มีน้ำมูก คัดจมูก และเจ็บคอเป็นอาการที่พบได้บ่อยมาก แต่การจะรักษาอาการเหล่านี้อย่างถูกต้องและปลอดภัยนั้นจำเป็นต้องทราบสาเหตุที่แท้จริงของโรค ซึ่งความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคำว่าหวัดลงคอก็อาจส่งผลต่อการใช้ยาและการรักษาด้วยตนเองได้ โดยในบทความนี้จะให้ความรู้เกี่ยวกับการจำแนกอาการหวัดลงคอกับสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าวขึ้น สล็อตออนไลน์ หวัดลงคอจากโรคภูมิแพ้คนไทยจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจว่าโรคหวัดลงคอ คือ โรคภูมิแพ้อากาศหรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis) โรคนี้มีสาเหตุจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไวต่อสารบางอย่างมากเกินไป ส่วนใหญ่มักจะเป็นไรฝุ่น ละอองเกสรดอกไม้ เชื้อรา รังแคจากสัตว์เลี้ยง สารเคมี น้ำหอม บุหรี่ และควันรถยนต์ หากผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ได้สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้เหล่านี้ อาจทำให้เกิดอาการคัดจมูก ไอ จาม น้ำมูกไหล เจ็บคอ คันปาก คันคอ คันตา หรือตาบวมได้ แม้ว่าจะเรียกอาการเหล่านี้จนติดปากว่าเป็นหวัดลงคอและมีคำว่าหวัด แต่อาการที่เกิดจากโรคภูมิแพ้จะไม่ทำให้มีไข้อย่างที่โรคไข้หวัดเป็น ดังนั้น หากมีอาการดังกล่าวและต้องการใช้ยารักษาหรือไปพบแพทย์ ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรให้ทราบถึงโรคประจำตัวของตนเอง โดยเฉพาะโรคภูมิแพ้ ในเบื้องต้น การรักษาโรคหวัดลงคอจากภูมิแพ้นั้นควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เช่น สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องออกจากบ้านทำความสะอาดบ้านอยู่เสมอ โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากผ้ารักษาความสะอาดของสัตว์เลี้ยงเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูที่มีลมแรง ควรปิดหน้าต่างและประตูให้มิดชิดเพื่อป้องกันละอองเกสรและเชื้อราเข้ามาภายในบ้านใช้ยาแก้แพ้เพื่อช่วยบรรเทาอาการแพ้อากาศ แต่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาเสมอ jumboslot หวัดลงคอจากโรคหวัดในทางการแพทย์แล้วอาการหวัดลงคอมักหมายถึง…

Continue Reading

เจ็บหน้าอกข้างซ้ายเป็นอะไรมั้ย

หากคุณเชื่อมั่นว่าอาการเจ็บหน้าอกข้างซ้ายเป็นผลมาจากโรคหัวใจอย่างภาวะหัวใจขาดเลือดเพียงอย่างเดียว คุณอาจคิดผิด เพราะแท้จริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป อาการเจ็บหน้าอกนั้นอาจเกิดขึ้นได้จากปัญหาสุขภาพมากมาย แล้วโรคหรือภาวะใดบ้างที่ก่อให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกข้างซ้าย ลองศึกษาได้จากบทความนี้ อาการเจ็บหน้าอกจะมีลักษณะและความรุนแรงแตกต่างกันไปตามแต่ละคน โดยผู้ป่วยอาจรู้สึกเจ็บแปลบ เจ็บเหมือนถูกของมีคมทิ่มแทงที่หน้าอก ปวดแน่น หรือปวดตื้อ ๆ ก็ได้ ซึ่งหากได้รับการวินิจฉัยและทราบสาเหตุที่แท้จริงแล้วก็จะสามารถรักษาอาการได้อย่างทันท่วงที สล็อตออนไลน์ สาเหตุของอาการเจ็บหน้าอกข้างซ้ายเจ็บหน้าอกข้างซ้ายอาจมีสาเหตุมาจากปัญหาสุขภาพบางอย่าง ดังนี้ ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดสาเหตุที่อาจพบได้ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันภาวะนี้เป็นอาการของโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงฉับพลันอย่างโรคหลอดเลือดหัวใจ หากหลอดเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจได้รับออกซิเจนมาเลี้ยงไม่เพียงพออาจทำให้เกิดอาการเจ็บ แน่น หรือรู้สึกเหมือนถูกกดหรือทับที่หน้าอก ซึ่งอาการอาจลามไปยังแขน หัวไหล่ คอ ขากรรไกร หรือหลังได้ ภาวะนี้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วภาวะเจ็บเค้นอกเกิดจากโรคหัวใจขาดเลือดเรื้อรัง (Chronic Ischemic Heart Disease) อันเป็นผลมาจากคราบไขมันสะสมอยู่ภายในผนังหลอดเลือดแดง ทำให้หลอดเลือดแดงนั้นตีบแคบลงและลำเลียงเลือดเข้าสู่หัวใจได้น้อยกว่าปกติ ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บ แน่น หรือรู้สึกเหมือนถูกกดหรือทับที่หน้าอก โดยอาการไม่รุนแรง เป็น ๆ หาย ๆ นาน 3-5 นาที หากพักหรืออมยาขยายเส้นเลือดหัวใจก็มักจะหายไปโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบเป็นการอักเสบหรือระคายเคืองของเยื่อหุ้มที่ล้อมรอบหัวใจ มักส่งผลให้เกิดอาการเจ็บแปลบเหมือนถูกของมีคมแทงที่หน้าอกข้างซ้ายหรือกลางอก ซึ่งอาการอาจแย่ลงเมื่อหายใจเข้าหรือล้มตัวลงนอนภาวะเลือดเซาะผนังหลอดเลือดแดงใหญ่ภาวะนี้มีสาเหตุมาจากหลอดเลือดแดงใหญ่เกิดการฉีกขาด ซึ่งผนังหลอดเลือดชั้นในที่แยกตัวออกจากกันจะทำให้เลือดไหลเข้าสู่ระหว่างชั้นผนังหลอดเลือด โดยผู้ป่วยอาจรู้สึกเจ็บหน้าอกหรือหลังรุนแรงอย่างฉับพลันคล้ายถูกฉีก หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีจะส่งผลให้หลอดเลือดดังกล่าวแตกและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตปัญหาเกี่ยวกับปอดสาเหตุที่อาจพบได้ เช่น jumboslot ปอดบวมหรือปอดติดเชื้อเป็นการติดเชื้อและการอักเสบของปอดข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้าง โดยอาจส่งผลให้รู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกหรือเจ็บเหมือนถูกของแหลมมีคมแทงที่หน้าอก หากสูดหายใจเข้าลึก…

Continue Reading