สภาพอากาศกับปัญหาสุขภาพ

สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอาจทำให้หลายคนล้มป่วยอย่างกะทันหัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต ทั้งการขาดเรียน ลางาน หรือการเสียเงินไปกับค่ารักษาพยาบาล ด้วยสภาพอากาศเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน จึงควรดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยบทความนี้ได้รวบรวมโรคที่มักพบเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งวิธีการรับมือและการดูแลตัวเองในเบื้องต้น ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้มากขึ้น อากาศเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายทั้งทางร่างกายและอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ ความชื้น หรือสภาพแวดล้อม โดยแต่ละสภาพอากาศก็ส่งผลให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บที่แตกต่างกันไป โรคที่เกิดขึ้นอาจมีสาเหตุจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงโดยตรง อย่างโรคลมแดดหรือภาวะขาดน้ำ รวมถึงโรคที่เกิดจากสภาพแวดล้อม อย่างโรคฉี่หนู ตาแดง โรคอาหารเป็นพิษ และโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งถ้าหากไม่เตรียมร่างกายให้พร้อมอยู่เสมอก็อาจทำให้ล้มป่วยได้ สล็อตออนไลน์ สภาพอากาศที่อาจมาพร้อมความเจ็บป่วยการเปลี่ยนแปลงของอากาศหลากหลายรูปแบบส่งผลให้เกิดความผิดปกติที่อาจเหมือนหรือแตกต่างกัน ดังนี้ อากาศร้อนประเทศไทยมีอากาศร้อนแทบทั้งปี โดยความร้อนหรืออากาศร้อนอาจส่งผลกระทบ ดังนี้โรคผดร้อนโรคนี้เกิดจากการอุดตันของรูขุมขนที่มีสาเหตุมาจากเหงื่อที่ออกมากเกินไป พบมากในเด็ก มีอาการ คือ ผื่นแดงขึ้นตามร่างกาย พบมากบริเวณข้อพับแขน รักแร้ ขาหนีบ คอ และหลัง โดยอาจมีอาการคันเกิดขึ้นร่วมด้วย หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อ ซึ่งทำให้เกิดอาการปวดบวมได้โรคลมแดดและโรคเพลียแดดทั้งสองโรคนี่มีสาเหตุมาจากอากาศที่ร้อนจัดส่งผลให้เกิดความร้อนสะสมภายในร่างกาย โรคเพลียแดดจะทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ผิวหนังเปียกชุ่ม ตัวเย็น และขนลุกเมื่อเจอความร้อน โรคลมแดดหรือฮีทสโตรกอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ทั้งสองโรคมีลักษณะอาการที่คล้ายกันแต่โรคลมแดดจะรุนแรงกว่ามาก ดังนั้น หากเกิดอาการของโรคเพลียแดดหรือพบอาการเวียนศีรษะ รู้สึกสับสน พูดไม่ชัด หายใจถี่ ชักเกร็ง ตัวแดง ตัวร้อนจัด มีไข้สูงกว่า 40 องศาเซลเซียสซึ่งเป็นอาการของฮีทสโตรค ควรรีบพาไปโรงพยาบาลทันทีภาวะขาดน้ำเมื่ออุณหภูมิร่างกายเพิ่มสูงขึ้น…

Continue Reading

การรักษาอุณหภูมิร่างกายปกติ

อุณหภูมิร่างกายปกติของคนเราควรอยู่ที่เท่าไหร่? คำถามนี้มักถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงกันเมื่อมีใครสักคนหนึ่งเป็นไข้หรือไม่สบาย โดยแต่ละคนก็อาจให้คำตอบที่แตกต่างกันเกี่ยวกับระดับของอุณหภูมิปกติของร่างกาย ซึ่งจริง ๆ แล้วอุณหภูมิปกติของร่างกายของคนเรานั้นอาจแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่าง ๆ ส่วนสาเหตุที่ส่งผลกระทบต่ออุณหภูมิร่างกายนั้นมีอะไรบ้าง สามารถหาคำตอบได้จากบทความนี้ คนส่วนใหญ่อาจเคยได้ยินว่าอุณหภูมิร่างกายปกติควรอยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส หรือแตกต่างจากระดับนี้เล็กน้อย แต่จริง ๆ แล้วอุณหภูมิปกติของร่างกายไม่ได้อยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส และการที่อุณหภูมิของร่างกายเพิ่มสูงขึ้นหรือลดลงนั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่สบายหรือมีไข้เสมอไป สล็อตออนไลน์ ปัจจัยที่มีผลต่ออุณหภูมิของร่างกายอุณหภูมิปกติของร่างกายอาจเปลี่ยนแปลงไปตามสาเหตุ ดังนี้ เพศโดยปกติแล้วเมื่อร่างกายได้รับความเย็น กลไกของร่างกายจะทำหน้าเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย ซึ่งเพศก็มีผลต่อกระบวนการนี้ โดยร่างกายเพศหญิงจะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้รวดเร็วกว่าเพศชาย จึงอาจทำให้เกิดอาการสั่น หรือเนื้อตัวเย็นได้ไวกว่าเพศชาย นอกจากนี้ ในช่วงที่ผู้หญิงมีรอบเดือนจะมีการหลั่งฮอร์โมนออกมาหลายชนิด ซึ่งอาจส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายเปลี่ยนแปลงไปจากปกติอายุอายุเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่ออุณหภูมิร่างกายปกติ โดยคนในแต่ละช่วงอายุอาจมีอุณหภูมิร่างกายที่แตกต่างกัน ดังนี้เด็กและทารก อุณหภูมิร่างกายปกติจะอยู่ระหว่าง 36.6-37.2 องศาเซลเซียสผู้ใหญ่ มีอุณหภูมิปกติของร่างกายอยู่ระหว่าง 36.1-37.2 องศาเซลเซียสผู้สูงอายุ ที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป จะมีอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่า 36.2 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าคนวัยอื่น ๆอย่างไรก็ตาม อุณหภูมิในแต่ละคนอาจแตกต่างไปตามปัจจัยอื่น ๆ ระดับอุณหภูมิตามช่วงอายุเหล่านี้เป็นค่าโดยประมาณเท่านั้น jumboslot บุหรี่การสูบบุหรี่นั้นสามารถเพิ่มอุณหภูมิของร่างกายได้ ซึ่งอาจมีผลมาจากควันบุหรี่และการเผาไหม้ของของบุหรี่ที่กระทบต่ออุณหภูมิของร่างกายได้ชั่วคราว แม้ว่าอุณหภูมิจากบุหรี่จะไม่ได้ส่งผลเสียต่อร่างกาย แต่การได้รับสารในบุหรี่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้อาหารอาหารที่มีรสชาติเผ็ดร้อน อย่างพริก พริกไทย ขิง ข่า เครื่องเทศ…

Continue Reading

คอลลาเจนช่วยเสริมความแข็งแรงข้อต่อ

คอลลาเจนเป็นสารอาหารที่เชื่อกันว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายด้าน หนึ่งในนั้น คือ การช่วยบรรเทาอาการจากโรคข้อเสื่อม โดยเฉพาะอาการปวดข้อซึ่งมักเป็นอาการเรื้อรัง กำเริบขึ้นเป็นครั้งคราว ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน อาจทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยลดลงได้ อาการปวดข้อนั้น เกิดจากการที่ข้อต่อเกิดความผิดปกติ อาจมีการสึกหรอของกระดูกอ่อนที่มีหน้าที่รับน้ำหนักและแรงกระแทกที่มักเกิดกับข้อเข่า รวมทั้งการอักเสบของเยื่อหุ้มข้อที่ส่งผลต่อปริมาณน้ำในข้อ ซึ่งความผิดปกติเหล่านี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ อย่างเช่นโรคข้อเสื่อม โรคข้ออักเสบอื่น ๆ โดยมีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการมีอายุที่เพิ่มขึ้นทำให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนลดลง น้ำหนักตัวที่มากเกินไปจนเกิดการกดทับของกระดูกข้อต่อ การบาดเจ็บ โรคประจำตัว เป็นต้น สล็อตออนไลน์ Collagen Dipeptide ด้วยเหตุนี้ การใช้คอลลาเจนร่วมกับการรักษาจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้กำลังเผชิญกับอาการปวดข้อ หากอยากทราบว่าคอลลาเจนช่วยบรรเทาอาการปวดข้อได้อย่างไร? และร่างกายสามารถได้รับจากแหล่งใด? ติดตามได้จากบทความนี้ คอลลาเจนคืออะไรคอลลาเจนจัดเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งซึ่งประกอบไปด้วยกรดอะมิโนมากมาย เป็นส่วนประกอบของร่างกายสิ่งมีชีวิต โดยพบได้ในกระดูก ผิวหนัง เส้นผม และเล็บ คอลลาเจนนั้นมีหลากหลายประเภท แต่ละประเภทก็ทำหน้าที่ในเซลล์ของร่างกายแตกต่างกันออกไป หนึ่งในคุณสมบัติสำคัญของคอลลาเจน คือการเสริมสร้างความแข็งแรงกล้ามเนื้อ กระดูกอ่อน เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และข้อต่อ และยังอาจช่วยฟื้นฟูร่างกายจากการออกกำลังกายและการบาดเจ็บได้ด้วย โดยคอลลาเจนที่นำมาเป็นส่วนประกอบของอาหาร ยา และอาหารเสริม มักมาจากการนำชิ้นส่วนของสัตว์มาผ่านกระบวนการสกัดเพื่อนำคอลลาเจนออกมาและนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการบริโภคอาหารเสริมคอลลาเจน พิจารณาเลือกคอลลาเจนที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่าย เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุด เนื่องจากคอลลาเจนที่ได้รับจากอาหารมักเป็นคอลลาเจนที่มีขนาดใหญ่ เป็นสายโปรตีนยาว ทำให้ย่อยสลายยากในร่างกาย ปัจจุบันจึงมีการผลิตอาหารเสริมคอลลาเจนให้มีขนาดเล็กลง ส่งผลให้ร่างกายดูดซึมและนำไปใช้ได้สะดวกขึ้น โดยคอลลาเจนที่ผ่านกระบวนการนี้เรียกว่า Hydrolyzed…

Continue Reading

การรักษาสิวที่หู

สิวที่หูเกิดขึ้นเมื่อมีความมัน เหงื่อ หรือเซลล์ผิวหนังที่ตายอุดตันอยู่ภายในรูขุมขน ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความรำคาญให้กับทุกคน แต่ยังสร้างความเจ็บปวดเมื่อสัมผัส สวมแว่นตา จัดแต่งทรงผม หรือแม้กระทั่งนอนในท่าตะแคง อย่างไรก็ตาม สิวที่หูมักรักษาให้หายได้โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปพบแพทย์ แล้วการดูแลรักษาสิวด้วยตัวเองจะมีอะไรบ้างนั้น ดูได้จากบทความนี้ สล็อตออนไลน์ สาเหตุของการเกิดสิวที่หูสิวที่หูมีหลายชนิดด้วยกัน เช่น สิวหัวขาว สิวหัวดำ สิวหัวช้าง สิวหัวหนอง เป็นต้น และสามารถเกิดขึ้นบริเวณใบหูหรือรูหูชั้นนอกก็ได้ โดยสาเหตุของการเกิดสิวมีดังนี้ หมวกที่คับหรือผ้าพันศีรษะที่รัดแน่น จะเป็นตัวซับความมันและเหงื่อบริเวณศีรษะและหู ส่งผลให้เกิดสิวที่หู ใบหน้า และตามไรผมการสะสมของแบคทีเรีย โดยเฉพาะหูฟังที่ไม่ได้ทำความสะอาดอาจทำให้เกิดสิวได้ รวมถึงการนำนิ้วที่อาจปนเปื้อนแบคทีเรียแหย่เข้าไปในหูด้วยความเครียด อาจทำให้ร่างกายหลั่งเหงื่อออกมามากเกินไป หรือทำให้ฮอร์โมนที่ช่วยในการผลิตน้ำมันในร่างกายทำงานผิดปกติการแพ้อาหาร ยา ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม หรือเครื่องสำอางค์ อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวที่หู หากมีอาการแพ้อื่น ๆ เกิดขึ้นร่วมด้วย ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาให้ตรงจุดต่อไประดับฮอร์โมนที่ไม่สมดุลกัน เมื่อฮอร์โมนเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น ตั้งครรภ์หรือใช้ยาคุมกำเนิดอาจทำให้เกิดสิวได้วิธีจัดการกับสิวที่หูด้วยตนเองเนื่องจากหูเป็นอวัยวะที่ละเอียดอ่อนและยากจะมองเห็น สิวที่หูจึงต้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม การรักษาสิวบริเวณดังกล่าวคล้ายคลึงกับการรักษาที่บริเวณอื่น ๆ ซึ่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังต่อไปนี้อาจช่วยให้ผิวกลับมามีสุขภาพดีเร็วขึ้น jumboslot ไม่แกะเกาหรือบีบสิวที่หูหลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณผิวหนังที่เกิดสิวทำความสะอาดรอบใบหูด้วยสบู่อ่อน ๆหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมและผิวหนังที่ทำให้เกิดการระคายเคืองใช้ยารักษาสิว โลชั่นบำรุงผิว หรือทำความสะอาดบริเวณที่เป็นสิวด้วยความระมัดระวังเพราะอาจทำให้ผิวแห้งแม้จะรักษาสิวด้วยตัวเองแล้ว แต่ถ้ายังมีอาการเจ็บปวดหรืออาการไม่ทุเลาลงก็ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละคนมากที่สุด โดยแพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยารักษาสิว เช่น ยาทาเฉพาะที่ที่ได้มาจากวิตามินเอซึ่งสามารถหาซื้อได้เองและสั่งจ่ายโดยแพทย์ผู้รักษา โดยมียาเตรทติโนอินที่แพทย์นิยมนำมาใช้ในการรักษาสิวบ่อย ๆเบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ เป็นยารักษาสิวที่มีความรุนแรงในระดับปานกลาง ช่วยในการต้านแบคทีเรียและทำให้ผิวหนังแห้ง…

Continue Reading

ปัสสาวะบ่งบอกสุขภาพ

โดยปกติแล้วสีปัสสาวะของคนที่มีสุขภาพดีควรเป็นสีเหลืองอ่อนไล่ไปจนถึงสีทอง แต่รู้หรือไม่ว่าภาวะการเจ็บป่วยและปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ก็อาจทำให้สีของปัสสาวะเปลี่ยนเป็นสีอื่น ๆ ได้ เช่น สีแดง สีส้ม สีฟ้า สีเขียวหรือสีน้ำตาล เป็นต้น โดยสีของปัสสาวะที่เปลี่ยนไปนี้อาจสร้างความกังวลใจให้ใครหลายคน ซึ่งสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะเกิดขึ้นจากอะไรบ้างนั้น สามารถศึกษาได้จากบทความนี้ สล็อตออนไลน์ สีปัสสาวะปกติเป็นอย่างไร ?ปัสสาวะ คือ ของเสียในรูปของเหลวที่ถูกขับออกมาจากร่างกายโดยไต มักประกอบไปด้วยน้ำ เกลือ และสารเคมีอย่างยูเรียและกรดยูริค แม้ปัสสาวะที่ปกติของคนเราจะมีสีที่แตกต่างกันไป แต่ก็ควรอยู่ในโทนสีเหลือง โดยความเข้มของสีปัสสาวะนั้นมีตั้งแต่สีเหลืองอ่อนไปจนถึงสีเหลืองอำพันขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่ดื่มในแต่ละวัน ซึ่งผู้ที่ดื่มน้ำมากมักจะมีสีปัสสาวะที่อ่อนกว่าผู้ที่ดื่มน้ำน้อยหรือมีภาวะขาดน้ำนั่นเอง ปัสสาวะสีต่าง ๆ เกิดจากอะไรได้บ้าง ?ปัสสาวะที่เปลี่ยนสีนั้นอาจเป็นเพราะการติดเชื้อ โรคภัยไข้เจ็บ การใช้ยา หรือแม้กระทั่งการรับประทานอาหารในแต่ละวัน ซึ่งสีปัสสาวะที่แตกต่างกันเกิดจากสาเหตุที่ต่างกัน ดังนี้ ปัสสาวะสีเหลืองเข้ม อาจมีสาเหตุมาจากภาวะขาดน้ำ ซึ่งการดื่มน้ำน้อยเกินไปจะทำให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นมาก ส่งผลให้มีสีที่เข้มขึ้นนั่นเองปัสสาวะสีน้ำนมหรือมีลักษณะขุ่น เป็นสัญญาณของการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งอาจส่งกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ออกมาด้วย โดยปัสสาวะในลักษณะนี้เกิดขึ้นได้จากหลากสาเหตุ เช่น แบคทีเรีย เซลล์เม็ดเลือดขาว และนิ่ว เป็นต้น ปัสสาวะสีแดงหรือสีชมพู เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น การรับประทานอาหารบางชนิดอย่างแบล็คเบอร์รี่หรือบีทรูท การใช้ยาบางชนิดอย่างยาระบายที่มีส่วนผสมของเซนน่า สารพิษจากตะกั่วหรือปรอท การบาดเจ็บของกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง ภาวะโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก และภาวะเลือดออกทางช่องคลอด เป็นต้น นอกจากนี้ โรคหรือปัญหาสุขภาพบางประการ…

Continue Reading

การรักษาอาการปวดหัว

ปวดหัว (Headaches) หรือปวดศีรษะ เป็นอาการปวดที่เกิดขึ้นบริเวณศีรษะหรือคอส่วนบน ซึ่งเกิดจากเนื้อเยื่อและโครงสร้างรอบกระโหลกศีรษะหรือสมองเกิดการอักเสบหรือระคายเคือง จนทำให้เกิดอาการปวดขึ้น โดยอาการปวดอาจมาจากเส้นประสาทบริเวณหนังศีรษะ ใบหน้า ปาก และคอ กล้ามเนื้อของคอหรือไหล่ และหลอดเลือดที่ทำหน้าที่ส่งผ่านเลือดไปเลี้ยงสมอง อาการปวดหัวเป็นอาการที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย ซึ่งทุกคนต้องเคยมีอาการปวดหัวอย่างน้อยสักครั้งในชีวิต โดยในผู้ชายพบได้ประมาณ 90% และผู้หญิงพบได้ถึง 95% แต่อาการปวดหัวที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่มักไม่ได้มาจากโรคร้าย อาการปวดหัวแต่ละประเภทมักมีลักษณะการปวดที่แตกต่างกันออกไป เช่น อาการปวดหัวไมเกรนเป็นการปวดตุบ ๆ ที่ศีรษะข้างใดข้างหนึง อาการปวดหัวจากกล้ามเนื้อเกร็งตัวจะมีอาการปวดเหมือนโดนบีบรัดค่อนไปทางขมับและหน้าผาก โดยมักปวดทั่วทั้งศีรษะ หรืออาการปวดคลัสเตอร์เป็นอาการปวดอย่างรุนแรงบริเวณเบ้าตาหรือด้านหลังตา ทั้งนี้ ความถี่และความรุนแรงของอาการปวดหัวจะเป็นไปตามสาเหตุของอาการปวดหัวแต่ละประเภท และตำแหน่งที่ปวดอาจเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของใบหน้า กะโหลก หรือทั้งศีรษะ สล็อตออนไลน์ สาเหตุของอาการปวดหัว เนื่องจากอาการปวดหัวมีมากมายจนยากต่อการวินิจฉัยและเลือกวิธีรักษาได้อย่างตรงจุด ทางสมาคมปวดศีรษะนานาชาติจึงได้กำหนดและแบ่งการปวดศีรษะตามสาเหตุออกเป็น 3 กลุ่ม อาการปวดศีรษะแบบปฐมภูมิ เป็นอาการปวดที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดและไม่ใช่อาการที่มาจากโรค เช่น ปวดไมเกรน ปวดศีรษะจากความเครียด ปวดคลัสเตอร์อาการปวดศีรษะแบบทุติยภูมิ เป็นอาการปวดที่มีผลมาจากโรคหรือความผิดปกติของโครงสร้างบริเวณคอหรือศีรษะ เช่น ปวดศีรษะจากไซนัสอักเสบ ปวดศีรษะจากเนื้องอก ปวดศีรษะเนื่องจากอาการเมาค้างอาการปวดศีรษะจากเส้นประสาทและอื่น ๆ เป็นอาการปวดที่เกิดจากการอักเสบของเส้นประสาทสมอง 1 ใน 12 เส้น ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อและเป็นตัวส่งสัญญาณความรู้สึกระหว่างสมองกับศีรษะหรือคอ เช่น อาการปวดเส้นประสาทบนใบหน้า เป็นต้นการวินิจฉัยอาการปวดหัว แพทย์จะตรวจสอบประวัติทางการแพทย์…

Continue Reading

เคล็ดลับการรักษาแผลให้หายไว

อุบัติเหตุจากภายนอกอาจก่อให้เกิดแผลตามร่างกายโดยที่เราไม่ทันระวังตัว เช่น รอยถลอก แผลจากของมีคมบาด แผลไฟไหม้ หรือแผลน้ำร้อนลวก เป็นต้น โดยปกติแล้วเราสามารถดูแลแผลจากอุบัติเหตุเล็กน้อยได้ด้วยตนเองที่บ้าน เมื่อเกิดบาดแผลขึ้นบริเวณผิวหนัง โดยธรรมชาติของบาดแผลขนาดเล็กและไม่รุนแรงมักจะตกสะเก็ดและหายได้เองภายใน 2-3 วัน ซึ่งเป็นกลไกปกติที่ช่วยป้องกันสิ่งสกปรกและเชื้อโรคเข้าสู่บาดแผลในขณะที่ร่างกายกำลังสร้างผิวหนังขึ้นมาทดแทน โดยในช่วงนี้มักจะมีอาการคันบริเวณแผลขึ้น จึงไม่ควรเกาหรือแกะสะเก็ดจากแผลออกเอง เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการติดเชื้อ รวมทั้งการดูแลบาดแผลจนกว่าจะแห้งและหายสนิทนั้นก็เป็นสิ่งที่ควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ สล็อตออนไลน์ ขั้นตอนการทำแผลที่ถูกต้องโดยทั่วไปแผลนั้นมีหลายชนิด เช่น แผลถลอก แผลฉีกขาด แผลไฟไหม้ แผลน้ำร้อนลวก แผลกดทับ แผลถูกแทง แผลฉีกขาดจนผิวหนังหลุดออก เป็นต้น หากแผลมีขนาดใหญ่ ลึก หรือรุนแรงก็ควรไปพบแพทย์เสียแต่เนิ่น ๆ แต่ในกรณีที่เป็นแผลขนาดเล็กและไม่รุนแรงนัก ส่วนใหญ่แล้วสามารถทำแผลเบื้องต้นให้แก่ตนเองได้ โดยปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ ล้างมือให้สะอาด ความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรคจากตนเองไปสู่ผู้อื่น รวมถึงลดการติดเชื้อโรคด้วย ก่อนการทำแผลจึงควรล้างมือให้สะอาดก่อนเสมอ กดห้ามเลือด ปกติแล้ว แผลถลอกมักไม่ค่อยมีเลือดออกมากนัก ในกรณีที่แผลมีเลือดออก การกดทับบริเวณแผลจะช่วยให้เลือดหยุดไหล โดยให้ใช้ผ้าสะอาดหรือผ้าก๊อซที่ปลอดเชื้อกดทับบริเวณแผล ล้างสิ่งสกปรกออกจากแผลและล้างแผลให้สะอาด หากบริเวณบาดแผลมีสิ่งสกปรกติดอยู่อาจใช้แหนบหรือผ้าสะอาดจัดการกับเศษทราย ดิน หรือกรวดที่ติดอยู่ในแผลออกก่อน จากนั้นล้างแผลด้วยน้ำสะอาด อาจล้างด้วยสบู่ที่อ่อนโยนและไม่ระคายเคืองต่อแผล ทาแผลด้วยยาปฏิชีวนะ jumboslot หลังเช็ดแผลให้แห้ง อาจทายาปฏิชีวนะในรูปแบบขี้ผึ้งหรือครีมเพื่อฆ่าเชื้อโรค ซึ่งตัวยาจะช่วยสมานแผลและลดรอยแผล โดยสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ปิดแผลด้วยผ้าพันแผลหรือผ้าก็อซปิดแผล ก่อนนำผ้าพันแผลหรือผ้าก็อซมาใช้ต้องมั่นใจถึงความสะอาดอยู่เสมอ รวมทั้งควรล้างแผลทุกวันและเปลี่ยนผ้าพันแผลบ่อย…

Continue Reading

อันตรายที่มากับฝน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฝนอาจมาพร้อมกับโรคภัยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคทางเดินหายใจหรือโรคทางระบบทางเดินอาหาร รวมถึงลูกน้ำ ยุงลาย และปัญหาน้ำท่วม ก็อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพในอนาคต หากไม่ระมัดระวังและใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเองเสียแต่เนิ่น ๆ เนื่องด้วยสภาพอากาศที่แปรปรวน ฝนตกหนัก อุณหภูมิที่ต่ำลง และความชื้นที่สูงขึ้น อาจทำให้โรคต่าง ๆ แพร่กระจายได้ง่ายและรวดเร็วกว่าปกติ หลายคนจึงอาจเจ็บป่วยได้บ่อยขึ้น โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และสตรีมีครรภ์ แล้วในหน้าฝนจะมีโรคใดบ้างที่ควรระมัดระวังมากเป็นพิเศษ บทความนี้มีคำตอบ สล็อตออนไลน์ โรคที่พบได้บ่อยในหน้าฝนเพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่ดีในช่วงฤดูฝน สิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องเฝ้าระวังคือโรคต่าง ๆ โดยโรคที่พบบ่อย มีดังนี้ ไข้หวัดใหญ่ เป็นการติดเชื้อไวรัสที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ส่งผลให้เกิดอาการต่าง ๆ อย่างเฉียบพลัน เช่น มีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ไอ และเจ็บคอ โดยปกติแล้วอาการไข้หวัดใหญ่จะหายไปได้เอง แต่บางครั้งอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตหากมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น ไข้หวัด เกิดจากการติดเชื้อไวรัสบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้นอย่างจมูกและคอหอย มักปรากฏอาการหลังได้รับเชื้อไปแล้ว 1-3 วัน เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ จาม มีเสมหะ มีไข้อ่อน ๆ ปวดศีรษะเล็กน้อย เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้ป่วยสามารถหายได้ภายใน…

Continue Reading

วิธีเลือกซื้อน้ำแข็งให้ปลอดภัย

ประเทศไทยนั้นมีอากาศร้อนแทบจะตลอดปี จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า น้ำแข็ง เป็นสิ่งที่หลายคนเลือกนำมาใช้เพื่อคลายความร้อน แต่รู้หรือไม่ว่าในน้ำแข็งที่รับประทานกันอยู่ในทุกวันอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพได้ ไม่ว่าจะจากอุณหภูมิ ลักษณะ หรือสารปนเปื้อนที่มากับน้ำแข็ง บทความนี้จึงได้รวบรวมความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการบริโภคน้ำแข็ง รวมทั้งวิธีการเลือกซื้อมาให้ได้ศึกษากัน น้ำแข็งเกิดจากการนำน้ำเข้าสู่กระบวนการลดอุณหภูมิจนเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นของแข็ง น้ำแข็งในไทย อาจแบ่งได้ 2 แบบ คือ น้ำแข็งป่นและน้ำแข็งหลอด น้ำแข็งที่คนไทยรับประทานส่วนมากมาจากโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุขและไม่มีเครื่องหมายรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จากการศึกษาพบว่าในประเทศไทยเคยเกิดมีการเจ็บป่วยที่มีสาเหตุมาจากการรับประทานน้ำแข็งที่ไม่ได้มาตรฐานอยู่หลายครั้ง สล็อตออนไลน์ ปัญหาสุขภาพกับการบริโภคน้ำแข็งแม้ว่าน้ำแข็งจะเป็นสิ่งที่ช่วยดับกระหายและให้ความสดชื่นแก่ร่างกาย แต่การรับประทานจนเกินพอดีก็อาจให้โทษได้เช่นกัน โดยปัญหาสุขภาพที่มาพร้อมกับน้ำแข็งอาจมี ดังนี้ โรคเสพติดน้ำแข็งอาการเสพติดน้ำแข็ง หรือ Pagophagia เป็นหนึ่งในรูปแบบของโรค Pica หรือโรคเสพติดการรับประทานของที่ไม่ใช่อาหารหรือไม่มีคุณค่าทางสารอาหาร โรคนี้อาจเกิดจากความเครียด อาจเป็นความผิดปกติทางจิตที่มักเกิดร่วมกันกับความผิดปกติทางจิตอื่น ๆ โดยการเคี้ยวน้ำแข็งอาจไม่ได้ทำให้เกิดโรคนี้ แต่โรคนี้อาจทำให้เกิดการเคี้ยวน้ำแข็ง หากติดการเคี้ยวน้ำแข็งต่อเนื่องกว่าหนึ่งเดือนควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรค เนื่องจากหากเป็นโรค Pica ผู้ป่วยอาจรับประทานวัตถุอื่นที่อาจเป็นอันตราย อย่างไม้ ดิน หรือกระดาษ และทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ลำไส้ทะลุ ลำไส้อุดตัน การติดเชื้อ และสำลัก เป็นต้น นอกจากนี้ Pagophagia อาจพบในเด็กได้มากกว่าผู้ใหญ่ ภาวะโลหิตจางเชื่อกันว่าภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กอาจกระตุ้นให้ร่างกายอยากรับประทานน้ำแข็ง เนื่องจากน้ำแข็งอาจช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ซึ่งหากมีสัญญาณของภาวะเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็ก อย่างเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หรือเบื่ออาหาร พร้อมกับพฤติกรรมติดน้ำแข็ง…

Continue Reading

คุณประโยชน์จากเจลาติน

หลายคนอาจคุ้นเคยหรือรู้จักเจลาตินในรูปแบบของขนมน้ำตาลสูง อย่างเยลลี่ หมากฝรั่ง หรือวุ้น แต่จริง ๆ แล้วเจลาตินยังมีประโยชน์ในทางการแพทย์และสุขภาพ โดยจะอยู่ในรูปแบบของอาหาร และยารักษาโรค ซึ่งการรับประทานเจลาตินในปริมาณที่เหมาะสมอาจส่งผลดีต่อร่างกาย ทั้งในด้านสุขภาพทั่วไปและด้านความสวยความงาม ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับประโยชน์นั้นจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามได้จากบทความนี้ เจลาตินเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ไม่มีสี สามารถละลายได้ในน้ำอุ่น และจะมีลักษณะหยุ่น ๆ คล้ายวุ้นหรือเยลลี่เมื่อเย็นตัวลง เจลาตินนั้นประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิดและให้พลังงานต่ำ โดยเจลาตินถูกสกัดออกมาระหว่างขั้นตอนการผลิตคอลลาเจน ซึ่งเป็นการนำชิ้นส่วนของสัตว์ อย่างกระดูก เอ็น หรือผิวหนังสัตว์มาผ่านกรรมวิธีเจลาติน สล็อตออนไลน์ เจลาตินอุดมไปด้วยโปรตีนและกรดอะมิโนหลายชนิดจึงอาจเป็นประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพ ดังนี้ ซ่อมแซมและฟื้นฟูร่างกายโปรตีนเป็นสารอาหารที่ประกอบอยู่ในทุกส่วนของร่างกาย ร่างกายจึงต้องการโปรตีนเพื่อซ่อมแซมและฟื้นฟูส่วนที่สึกหรออยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อร่างกายได้รับบาดเจ็บหรือเกิดการเจ็บป่วย ซึ่งเจลาตินมีส่วนประกอบเป็นโปรตีนเกือบทั้งหมด ร่างกายจึงสามารถนำเอาโปรตีนเหล่านี้ไปช่วยเสริมสร้างในส่วนที่ขาดได้ เจลาตินนั้นมีประโยชน์ในทางการแพทย์ค่อนข้างมาก เช่น ใช้รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ใช้รักษาผู้ป่วยภาวะพร่องภูมิคุ้มกัน และใช้ฟื้นฟูร่างกายในผู้ป่วยหลังผ่าตัด เป็นต้น บรรเทาอาการกระดูกและข้อต่อเชื่อกันว่าเจลาตินอาจช่วยเพิ่มคอลลาเจนภายในข้อต่อจึงอาจช่วยบรรเทาความผิดปกติของกระดูกและข้อต่อ อย่างอาการปวดข้อต่อและข้อติดที่เป็นอาการของโรคข้อเสื่อม โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และโรคข้อกระดูกอักเสบได้ แต่ในความเป็นจริง เจลาตินจะถูกย่อยในทางเดินอาหารได้เป็นโปรตีนแล้วกระจายไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ได้เข้าซึมผ่านเข้าข้อต่อโดยตรง และแม้ว่าผลการศึกษาหลายชิ้นจะชี้ว่าเจลาตินอาจมีส่วนช่วยในการลดอาการปวดได้ แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เพียงพอที่จะยืนยันว่าเจลาตินนั้นสามารถรักษาโรคข้อเสื่อมได้ จึงควรรอผลการศึกษาเพิ่มเติมหรือปรึกษาแพทย์หากต้องการใช้เจลาตินร่วมกับการรักษา บำรุงสมองเจลาตินประกอบไปด้วยกรดอะมิโนหลายชนิด อย่างกรดอะมิโนไกลซีนที่เชื่อกันว่าสามารถช่วยพัฒนาในด้านความจำ รวมทั้งอาจช่วยบรรเทาอาการจากโรคทางจิต อย่างโรคจิตเภท โรคย้ำคิดย้ำทำ และโรคคิดว่าตนเองมีรูปร่างหรืออวัยวะผิดปกติ (ฺBody dysmorphic disorder)ได้ด้วย…

Continue Reading