แนะนำโรคเนื้อเน่า

โรคเนื้อเน่า (Necrotizing Fasciitis) หรือโรคแบคทีเรียกินเนื้อ เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณเนื้อเยื่ออ่อน (Soft Tissue) ที่อยู่ระหว่างชั้นผิวหนังและกล้ามเนื้อ ส่งผลให้บริเวณที่ติดเชื้อเกิดการอักเสบอย่างรุนแรงและเน่าในที่สุด แม้เป็นโรคที่พบได้น้อย แต่อาจร้ายแรงจนต้องตัดอวัยวะเพื่อยับยั้งการลุกลามของเชื้อ หรือผู้ป่วยบางรายอาจเสียชีวิตได้ สล็อตออนไลน์ อาการของโรคเนื้อเน่าเกิดจากเชื้อแบคทีเรียปล่อยสารพิษออกมาทำลายเนื้อเยื่ออ่อน ซึ่งสาเหตุการติดเชื้อมักมาจากการบาดเจ็บ ไม่ว่าจะเป็นแผลขนาดเล็ก แผลขนาดใหญ่ แผลถลอก แผลไฟไหม้ รอยขีดข่วนจากสัตว์เลี้ยง รวมไปถึงการถูกแมลงกัดต่อยก็อาจทำให้เชื้อโรคเข้าสู่แผลและเกิดโรคนี้ได้เช่นกัน สัญญาณและอาการของโรคเนื้อเน่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคเนื้อเน่ามักลุกลามอย่างรวดเร็ว โดยสัญญาณของโรคเนื้อเน่าที่พบในช่วงแรกอาจเป็นรอยแผลขนาดเล็ก ผิวหนังบริเวณดังกล่าวจะมีอาการบวมแดง อักเสบ มีอาการปวดที่รุนแรงกว่าปกติเมื่อเทียบกับขนาดของแผล อีกทั้งอาจมีไข้สูงและรู้สึกหนาวสั่นร่วมด้วย เมื่อผ่านไปหลายชั่วโมงหรือหลายวัน เชื้ออาจลุกลามจนทำให้ผิวหนังมีสีคล้ำและเป็นแผลพุพอง ผู้ป่วยอาจมีอาการถ่ายเหลวและอาเจียน ถ้าไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ติดเชื้อในกระแสเลือด ช็อก ไตวาย และอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้ค่อนข้างสูง ดังนั้น หากพบสัญญาณหรืออาการที่เข้าข่ายโรคนี้ ควรไปพบแพทย์ทันที เนื่องจากการวินิจฉัยโรคมักมีความซับซ้อนและจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โรคเนื้อเน่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ?เชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคเนื้อเน่าสามารถพบได้ในพื้นที่ที่ขาดสุขอนามัย โดยแบ่งออกเป็นหลายชนิดและแต่ละชนิดอาจมีความรุนแรงแตกต่างกันไป หากร่างกายเกิดแผล ทั้งแผลมีดบาด แผลถลอก แผลไหม้ แผลผ่าตัด รอยเข็มฉีดยา แล้วไปสัมผัสกับเชื้อแบคทีเรียจากพื้นที่ที่สกปรกเข้าหรือไม่ดูแลรักษาความสะอาดของแผลก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อขึ้น นอกจากนี้ การถูกแมลงกัดต่อย โดนสัตว์เลี้ยงกัดและข่วนก็อาจทำให้ติดเชื้อได้ เพราะสัตว์และแมลงมักมีเชื้อแบคทีเรียปะปนอยู่ นอกจากนี้ ปัจจัยเสี่ยงบางอย่างอาจเพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อตามมา เช่น jumboslot ฤดูกาล ความเสี่ยงของโรคนี้มักเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนการทำความสะอาดแผลอย่างไม่เหมาะสมและไม่ถูกสุขอนามัยผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำผู้ที่ระบบภูมิคุ้มกันต่ำจากโรคหรือการใช้ยา…

Continue Reading

ผลัดเซลล์ผิวง่ายๆได้ที่บ้าน

สิ่งสกปรกที่สะสมและอุดตันในรูขุมขนทำให้เกิดปัญหาผิวหลายอย่างตามมา การทำความสะอาดผิวหน้าอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ อีกวิธีดูแลผิวที่ไม่ควรละเลยคือการผลัดเซลล์ผิว เพราะจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและกระตุ้นให้สร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน ทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม สุขภาพดี และดูกระจ่างใสขึ้น สล็อตออนไลน์ ตามธรรมชาติแล้ว ร่างกายจะมีกระบวนการผลัดเซลล์ผิวชั้นบนสุดของชั้นหนังกำพร้าทุก ๆ 30 วัน เพื่อกำจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพจากสารเคมีหรือมลภาวะต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น ควัน หรือคราบเครื่องสำอางที่สะสมบนผิว แต่กระบวนการผลัดเซลล์ผิวของร่างกายในบางครั้งอาจทำได้ช้าลงจากหลายปัจจัย อย่างสภาพผิวแห้งหรืออายุที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วสะสมบนผิวและไม่ได้ถูกกำจัดออก ทำให้ผิวหยาบกร้าน ไม่สม่ำเสมอ แห้งลอก หรืออุดตันรูขุมขนจนเกิดสิวขึ้น ผลัดเซลล์ผิวทำได้อย่างไรการผลัดเซลล์ผิวสามารถทำได้เองง่าย ๆ ที่บ้านด้วยอุปกรณ์ที่หาซื้อได้ทั่วไป ซึ่งวิธีการผลัดเซลล์ผิวแบ่งออกเป็น 2 วิธี ได้แก่ การผลัดเซลล์ผิวด้วยวิธีทางกายภาพ (Physical Exfoliator)เป็นวิธีการผลัดเซลล์ผิวด้วยการขัดหรือสครับผิวด้วยการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ฟองน้ำ ถุงมือ แปรงขัดผิว รวมไปถึงวัตถุดิบที่หาได้ทั่วไป อย่างน้ำตาล เกลือ ข้าวโอ๊ต เบคกิ้งโซดาหรือกากกาแฟ โดยนำมาผสมกับน้ำผึ้ง ผงชาเขียว หรือน้ำมันหอมระเหย จากนั้นให้นวดวนเบา ๆ บนผิวหน้า เพื่อช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกไป แต่การใช้วัตถุดิบเนื้อหยาบในการขัดผิวอาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ จึงไม่ควรออกแรงขัดอย่างรุนแรงเกินไป การผลัดเซลล์ผิวด้วยการใช้สารเคมี (Chemical Exfoliants)สารเคมีที่นิยมนำมาใช้ในการผลัดเซลล์ผิว ได้แก่ กรดอัลฟาไฮดรอกซีหรือกรดเอเอชเอ…

Continue Reading

การทำบอลลูนหัวใจคืออะไร

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าการทำบอลลูนหัวใจเป็นวิธีการรักษาที่ใช้ในผู้ป่วยโรคหัวใจทุกชนิด แต่แท้จริงแล้ว บอลลูนหัวใจเป็นเพียงหนึ่งในวิธีรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease: CAD) ซึ่งเป็นโรคที่พบได้มากในผู้ที่ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ โรคเบาหวาน น้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานหรือโรคอ้วน และมีความเครียดสูง สล็อตออนไลน์ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจจะมีอาการเจ็บหน้าอก ร่วมกับอาการหอบเหนื่อยเมื่อออกแรงมากกว่าปกติ ปกติแล้ว แพทย์จะรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจด้วยหลายวิธี เช่น การปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต การใช้ยา แต่ในบางกรณีผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือทำบอลลูนหัวใจ ซึ่งเป็นวิธีการรักษาที่กำลังถูกพูดถึงในบทความนี้ บอลลูนหัวใจ หนึ่งในวิธีขยายหลอดเลือดหัวใจบอลลูนหัวใจเป็นหนึ่งในวิธีขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยการสอดท่อหรือสายผ่านบริเวณที่เกิดการอุดตัน เพื่อช่วยให้เลือดและออกซิเจนสามารถเข้าสู่หัวใจได้เป็นปกติ รักษาอาการเจ็บหน้าอก และลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวหรือหัวใจวาย ทั้งนี้ การขยายหลอดเลือดหัวใจนั้นมีอยู่หลายวิธี แต่วิธีที่แพทย์นิยมนำมาใช้ ได้แก่ การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนโดยไม่ผ่าตัด และการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ การขยายหลอดเลือดหัวใจโดยไม่ผ่าตัด (Percutaneous Coronary Interventions: PCI)แพทย์จะสอดท่อชนิดพิเศษผ่านเส้นเลือดบริเวณขาเข้าไปยังเส้นเลือดหัวใจโดยปลายท่อจะมีบอลลูนแบนติดอยู่ บอลลูนดังกล่าวจะถูกทำให้พองเพื่อขยายบริเวณที่เส้นเลือดหัวใจมีการตีบหรืออุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุให้การไหลเวียนของเลือดไปยังกล้ามเนื้อหัวใจลดลงหรือถูกตัดขาด วิธีนี้มักจะทำร่วมกับการใส่ขดลวดเพื่อช่วยขยายหลอดเลือดและรักษาสภาพหลอดเลือดไม่ให้กลับมาตีบซ้ำอีก การรักษาด้วยวิธีนี้อาจใช้เวลาประมาณ 30 นาทีหรือมากกว่า 2 ชั่วโมงขึ้นไป ซึ่งเวลาที่ใช้ในการทำการรักษาจะแตกต่างกันไปในแต่ละกรณี และอาจจำเป็นต้องค้างคืนในโรงพยาบาลหลังรักษา การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Bypass Graft: CABG)การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจหรือการทำบายพาสหัวใจจะใช้ในกรณีที่อาการของผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการใช้ยาหรือไม่สามารถรักษาด้วยวิธีการขยายหลอดเลือดหัวใจโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยแพทย์จะใช้หลอดเลือดจากอวัยวะส่วนอื่น ๆ ของร่างกายอย่างบริเวณขา มาต่อเส้นเลือดหัวใจและสร้างทางไหลเวียนเลือดใหม่เบี่ยงออกจากบริเวณที่มีการตีบ ในผู้ป่วยบางรายอาจมีการทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจหลายจุดขึ้นอยู่กับจำนวนและตำแหน่งของหลอดเลือดที่ตีบแคบ ซึ่งผู้ป่วยที่เข้ารับทำการรักษาด้วยวิธีนี้จำเป็นจะต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลหลายวัน…

Continue Reading

วิธีแคะหูอย่างปลอดภัย

หลายคนพยายามแคะขี้หูออกเพราะเข้าใจว่าขี้หูเป็นเพียงสิ่งสกปรกที่ต้องกำจัดออก แต่การแคะหูอาจเป็นอันตรายและกระทบต่อการได้ยินของเราได้ เพราะจริง ๆ แล้วขี้หูเป็นกลไกของร่างกายที่ช่วยป้องกันสิ่งแปลกปลอม ฝุ่นผง ไปจนถึงแมลง คนส่วนใหญ่มักจะใช้ไม้แคะหูหรือก้านสำลีในการกำจัดหรือแคะขี้หูออก ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้อาจทำให้เกิดอันตรายต่อหูชั้นในและแก้วหูทะลุได้ อีกทั้งในบางครั้งขี้หูที่มีปริมาณมากเกินไปอาจทำให้เกิดความผิดปกติได้เช่นกัน โดยในบทความนี้ได้นำวิธีกำจัดขี้หูที่ปลอดภัยและมีความเสี่ยงน้อยกว่ามาฝากกัน สล็อตออนไลน์ การแคะหู จำเป็นไหม ?ขี้หูของคนเรานั้นช่วยปกป้องช่องหูและส่วนใหญ่สามารถหลุดออกได้เองตามธรรมชาติ แต่ในบางกรณีที่ขี้หูอาจไม่หลุดออกเองและสะสมจนกลายเป็นก้อนขี้หูที่มีขนาดใหญ่ แข็ง และเหนียว ทำให้เกิดภาวะขี้หูอุดตันและส่งผลให้มีอาการหูอื้อ ปวดหู ได้ยินเสียงในหู ได้ยินเสียงลดลงได้ ด้วยเหตุนี้ การกำจัดขี้หูจึงมีความจำเป็นในบางกรณีเท่านั้น วิธีแคะหูอย่างปลอดภัยอย่างที่ได้กล่าวไปว่าการใช้ไม้แคะหูหรือก้านสำลีในแคะเอาขี้หูออกอาจจะทำให้ขี้หูเข้าไปลึกมากขึ้น หากสอดเข้าไปลึกเกินหรือออกแรงมากไปอาจทำให้แก้วหูบาดเจ็บ ทะลุ มีเลือดออก หรือหูหนวก นอกจากนี้ บางคนอาจใช้เทียนหูหรือเทียนละลายขี้หู (Ear Candle) ในการกำจัดขี้หูออกจากช่องหู แต่วิธีนี้ไม่ช่วยในการกำจัดขี้หูแต่อย่างใด และอาจทำให้แก้วหูทะลุและหูหนวกได้ หากต้องการกำจัดขี้หูอาจลองใช้วิธีต่อไปนี้ หยดเบบี้ออย (Baby Oil) มิเนรัลออย (Mineral Oil) ไกลเซอรีน (Glycerine) หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide) เข้าไปในหูเล็กน้อยทิ้งไว้ 1-2 วัน เพื่อให้ขี้หูอ่อนตัวลงและหลุดออกได้ง่ายขึ้นใช้กระบอกฉีดยาหรือลูกยางสูบน้ำอุ่น เอียงศีรษะและฉีดน้ำเข้าไปในหูในข้างที่ต้องการ รอสักครู่ จากนั้นเอียงศีรษะมาอีกข้างเพื่อให้ขี้หูหลุดออกมา สามารถฉีดน้ำและทำตามวิธีเดิมเพื่อกำจัดขี้หูที่หลงเหลืออยู่เมื่อทำเสร็จ ใช้ผ้าซับหูด้านนอกให้แห้งเพียงเท่านี้ก็ช่วยกำจัดขี้หู โดยที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บเข้าไปในหูได้แล้ว แม้ว่าวิธีนี้จะปลอดภัย แต่อาจไม่ได้ผลกับทุกคนและก็มีความเสี่ยงที่ขี้หูเข้าไปลึกมากขึ้นได้…

Continue Reading

โรคหลงตัวเอง

โรคหลงตัวเอง (Narcissistic Personality Disorder: NPD) เป็นโรคบุคลิกภาพผิดปกติชนิดหนึ่ง ผู้ป่วยมักจะมีลักษณะนิสัยที่ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง อยากให้คนอื่นยกย่องชมเชยและเห็นความสำคัญของตนเองมากจนเกินไป หลายคนอาจสงสัยว่าอาการแบบไหนเข้าข่ายโรคหลงตัวเองกันบ้าง เพราะบางพฤติกรรมเหล่านี้อาจแยกได้ยาก สล็อตออนไลน์ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคหลงตัวเองจะแตกต่างจากบุคคลที่มีความเชื่อมั่นในตนเอง เพราะหากไม่ได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษก็มักจะไม่มีความสุขหรือรู้สึกผิดหวัง โดยในระยะยาวมักส่งผลต่อความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว คู่รัก คนรอบข้าง เพื่อน เพื่อนร่วมงาน หรือแม้กระทั่งตนเอง 2564-โรคหลงตัวเองพฤติกรรมแบบไหนเข้าข่ายโรคหลงตัวเองโรคหลงตัวเองเป็นความผิดปกติทางจิตใจ ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของความผิดปกติดังกล่าวอย่างแน่ชัด แต่คาดว่าอาจเกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน เช่น สภาพแวดล้อม พันธุกรรม ความผิดปกติทางระบบประสาท การเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมในวัยเด็ก เป็นต้น โดยผู้ที่อยู่ในภาวะดังกล่าวมักจะมีพฤติกรรมของโรครวมกัน 5 ลักษณะนิสัยหรือมากกว่านั้น ดังนี้ ชอบที่จะเป็นจุดสนใจหรือได้รับความสนใจ คิดว่าตนเองมีความสำคัญมากและต้องการเป็นผู้ที่ถูกยกย่องชมเชยอยู่เสมอ จึงพยายามทำให้ตนเองมีความสำคัญเหนือผู้อื่น มักพูดแต่เรื่องของตนเองและกล่าวชื่นชมตนเองหมกมุ่นอยู่กับรูปลักษณ์ อำนาจ ความฉลาด และความสำเร็จในจินตนาการของตนเองรู้สึกว่าตนเองพิเศษกว่าผู้อื่นและเลือกที่จะมีความสัมพันธ์เฉพาะกับผู้ที่มีความคล้ายคลึงกันเท่านั้นต้องการการชื่นชมเป็นอย่างมากคาดหวังว่าตนเองควรได้รับอภิสิทธิ์ต่าง ๆ มากเกินความเป็นจริงมีนิสัยชอบการแข่งขัน ชอบเอาเปรียบและฉวยโอกาสจากผู้อื่นขาดความเห็นใจ ไม่สนใจหรือไม่รับรู้ถึงอารมณ์และความต้องการของผู้อื่นรู้สึกอิจฉาคนอื่นและคิดว่าคนอื่นก็อิจฉาตนเองเช่นกันมีท่าทีหยิ่ง อวดดี โอ้อวดในความสามารถและความสำเร็จของตนเองแม้บางอาการหรือพฤติกรรมอาจมีความคล้ายคลึงกับผู้ที่มีความมั่นใจในตนเองสูง แต่จริง ๆ แล้วอาจสังเกตได้ว่าผู้ที่เป็นโรคหลงตัวเองจะทำตัวเหนือผู้อื่น โหยหาคำชมจากผู้อื่นตลอดเวลา แต่คนที่มั่นใจในตนเองสูงจะไม่คิดว่าตนเองเหนือกว่าผู้อื่น แต่จะยอมรับคุณค่าในตนเอง โดยไม่ต้องการคำชมที่มากเกินจริง jumboslot ผู้ที่เป็นโรคหลงตัวเองมักไม่รู้ตัวและไม่รู้สึกว่าตนเองมีความผิดปกติใด ๆ ส่วนมากถ้าไปพบแพทย์อาจไปด้วยอาการซึมเศร้า ปัญหาจากการใช้ยา ดื่มสุรา หรือปัญหาสุขภาพจิตด้านอื่น ๆ…

Continue Reading

วิธียับยั้งเชื้อราในช่องปาก

เชื้อราในช่องปาก เป็นการติดเชื้อราแคนดิดา (Candida Albicans) บริเวณเยื่อบุภายในช่องปาก หากมีอาการไม่รุนแรงอาจหายได้เอง ส่วนการรักษาโดยทั่วไปจะเป็นการใช้ยาต้านเชื้อรา แต่รู้หรือไม่ว่ายังมีวิธีที่อาจบรรเทาอาการแบบธรรมชาติได้ด้วยตัวเองที่บ้าน แต่จะมีวิธีใดบ้างนั้น มาหาคำตอบกันในบทความนี้ สล็อตออนไลน์ สิ่งสำคัญที่ผู้ป่วยต้องไม่ลืมคือ การดูแลตนเองที่บ้านเป็นเพียงวิธีบรรเทาอาการติดเชื้อที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่ไม่สามารถรักษาเชื้อราให้หมดไปได้ จึงจำเป็นต้องรับประทานยาต้านเชื้อราควบคู่ไปด้วย เพื่อกำจัดทั้งเชื้อราในช่องปากและบรรเทาอาการให้หายดีในเร็ววัน ปกติแล้ว เชื้อราในปากเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กทารกและผู้สูงอายุเนื่องจากมีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ เช่นเดียวกับผู้ป่วยบางโรคหรือผู้ที่ใช้ยาบางชนิดที่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย โดยเชื้อราในช่องปากของผู้ป่วยในกลุ่มนี้อาจมีอาการที่รุนแรงและควบคุมได้ยาก จึงไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้หายเอง แต่ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม วิธีรักษาเชื้อราในปากแบบธรรมชาติการบรรเทาอาการจากเชื้อราในช่องปากแบบธรรมชาติสามารถทำได้หลายวิธี เช่น น้ำเกลือด้วยคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคบางชนิด ทำให้น้ำเกลือเป็นอีกตัวช่วยที่สามารถดูแลปัญหาสุขภาพช่องปากได้หลากหลาย โดยหนึ่งในนั้นคือช่วยบรรเทาอาการจากเชื้อราในช่องปาก สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการอมน้ำเกลือแล้วกลั้วปากทิ้งไว้สักครู่ หลังจากนั้นให้บ้วนน้ำเกลือทิ้งทันที ในกรณีที่ไม่สามารถหาน้ำเกลือในรูปแบบบรรจุขวด ก็ยังสามารถทำน้ำเกลือได้เอง เพียงละลายเกลือครึ่งช้อนชาหรือ 2.5 กรัม ในน้ำอุ่นประมาณ 230 มิลลิลิตร เบกกิ้งโซดาหลายคนอาจไม่ทราบว่า เบกกิ้งโซดาหรือที่รู้จักกันในชื่อ โซเดียมไบคาร์บอเนต (Sodium Bicarbonate) เป็นวัตถุดิบในการทำอาหารที่อาจมีส่วนช่วยรักษาเชื้อราในช่องปากได้ เนื่องจากมีการทดลองที่แสดงให้เห็นว่า โซเดียมไบคาร์บอเนตมีฤทธิ์ขจัดเชื้อราแคนดิดาบนอุปกรณ์ในช่องปากที่ทำจากวัสดุอะคริลิคได้ การกลั้วปากด้วยเบกกิ้งโซดาครึ่งช้อนชากับน้ำอุ่น 1 แก้ว จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับรักษาเชื้อราในปาก อีกทั้งยังช่วยให้ลมหายใจหอมสดชื่นด้วย jumboslot โยเกิร์ตโยเกิร์ตคือโพรไบโอติกหรือจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพช่องปาก การรับประทานโยเกิร์ตจะไปช่วยเพิ่มจำนวนแบคทีเรียชนิดดีภายในช่องปาก ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา และยังช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียชนิดดีและไม่ดีภายในช่องปากด้วย แต่ควรเลือกใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติหรือไม่ได้เติมน้ำตาล เพราะหากมีน้ำตาลอาจทำให้เชื้อราเจริญเติบโตมากขึ้น…

Continue Reading