การป้องกันอาการหูอื้อ

หูอื้อเป็นคำที่คนทั่วไปใช้เรียกการได้ยินที่ต่างไปจากเดิม แต่ความจริงแล้วลักษณะการได้ยินที่เปลี่ยนไปอาจแบ่งออกเป็น อาการหูอื้อหรือการได้ยินเสียงเบาลง (Blocked Ear) และการได้ยินเสียงอื่นภายในหู (Tinitus) ที่ส่งผลต่อการได้ยินเช่นเดียวกัน แต่คนทั่วไปมักเรียกรวม ๆ กันว่าหูอื้อ บางครั้งอาการเหล่านี้อาจมีอาการเจ็บหรือทำให้รู้สึกอึดอัดภายในรูหูร่วมด้วย โดยเกิดได้ทั้งกับหูข้างเดียวและ 2 ข้าง อาการหูอื้อเป็นอาการทั่วไปที่พบได้ในชีวิตประจำวัน ส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากการได้ยินเสียงดังจากเสียงเพลง การขึ้นที่สูง หรือมีน้ำเข้าหู แต่ในบางครั้งก็อาจเป็นสัญญาณของโรคได้เช่นกัน โดยในบทความนี้ได้รวบรวมสาเหตุของของหูอื้อที่พบได้ในชีวิตประจำวัน พร้อมวิธีรักษาและป้องกันในเบื้องต้นมาให้ได้ศึกษากัน สล็อตออนไลน์ สาเหตุและวิธีแก้หูอื้อเบื้องต้นการรักษาอาการได้ยินเสียงในหูอาจแบ่งได้ตามสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าว ดังนี้ เมื่อได้ยินเสียงดังการได้ยินเสียงดังเกิน 85 เดซิเบลต่อเนื่องกันนานสามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บบริเวณหูชั้นในแบบเฉียบพลันจนทำให้เกิดอาการหูอื้อและอาจนำไปสู่การสูญเสียการได้ยินได้ โดยการได้ยินเสียงดังในชีวิตประจำวันมักมาจากการฟังเพลงที่ดังเกินไป การดูคอนเสิร์ต การได้ยินเสียงพลุ ประทัด เสียงยิงปืน และเสียงระเบิด การบาดเจ็บบริเวณหูชั้นในแบบเฉียบพลันจากสาเหตุเหล่านี้มักหายเองได้โดยไม่จำเป็นต้องรักษา ซึ่งอาจใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีไปจนถึงหลายวันหรือ 1-2 สัปดาห์ แต่เราอาจลดปัจจัยที่กระตุ้นอาการดังกล่าวได้ด้วยการงดคาเฟอีน ไม่เครียด และหลีกเลี่ยงเสียงดัง ก็อาจช่วยให้หายได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม หากพบอาการปวดหูหรืออาการอื่นร่วมด้วย ควรไปพบแพทย์จะดีที่สุด เมื่อน้ำเข้าหูการว่ายน้ำและสระผมเป็นสาเหตุหลักที่อาจทำให้น้ำเข้าหูจนทำให้เกิดอาการหูอื้อ หลายคนที่น้ำเข้าหูมักใช้นิ้วกดเข้าไปในรูหูหรือใช้คอตตอนบัดเพื่อนำน้ำในหูออกมา ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นวิธีที่ผิด เพราะการทำแบบนี้อาจดันน้ำให้ลึกเข้าไปในหูเพิ่มมากขึ้นอีกและเสี่ยงต่อการเกิดแผลถลอก ส่วนอีกวิธีที่หลายคนทำถูกแล้ว คือ การเอียงหูข้างที่น้ำเข้าให้ขนานกับพื้นพร้อมกระโดดหรือเขย่าตัวเบา ๆ ให้น้ำไหลออก นอกจากนี้ แพทย์อาจแนะนำวิธีอื่น ๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการเมื่อน้ำเข้าหู…

Continue Reading

วิธีแก้อาหารเป็นพิษ

คนส่วนใหญ่จะนึกถึงยาปฏิชีวนะเป็นอันดับแรกเมื่อมีอาการอาหารเป็นพิษ เพราะเข้าใจว่าช่วยรักษาการติดเชื้อและบรรเทาอาการให้ดีขึ้น แต่แท้จริงแล้ว ยังมีวิธีแก้อาหารเป็นพิษอื่น ๆ ที่อาจบรรเทาอาการและให้ผลดีเช่นเดียวกัน เพราะยาปฏิชีวนะไม่สามารถแก้อาหารเป็นพิษได้ทุกกรณี อาหารเป็นพิษส่วนใหญ่ไม่ก่อให้เกิดอาการรุนแรงมากนักและมักหายไปได้เองภายใน 1 สัปดาห์โดยไม่ต้องเข้ารับการรักษา โดยในระหว่างนี้ เราสามารถรับประทานยาที่หาซื้อได้เองควบคู่ไปกับการดูแลตนเองที่บ้าน เพื่อช่วยบรรเทาอาการให้หายดีขึ้นได้ แต่หากผู้ป่วยมีอาการรุนแรง ควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาอย่างถูกต้อง สล็อตออนไลน์ ทำความรู้จักกับอาหารเป็นพิษการรับประทานอาหารและน้ำดื่มที่มีการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือปรสิตเป็นสาเหตุของอาหารเป็นพิษ โดยมีเชื้อหลายชนิดด้วยกันที่ก่อให้เกิดภาวะนี้ เช่น เชื้อซาลโมเนลลา เชื้ออีโคไล เชื้อคลอสติเดียม โบทูลินัม เชื้อลิสเทอเรีย เชื้อชิเกลล่า และเชื้อโนโรไวรัส เป็นต้น ผู้ป่วยอาหารเป็นพิษแต่ละรายจะมีลักษณะอาการที่แตกต่างกันไป แต่โดยส่วนใหญ่มักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียเป็นน้ำหรือท้องเสียปนเลือด ร่วมทั้งอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดท้อง ปวดเกร็งหน้าท้อง เบื่ออาหาร อ่อนแรง ปวดศีรษะ มีไข้ เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้อาจปรากฏขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหรือภายใน 1 วันหลังรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค แต่บางคนก็อาจทิ้งช่วงนานเป็นสัปดาห์ วิธีแก้อาหารเป็นพิษด้วยตัวเองแม้อาการจากอาหารเป็นพิษจะดีขึ้นได้เองภายใน 2-3 วัน แต่การดูแลตัวเองควบคู่ไปด้วยก็เป็นอีกทางที่อาจช่วยให้คุณรู้สึกดีได้เร็วขึ้น และยังปลอดภัยจากภาวะขาดน้ำที่อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ โดยสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารในช่วง 2-3 ชั่วโมงแรกหลังมีอาการเกิดขึ้นพักผ่อนให้เพียงพอร่วมกับการดื่มน้ำ น้ำซุป หรือเครื่องดื่มเกลือแร่ เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำและเกลือแร่หลังการอาเจียนหรือท้องเสียหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มบางชนิด…

Continue Reading

วิธีสลายพุงอย่างปลอดภัย

บ่อยครั้งที่พุงทำลายบุคลิกภาพและสุขภาพของเรา ในแต่ละวันเราสะสมไขมันหน้าท้องจากการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ขาดการออกกำลังกาย และความเครียด แต่หากเราตั้งใจเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตก็อาจช่วยให้พุงสลายหายไปได้สมใจ พุงที่เราเห็นบริเวณหน้าท้องนั้น ประกอบไปด้วยไขมัน 2 ประเภท ได้แก่ ไขมันในช่องท้อง เป็นไขมันที่สะสมอยู่ภายในช่องท้องใกล้กับกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก และตับ อีกประเภท คือ ไขมันใต้ผิวหนัง สามารถพบได้ตามชั้นผิวหนังทั่วร่างกายอย่างหน้าท้อง ขา หรือก้น โดยไขมันในช่องท้องอาจเสี่ยงเป็นอันตรายต่อสุขภาพมากกว่าไขมันใต้ผิวหนัง ในบทความนี้ได้รวบรวมเคล็ดลับสลายพุงมาฝาก มาจัดการกับพุงก่อนที่พุงจะจัดการสุขภาพของเรากัน สล็อตออนไลน์ เคล็ดลับลดพุงง่าย ๆ ด้วยตนเองนอกจากพุงหนา ๆ จะเป็นปัญหาด้านบุคลิกภาพแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพมากมาย เช่น โรคหัวใจ ภาวะหัวใจขาดเลือด ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวานประเภท 2 เป็นต้น ทุกคนจึงควรลดพุงเพื่อสุขภาพตนเองที่ดีขึ้น โดยอาจเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันดังต่อไปนี้ ปรับเปลี่ยนโภชนาด้านอาหารการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักและลดพุงที่เห็นผล โดยเฉพาะหากรับประทานผักและผลไม้ ลีนโปรตีนซึ่งเป็นโปรตีนที่มีไขมันต่ำ อย่างอกไก่ ไข่ขาว ปลา เนื้อหมูสันใน หรือเนื้อวัวที่ไม่มีไขมันแทรก รวมไปถึงอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ซึ่งให้แร่ธาตุ วิตามิน และใยอาหารแก่ร่างกายมากกว่า เช่น ธัญพืช ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท ถั่วต่าง ๆ เป็นต้น…

Continue Reading

วิธีรักษาอาการคัดเต้านมของคุณแม่

อาการคัดเต้านมเป็นอาการทั่วไปที่พบได้ระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่มักมีอาการปวด บวม รู้สึกเจ็บเต้านมเมื่อเคลื่อนไหวจนบางครั้งอาจรบกวนการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน แต่ก็มีอยู่หลายวิธีที่อาจช่วยบรรเทาอาการคัดเต้านมได้ ทั้งนี้ คุณแม่บางคนอาจไม่มีอาการดังกล่าวในระหว่างตั้งครรภ์ได้เช่นกัน จึงไม่ต้องเป็นกังวลไป สล็อตออนไลน์ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนบางชนิดออกมาในลักษณะที่ต่างจากเดิมเมื่อเริ่มตั้งครรภ์ โดยเฉพาะเอสโตรเจน โปรเจสเตอโรน แลคโตเจน โกแนโดโทรฟิน และโปรแลคติน โดยฮอร์โมนเหล่านี้จะช่วยปรับให้ร่างกายของคุณแม่พร้อมต่อการให้กำเนิดลูกน้อยและกระตุ้นการสร้างน้ำนม จึงอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดบวม ตึง หรือมีก้อนแข็งบริเวณหน้าอก อย่างไรก็ตาม อาการเจ็บเต้านมระหว่างตั้งครรภ์ก็อาจเป็นสัญญาณของการอักเสบบริเวณเต้านมที่ควรได้รับการดูแลเพิ่มเติม คุณแม่จึงควรสังเกตการเปลี่ยนแปลงของเต้านมอยู่เสมอ คัดเต้านม วิธีบรรเทาอาการคัดเต้านมระหว่างตั้งครรภ์แม้ว่าอาการคัดเต้านมจะหลีกเลี่ยงได้ยากในระหว่างตั้งครรภ์ แต่สามารถรับมือได้ในเบื้องต้นโดยให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่เจ็บโดยไม่จำเป็น และทำตามคำแนะนำอื่น ๆ ดังนี้ ประคบร้อนหรือประคบเย็นฮอร์โมนที่หลั่งออกมาในระหว่างตั้งครรภ์นั้นส่งผลให้หลอดเลือดบริเวณเต้านมขยายใหญ่ขึ้นและมีเลือดไหลเวียนมากขึ้น จึงทำให้เต้านมมีอาการบวมและไวต่อสัมผัส ซึ่งการประคบเย็นอาจช่วยให้หลอดเลือดนั้นหดตัวลงและชะลอการไหลเวียนของเลือดที่มากเกินไปจนทำให้รู้สึกปวด คุณแม่อาจใช้ผ้าชุบน้ำเย็นบิดหมาด ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กห่อถุงน้ำแข็ง เจลเก็บความเย็นหรือไอซ์แพคมาประคบบริเวณหน้าอกไว้จนอาการดีขึ้นและทำซ้ำอีกเมื่อมีอาการ โดยแต่ละครั้งไม่ควรประคบนานเกิน 20 นาที และควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำแข็งประคบผิวหนังโดยตรง เพราะความเย็นจากน้ำแข็งอาจทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคือง สำหรับคุณแม่ที่ลองประคบเย็นแล้วไม่ได้ผล อาจลองเปลี่ยนมาเป็นวิธีประคบร้อนแทน โดยใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบที่หน้าอกหรืออาบน้ำอุ่นเพื่อให้เลือดและของเหลวภายในเต้านมอย่างเลือดและน้ำนมไหลเวียนได้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตาม การประคบร้อนไม่ควรทำเกิน 20 นาที ส่วนการอาบน้ำหรือแช่น้ำอุ่นไม่ควรนานเกิน 10 นาที และไม่ควรใช้น้ำที่มีอุณหภูมิสูงเกินไป jumboslot เปลี่ยนเสื้อชั้นในและเสื้อผ้าขนาดหน้าอกที่บวมขึ้นมักมาพร้อมความรู้สึกเจ็บเมื่อสัมผัสโดน การสวมเสื้อชั้นในที่หลวม คับ หรือไม่กระชับอาจทำให้รู้สึกเจ็บและตึงบริเวณเต้านมขณะเคลื่อนไหว ซึ่งอาจเป็นปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวันได้ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการเหล่านี้ คุณแม่ควรเลือกสวมเสื้อชั้นในให้เหมาะสมกับลักษณะของหน้าอกในช่วงนั้น โดยให้เลือกเสื้อชั้นในที่โอบอุ้มเต้านม มีความกระชับเมื่อสวมใส่…

Continue Reading

แนะนำอาหารเสริม Colostrum

Colostrum (โคลอสตรุ้ม) เป็นของเหลวที่จะหลั่งจากเต้านมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลังจากคลอดลูกประมาณ 3-4 วัน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นน้ำนมปกติในระยะเวลาต่อมา ซึ่งเชื่อกันว่าโคลอสตรุ้มนั้นมีสารอาหารสูงกว่าน้ำนมทั่วไป จึงทำให้มีการผลิตโคลอสตรุ้มในรูปแบบอาหารเสริมออกมามากมาย พร้อมทั้งการโฆษณาถึงประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน โคลอสตรุ้มที่มักนำมาผลิตเป็นอาหารเสริมส่วนใหญ่มาจากวัว (Bovine Colostrum) โดยความเชื่อส่วนหนึ่งเกี่ยวกับอาหารเสริมชนิดนี้ คือ ช่วยเพิ่มความสูง ทำให้พ่อแม่หรือผู้ที่ต้องการเพิ่มความสูงเกิดความสนใจและอยากซื้อมารับประทาน แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ประโยชน์ด้านอื่น ๆ มีอะไรบ้าง ลองอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากบทความนี้ สล็อตออนไลน์ ความเชื่อและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประโยชน์ของ ColostrumColostrum ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนั้นอุดมไปด้วยโปรตีนและสารอาหารหลากหลาย จึงเชื่อกันว่าหากนำมาทำเป็นอาหารเสริมอาจช่วยเพิ่มความแข็งแรงของสุขภาพในหลายด้าน ดังนี้ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงสารภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดี้เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีหน้าช่วยต่อสู้กับเชื้อโรค อย่างเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส หรือเชื้อแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งใน Colostrum นั้นประกอบไปด้วยสารภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะอิมมูโนโกลบูลินเอ (Immunoglobulin A) และอิมมูโนโกลบูลินจี (Immunoglobulin G) จึงเชื่อกันว่าการใช้อาหารเสริมชนิดนี้อาจช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น จากงานวิจัยจำนวนหนึ่งที่ศึกษาการใช้อาหารเสริมโคลอสตรุ้มจากวัวติดต่อกันในระยะเวลาหนึ่งในกลุ่มนักกีฬา ผลพบว่าสารภูมิคุ้มกันเหล่านี้อาจช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงของโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ดังนั้น การบริโภคอาหารที่มีสารต้านภูมิคุ้มกันอย่าง Colostrum ก็อาจช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายและป้องกันการติดเชื้อในลำไส้อาการท้องเสียเป็นอาการที่เกิดได้จากหลายเหตุ อย่างการติดเชื้อภายในระบบทางเดินอาหารหรือเกิดจากโรคบางโรคที่ทำให้ผนังลำไส้รั่ว (Leaky Gut) โดย Colostrum มีโปรตีนแลคโตเฟอร์ริน (Lactoferrin) ที่มีสรรพคุณช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเยื่อบุลำไส้ และช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อภายในลำไส้ที่เป็นสาเหตุของอาการท้องเสียและโรคลำไส้อักเสบที่ทำให้ผนังลำไส้อ่อนแอ jumboslot นอกจากนี้ โคลอสตรุ้มยังมีสารภูมิคุ้มกันที่ช่วยต้านการติดเชื้อ…

Continue Reading

วิธีป้องกันการแพ้ฝุ่น

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า มลพิษในอากาศอย่างฝุ่นละอองหรือฝุ่น PM 2.5 ที่มีปริมาณสูงขึ้นทุกปีทำให้เราต้องพบเจอกับปัญหาสุขภาพในระบบทางเดินหายใจมากมาย หนึ่งในนั้นคือ แพ้ฝุ่น โดยเฉพาะกับผู้คนในเมืองใหญ่ ย่านโรงงานอุตสาหกรรม หรือบริเวณที่เต็มไปด้วยไอเสียจากยานพาหนะ การดูแลตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญที่อาจช่วยบรรเทาอาการและลดโอกาสของการเกิดโรคร้ายแรงในอนาคต ท่ามกลางวิกฤตฝุ่น ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละอองจากฝีมือมนุษย์หรือเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เริ่มทำให้หลายคนกังวลว่าจะปรับตัวอย่างในสถานกาณ์เช่นนี้ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้หรือเป็นโรคในระบบทางเดินหายใจ วันนี้มาดูวิธีป้องกันและดูแลตนเองหากต้องเผชิญกับฝุ่นร้ายเหล่านี้กัน หรือหากต้องกินยาแก้แพ้นั้นมีชนิดไหนกันบ้าง สล็อตออนไลน์ อาการแพ้ฝุ่นเป็นอย่างไรแพ้ฝุ่นถือว่าเป็นภูมิแพ้ชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อย โดยเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายต่อฝุ่นละอองหรือฝุ่นพิษที่มีอยู่ในอากาศ เมื่อเราสูดฝุ่นเข้าไป ร่างกายจะสร้างโปรตีนที่เรียกว่าแอนติบอดีขึ้นมาต่อสู้กับสารก่อภูมิแพ้ดังกล่าว ส่งผลให้เกิดการอักเสบที่จมูกหรือปอด มีอาการแพ้ตามมา อาการแพ้ฝุ่น ฝุ่นละออง หรือฝุ่น PM 2.5 นั้นเกิดขึ้นได้กับทุกคน เมื่อเจอกับช่วงที่มีฝุ่นละอองในอากาศมากจะทำให้มีอาการแพ้ฝุ่นขึ้นมาได้ เช่น ตาแดง น้ำตาไหล คันตาหรือจมูก คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ จาม หายใจลำบาก หายใจมีเสียงวีด คัน มีผื่นขึ้น เป็นต้น ผลกระทบจากฝุ่นละอองและฝุ่น PM 2.5ปกติแล้ว ฝุ่นในบ้านจะปะปนไปด้วยเส้นใยที่สลายมาจากเสื้อผ้า พรม หรือเครื่องนอน มูลของแมลงโดยเฉพาะแมลงสาบ สะเก็ดผิวหนังของสัตว์เลี้ยง สปอร์ของเชื้อรา ไรฝุ่น ขี้ไคล รังแค หรือแม้กระทั่งเศษผิวหนังที่ตายแล้ว ซึ่งการสูดดมฝุ่นในระยะยาวอาจทำให้เราปวดศีรษะบ่อยครั้ง จาม มีน้ำมูก…

Continue Reading