วิธีการรับมือการนอนกระตุก

นอนกระตุก (Hypnic Jerk) เป็นการเคลื่อนไหวของร่างกายระหว่างนอนหลับที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจและไม่รู้ตัว บางรายอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น รู้สึกคล้ายตกจากที่สูง หัวใจเต้นรัว หรือหายใจถี่ มักจะพบช่วงก่อนจะผล็อยหลับและเป็นเหตุให้สะดุ้งตื่นขึ้นได้ อาการกระตุกขณะนอนหลับเป็นอาการที่พบได้ทั่วไป ส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายร้ายแรงและไม่ส่งผลต่อสุขภาพ สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อย่างการออกกำลังกาย อาหาร โรคประจำตัว และยาบางชนิด โดยในบทความนี้ได้รวบรวมสาเหตุของอาการนอนกระตุกและวิธีป้องกันเบื้องต้นมาให้ได้อ่านกัน สล็อตออนไลน์ ไขข้อสงสัยทำไมนอนกระตุกอาการนอนกระตุกส่วนใหญ่มักไม่พบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ปัจจัยเสี่ยงบางอย่างอาจกระตุ้นให้เกิดอาการได้ เช่น ความเครียดและวิตกกังวลอารมณ์ทางลบ ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ความรู้สึกวิตกกังวล หรือความเศร้า อาจส่งผลต่อการทำงานของสมองจนกระตุ้นให้สมองและร่างกายตื่นตัวเพื่อรับมือกับสิ่งที่กำลังกังวล จึงทำให้ร่างกายเกิดการกระตุกแบบฉับพลัน การออกกำลังกายการออกกำลังกายจะส่งผลให้กล้ามเนื้อและสมองทำงานเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการออกกำลังกายในช่วงค่ำหรือใกล้เวลานอนหลับ ซึ่งทั้งกล้ามเนื้อและสมองอาจทำงานต่อเนื่องหลังหยุดออกกำลังกายไปหลายชั่วโมง จึงอาจทำให้เกิดการกระตุกของร่างกายระหว่างนอนหลับได้ คาเฟอีนอย่างที่ทราบกันดีว่าคาเฟอีนเป็นสารที่ทำให้ร่างกายและสมองเกิดการตื่นตัว ซึ่งในบางครั้งการรับประทานเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูงหรือการรับประทานใกล้เวลานอนจะทำให้คาเฟอีนยังคงหลงเหลืออยู่ในร่างกาย จึงอาจไปกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทระหว่างนอนหลับและเกิดอาการนอนกระตุกตามมา บุหรี่ในบุหรี่นั้นมีสารอย่างนิโคตินที่ทำหน้าที่เป็นสารกระตุ้น โดยนิโคตินจะออกฤทธิ์การเพิ่มการทำงานของสมองจึงทำให้เกิดร่างกายเกิดอาการกระตุกขึ้นมา jumboslot ยาคลายเครียดบางชนิดจากการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่ายาเอสซิตาโลแพรม (Escitalopram) ที่เป็นยารักษาภาวะวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าอาจมีส่วนทำให้เกิดการกระตุกของร่างกายขณะนอนหลับ เนื่องจากเป็นยาที่ส่งผลต่อการทำงานของสารเคมีในสมอง นอกจากนี้ โรคประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อก็สามารถทำให้เกิดอาการนอนกระตุกได้เหมือนกัน เช่น กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข (Restless Legs Syndrome) ภาวะขากระตุกขณะนอนหลับ (Periodic Limb Movement Disorder) โรคสมองเสื่อม โรคอัลไซเมอร์ โรคลมชัก เนื้องอกในสมอง…

Continue Reading

อาการท้องผูกภัยเงียบที่ควรระวัง

อาการท้องผูก เป็นการถ่ายอุจจาระน้อยครั้งกว่าปกติ และอาจส่งผลให้ถ่ายอุจจาระลำบากร่วมด้วย โดยทั่วไป จะถือว่ามีอาการท้องผูกเมื่อไม่ขับถ่ายอุจจาระนานเกิน 3 วัน แต่บางคนอาจมีอาการอื่น ๆ เกิดร่วมด้วยและแตกต่างกันไปในแต่ละคน สาเหตุของอาการท้องผูกในแต่ละคนอาจแตกต่างกัน เช่น รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย ดื่มน้ำน้อย ไม่ค่อยออกกำลังกาย เปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน หรือใช้ยาบางชนิด เป็นต้น แม้ว่าอาการท้องผูกเป็นครั้งคราวจะเป็นเรื่องธรรมดา แต่บางรายอาจมีอาการท้องผูกเรื้อรังจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน โดยในเบื้องต้นสามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมหรือปรับการรับประทานอาหาร แต่หากมีอาการเรื้อรังควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม สล็อตออนไลน์ อาการท้องผูกมีอะไรบ้างอาการท้องผูกนั้นเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก ผู้หญิงและสตรีมีครรภ์อาจเสี่ยงต่ออาการท้องผูกมากกว่าคนทั่วไป ซึ่งนอกเหนือจากการไม่ถ่ายอุจจาระนานกว่า 3 วันแล้ว ผู้ที่มีอาการท้องผูกยังอาจเกิดอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น อุจจาระมีลักษณะเป็นก้อนแข็งหรือก้อนเล็ก ๆต้องใช้แรงมากในการเบ่งอุจจาระรู้สึกถ่ายอุจจาระไม่ออกหรือถ่ายไม่สุด เจ็บขณะถ่ายอุจจาระต้องกดหน้าท้องหรือใช้มือช่วยล้วงขณะถ่ายอุจจาระใช้เวลาในการถ่ายอุจจาระนานกว่าการขับถ่ายปกติท้องอืดทั้งนี้ ผู้ที่มีอาการข้างต้นมากกว่า 2-3 ข้อเป็นระยะเวลานานกว่า 3 เดือน อาจเป็นสัญญาณของอาการท้องผูกเรื้อรัง และควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะหากมีอาการท้องผูกร่วมกับมีอาการอื่น ๆ เช่น jumboslot ถ่ายอุจจาระปนเลือดท้องผูกอย่างเฉียบพลันร่วมกับอาการปวดท้องหรือปวดเกร็งหน้าท้องไม่ถ่ายอุจจาระร่วมกับไม่ผายลมออกมาน้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุขนาด รูปร่าง หรือความอ่อนนุ่มของอุจจาระเปลี่ยนไปอย่างมากลองปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์แล้วไม่ได้ผลเคล็ดลับง่าย ๆ ป้องกันอาการท้องผูกอาการท้องผูกที่ไม่รุนแรงสามารถป้องกันหรือลดความเสี่ยงได้หลากหลายวิธี ซึ่งเราสามารถทำได้เองง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน เครดิตฟรี เพิ่มการรับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง วันละ…

Continue Reading

เลือดกำเดาไหลบ่อยเป็นอะไรมั้ย

เลือดกำเดาไหลเป็นเรื่องที่เกิดได้บ่อย แม้คนส่วนใหญ่จะมีอาการไม่ร้ายแรงและเลือดมักจะหยุดไหลได้เอง แต่ถ้าเลือดกำเดาไหลบ่อยครั้งก็อาจทำให้เรากังวลใจและพาลนึกไปถึงปัญหาสุขภาพร้ายแรงได้เหมือนกัน ซึ่งสาเหตุที่เลือดกำเดาไหลบ่อยนั้นอาจเกิดได้จากเรื่องทั่วไป เช่น พฤติกรรมผิด ๆ ของตนเอง การใช้ยาบางชนิด หรือการรับประทานอาหารเสริม ปกติแล้ว เลือดกำเดาไหลเป็นผลมาจากเส้นเลือดในจมูกแตกจนเป็นเหตุให้เลือดไหลออกมาจากโพรงจมูก โดยส่วนมากจะเป็นโพรงจมูกส่วนหน้าและมักมีเลือดออกในปริมาณไม่มาก แต่ส่วนน้อยก็อาจมีเลือดไหลมาจากโพรงจมูกในปริมาณมากและหยุดไหลเองไม่ได้ หากเป็นกรณีนี้ควรได้รับการดูแลจากแพทย์ทันที ส่วนสาเหตุหลักที่ทำให้เลือดกำเดาไหล คือ การบาดเจ็บบริเวณจมูกและอากาศที่แห้ง แล้วผู้ที่มีเลือดกำเดาไหลบ่อยนั้นเกิดได้จากสาเหตุอะไรอีกบ้าง และมีวิธีป้องกันหรือไม่ หาคำตอบได้จากบทความนี้ สล็อตออนไลน์ สาเหตุของเลือดกำเดาไหลบ่อยที่พบได้บ่อยอาการเลือดกำเดาไหลอาจสร้างความวิตกกังวลอยู่ไม่น้อย แต่ส่วนใหญ่แล้วปัญหานี้ไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คิด โดยสาเหตุที่ทำให้เลือดกำเดาไหลบ่อยอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ดังนี้ สั่งน้ำมูกแรง ล้วงหรือแคะจมูกอาการคันจมูกจากอาการแพ้อากาศ โรคภูมิแพ้หรือโรคอื่น ๆ อาจทำให้เราเผลอล้วงหรือแคะจมูกได้บ่อยครั้ง จนทำให้มีเลือดไหลออกมา เช่นเดียวกับอาการน้ำมูกไหลที่ใครหลายคนมีความรำคาญอยากจะกำจัดน้ำมูกออกไปจากจมูก จึงสั่งน้ำมูกออกมาอย่างแรงโดยที่ไม่คาดคิดว่าแรงดันนั้นอาจส่งผลให้เส้นเลือดฝอยภายในจมูกฉีกขาดและอาจเป็นสาเหตุให้เลือดกำเดาไหลได้ ใช้ยาบางชนิดการใช้ยาหยอดหรือยาพ่นจมูกที่มีส่วนผสมของคอร์ติโคสเตียรอยด์หรือยาต้านฮิสทามีนบ่อย ๆ อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เลือดกำไหล เนื่องจากการสอดปลายท่อยาเข้าไปในจมูกอาจทำให้เกิดการระคายเคืองที่เยื่อบุโพรงจมูกและมีเลือดออกตามมาได้ นอกจากนี้ การใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดก็อาจทำให้เลือดกำเดาหยุดไหลยากขึ้นด้วย เช่น ยาแอสไพริน ยาโคลพิโดเกรล (Clopidogrel) หรือยาวาร์ฟาริน (Warfarin) รับประทานวิตามินหรืออาหารเสริมหลายคนอาจไม่ทราบว่าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากขิง แปะก๊วย โสม หรือวิตามินอีอาจมีส่วนทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง ส่งผลให้เลือดไหลติดต่อกันเป็นเวลานานและเลือดกำเดาหยุดไหลยากยิ่งขึ้น ผู้บริโภคจึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว สูดดมสารก่อการระคายเคืองสารก่อการระคายเคืองเป็นอีกสาเหตุของการมีเลือดกำเดาไหล ไม่ว่าจะเป็นควันบุหรี่ กรดกำมะถัน แอมโมเนีย ฝุ่น PM 2.5…

Continue Reading

อันตรายจากอาการหายใจไม่อิ่ม

หายใจไม่อิ่ม (Shortness of Breath, Dyspnea) คือ อาการหายใจเหนื่อยหอบ หายใจไม่ทัน แน่นหน้าอก โดยมักจะเกิดเมื่อเคลื่อนไหวร่างกายอย่างต่อเนื่อง อย่างขณะออกกำลังกายหรือเดินขึ้นบันได บางครั้งอาจเป็นผลกระทบจากอารมณ์ความกลัวหรือความเครียด นอกจากนี้ ปัจจัยภายนอกก็อาจกระตุ้นให้เกิดอาการได้ เช่น อากาศที่ไม่ถ่ายเท มลพิษทางอากาศ อากาศร้อน หรืออยู่ในที่สูง นอกจากนี้ ผู้ที่มีโรคประจำตัวจะมีความเสี่ยงในการเกิดอาการหายใจไม่อิ่มสูงกว่าและรุนแรงกว่าคนทั่วไป บางครั้งอาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ เพราะอาการนี้มักจะเกี่ยวข้องกับโรคร้ายแรง เช่น โรคหอบหืด แพ้อาหาร โรคอ้วน โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคเลือดจาง ภาวะเส้นเลือดปอดอุดตัน หรือโรคปอดบวม ดังนั้น เราควรเรียนรู้ถึงสัญญาณอันตรายและไม่ควรละเลยอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการหายใจไม่อิ่ม สล็อตออนไลน์ สัญญาณอันตรายจากอาการหายใจไม่อิ่มแม้ว่าอาการหายใจไม่อิ่มโดยทั่วไปอาจบรรเทาและหายได้เองจากการตัดปัจจัยกระตุ้นที่ไม่เหมาะสมออกไป ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ภาวะทางอารมณ์ หรือสิ่งแวดล้อม แต่ควรไปพบแพทย์ทันทีหากพบอาการในลักษณะต่อไปนี้ มีอาการแบบฉับพลันรุนแรงอาการไม่ทุเลาหลังจากตัดปัจจัยกระตุ้นออกไปแล้วเท้าและข้อเท้าบวมนิ้วมือและริมฝีปากเป็นสีม่วงหรือเขียวหายใจไม่ออก แน่นหน้าอกหายใจมีเสียงหวีดหรือแหบพร่ามีไข้สูง หนาวสั่น ไออาการรุนแรงขึ้นหลังจากใช้ยาพ่นคลื่นไส้เป็นลมสำหรับผู้ที่มีอาการหายใจไม่อิ่มเป็นบางครั้งบางคราว อาการอยู่ในระดับที่ไม่รุนแรง และกระทบต่อการดำเนินชีวิตก็ควรไปพบแพทย์เช่นกัน เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขและป้องกันอาการในอนาคต jumboslot รับมืออาการหายใจไม่อิ่มด้วยเทคนิคการหายใจเทคนิคการหายใจเป็นอีกวิธีง่าย ๆ ที่อาจช่วยปรับการหายใจให้ปกติและบรรเทาอาการหายใจไม่ทันหรือหายใจไม่อิ่ม โดยสามารถทำได้ตามคำแนะนำต่อไปนี้ เมื่อเกิดอาการหายใจไม่อิ่ม ควรนั่งพักบนเก้าอี้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการเป็นลมพยายามผ่อนคลายร่างกายให้มากที่สุด โดยเฉพาะกล้ามเนื้อคอและไหล่วางมือไว้บนหน้าท้องและหายใจเข้าผ่านทางจมูกช้า ๆ หากทำถูกต้องจะสังเกตเห็นได้ว่าหน้าท้องนั้นจะพองออกเมื่อหายใจเข้าจนสุด ให้หายใจออกผ่านทางปากช้า ๆ…

Continue Reading

ไคโรแพรคติกคืออะไร

ไคโรแพรคติก (Chiropractic) เป็นการรักษาแบบแพทย์ทางเลือกแขนงหนึ่งที่ช่วยปรับลักษณะกระดูกภายในร่างกายให้อยู่ตำแหน่งที่เหมาะสม จึงมักนำไปใช้บรรเทาอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับกระดูก กล้ามเนื้อ และข้อต่อ คนไทยอาจรู้จักศาสตร์การรักษานี้ในชื่อ การจัดกระดูก ซึ่งเชื่อกันว่าช่วยรักษาอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อต่อ รวมทั้งอาการปวดจากโรคข้ออักเสบ อย่างไรก็ตาม แพทย์ทางเลือกแขนงนี้ก็มีข้อจำกัดและความเสี่ยงเช่นเดียวกับแพทย์ทางเลือกอื่น ๆ จึงควรศึกษาข้อมูลก่อนรับการรักษา สล็อตออนไลน์ ไคโรแพรคติก รักษาการเจ็บป่วยใดได้บ้าง ?หลักของการรักษาด้วยไคโรแพรคติกคือการจัดเรียงกระดูกให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูตนเองจากการเจ็บป่วย โดยจากการศึกษาจำนวนหนึ่งพบว่าการจัดกระดูกอาจส่งผลดีต่อการรักษาไมเกรน โรคปวดคอร่วมกับปวดศีรษะ อาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง อาการปวดคอ และคอเคล็ด นอกจากนี้ อาการอื่น ๆ ที่อาจรักษาได้ด้วยแพทย์ทางเลือกแขนงนี้ ได้แก่ คอเคล็ด ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดหลังโรคโพรงกระดูกสันหลังช่วงเอวตีบแคบ (Lumbar Stenosis)อาการบาดเจ็บบริเวณคอและกระดูกสันหลังปัญหาบริเวณข้อต่อแขน ขา และหัวไหล่อาการปวดจากโรคข้อกระดูกอักเสบหรือเสื่อมสภาพการรักษาด้วยไคโรแพรคติกเป็นอย่างไร ?ก่อนเริ่มรับการรักษาด้วยวิธีจัดกระดูก แพทย์ไคโรแพรคติก (Chiropractor) จะประเมินอาการและวิธีการรักษาในเบื้องต้นจากข้อมูลการเจ็บป่วย ภาพถ่ายภายในร่างกาย การตรวจร่างกาย และผลการตรวจอื่น ๆ โดยวิธีตรวจอาจแตกต่างกันไปตามสาเหตุและลักษณะอาการของผู้ป่วยแต่ละคน เมื่อได้รับผลการตรวจแล้ว แพทย์ไคโรคแพรคติกจะพูดคุยและแนะนำผู้ป่วยถึงสาเหตุที่พบ รูปแบบการรักษา ผลลัพธ์และความเสี่ยงจากการรักษานั้น ๆ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยมีข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาและข้อมูลในการตัดสินใจมากขึ้น jumboslot หลักของการรักษาไคโรแพรคติก คือ การใช้มือและข้อศอกออกแรงกด ดัด ดึง บริเวณกล้ามเนื้อ…

Continue Reading

อาการคนท้องระยะแรก

อาการคนท้องระยะแรกเป็นสัญญาณที่คุณแม่มือใหม่ตั้งตารอเมื่อต้องการมีเจ้าตัวน้อย ซึ่งหลายคนมักมีอาการคัดเต้านม ประจำเดือนขาด หรือมีอาการแพ้ท้อง โดยอาการเหล่านี้เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายเพื่อเตรียมพร้อมกับการตั้งครรภ์และให้กำเนิดเจ้าตัวน้อย สล็อตออนไลน์ แม้ว่าสัญญาณบ่งบอกถึงเจ้าตัวน้อยจะทำให้คุณแม่ดีใจอยู่ไม่น้อย แต่อาการเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคุณแม่ได้เช่นกัน โดยบทความนี้ได้รวบรวมอาการคนท้องระยะแรกที่คุณแม่อาจต้องเจอ พร้อมมีเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการรับมือกับอาการคนท้องระยะแรกมาฝาก อาการคนท้องระยะแรก 9 อาการคนท้องระยะแรกที่ควรรู้การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและร่างกายในระหว่างตั้งครรภ์อาจทำให้คุณแม่หลายคนเผชิญกับอาการคนท้องที่แตกต่างกันไป โดยอาการคนท้องระยะแรกที่คุณแม่ควรสังเกต ได้แก่ เลือดล้างหน้าเด็กเลือดล้างหน้าเด็ก (Implantation Bleeding) จะพบในช่วง 6-12 วันหลังจากไข่ได้รับการปฏิสนธิ โดยเป็นเลือดที่เกิดจากการฝังตัวของตัวอ่อนภายในมดลูก ทำให้คุณแม่มีเลือดออกปริมาณเล็กน้อยจากบริเวณช่องคลอดประมาณ 1-3 วัน แต่บางรายอาจมีเลือดไหลน้อยมากจนไม่ทันได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง คุณแม่อาจมีเลือดล้างหน้าเด็กพร้อมกับมีอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย ทำให้อาจเกิดความสับสนระหว่างอาการคนท้องกับอาการมีประจำเดือน หากเป็นประจำเดือนมักจะมีเลือดออกปริมาณมากกว่าและระยะเวลานานกว่า ส่วนอาการปวดท้องประจำเดือนพบได้ในช่วง 24-48 ชั่วโมงก่อนประจำเดือนมา แต่อาการปวดจะค่อย ๆ บรรเทาลงจนกระทั่งหายไปเมื่อประจำเดือนหมด นอกจากนี้ อาจสังเกตได้จากตำแหน่งของอาการปวดร่วมด้วย โดยอาการปวดท้องจากการตั้งครรภ์มักปวดบริเวณท้องน้อยและหลังส่วนล่าง jumboslot ประจำเดือนขาดอาการคนท้องระยะแรกที่คุณแม่อาจพบหลังจากเลือดล้างหน้าเด็กคือการขาดประจำเดือน ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณหลักที่บ่งบอกถึงการตั้งครรภ์ โดยสาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนขาดนั้นมาจากฮอร์โมนเอชซีจี (Human Chorionic Gonadotropin: hCG) ที่ร่างกายผลิตเพื่อให้ร่างกายหยุดการตกไข่ในระหว่างตั้งครรภ์ ส่งผลให้ไม่เกิดการลอกของเยื่อบุมดลูกเพื่อรักษาไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิและฝังอยู่ในผนังมดลูก ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ไม่มีเลือดประจำเดือนในช่วงที่กำลังตั้งครรภ์ คัดเต้านมในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ คุณแม่อาจพบว่าหน้าอกหรือเต้านมนั้นมีการเปลี่ยนแปลง โดยหน้าอกจะมีขนาดใหญ่ขึ้น หนาขึ้น หากคล้ำแล้วจะรู้สึกแข็งกว่าปกติและมีอาการเจ็บร่วมด้วย…

Continue Reading

วิธีป้องกันเส้นเลือดฝอยในตาแตก

เส้นเลือดฝอยในตาแตกสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ส่วนใหญ่มักไม่เป็นอันตรายต่อดวงตาหรือการมองเห็น หลายคนจึงอาจไม่ทันสังเกตเลือดบริเวณตาขาวเลยด้วยซ้ำ แต่หากมีความกังวลใจ ลองมาดูวิธีดูแลตนเองหากเส้นเลือดฝอยในตาแตกกัน สล็อตออนไลน์ โดยปกติแล้ว เส้นเลือดฝอยใต้เยื่อบุตาแตกจะทำให้เกิดหย่อมสีแดงบริเวณตาขาว ในบางคนอาจจะมีอาการระคายเคืองตาร่วมด้วย โดยอาจเป็นผลมาจากการไอจามอย่างแรงหรือเกิดขึ้นเองจากสาเหตุบางอย่าง เช่น การอาเจียน การขยี้ตา การยกของหนัก การบาดเจ็บบริเวณดวงตา หรือปัญหาสุขภาพบางประการอย่างโรคเบาหวาน โรคการแข็งตัวของเลือดที่ผิดปกติ การใช้ยาที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด โรคความดันโลหิตสูง เส้นเลือดฝอยในตาแตกรักษาอย่างไรดี ?เส้นเลือดฝอยในตาแตกมักไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษา เพราะมักจะไม่ส่งผลต่อการมองเห็น ไม่ทำให้รู้สึกเจ็บปวด ไม่มีขี้ตา และหายไปได้เองภายในไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับขนาดของหย่อมสีแดงบริเวณตาขาว แต่โดยทั่วไปจะไม่เกิน 2-3 สัปดาห์ ในระหว่างที่รอให้เส้นเลือดฝอยในตาแตกหายไป ผู้ป่วยสามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการประคบเย็นที่ดวงตาหรือหยดน้ำตาเทียมเพื่อลดอาการบวมและระคายเคืองดวงตา อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีเส้นเลือดฝอยในตาแตกจากปัญหาสุขภาพหรืออุบัติเหตุควรไปพบแพทย์ เพื่อรักษาต้นเหตุการเกิดเส้นเลือดฝอยแตกอย่างถูกวิธี เคล็ดลับป้องกันเส้นเลือดฝอยในตาแตกการดูแลดวงตาให้มีสุขภาพดีและปลอดภัยจากบาดเจ็บอยู่เสมอเป็นสิ่งสำคัญที่อาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดเส้นเลือดฝอยในตาแตกให้น้อยลงได้ เพียงปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้ jumboslot ไม่ขยี้ตา ไอ จาม อาเจียนอย่างรุนแรง หรือยกของหนักเป็นประจำ เพราะอาจส่งผลต่อเส้นเลือดฝอยในดวงตาควรล้างทำความสะอาดคอนแทคเลนส์เป็นประจำก่อนการใช้งานสวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตาเมื่อต้องทำงานที่อาจมีเศษวัตุกระเด็นเข้าตาหรือเล่นกีฬาที่ต้องใช้แรงกระแทกหมั่นพักสายตาบ่อย ๆ หากต้องจ้องจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน โดยอาจใช้สูตร 20-20-20 คือ การพักสายตา 20 วินาที ทุก ๆ 20 นาที โดยมองไกลออกไป 20 ฟุต เพื่อลดอาการอ่อนล้าของดวงตาและกระตุ้นให้กระพริบตาบ่อยขึ้นออกกำลังอยู่เสมอเพื่อให้ห่างไกลจากปัญหาสุขภาพ อย่างโรคเบาหวานหรือโรคความดันโลหิตสูง…

Continue Reading

การรักษาอาการหน้าแก่

หน้าแก่เป็นปัญหาผิวที่ไม่มีใครอยากเป็น อย่างที่ทราบกันดีว่าผิวหนังก็เหมือนกับอวัยวะอื่นภายในร่างกายที่เสื่อมถอยลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น เมื่อผิวเสื่อมสภาพไปก็มักจะฟื้นฟูขึ้นมาได้ยาก โดยอาจทำให้ผิวหย่อนคล้อย มีริ้วรอยที่ดูแก่ก่อนวัยบนใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด หน้าแก่จึงเป็นปัญหาผิวที่ส่งผลต่อความมั่นใจและทำให้หลายคนเป็นกังวล ความแก่ของผิวหนังที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยภายในร่างกายและปัจจัยภายนอกร่วมกัน โดยปัจจัยภายในมาจากการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวและเนื้อเยื่อที่เป็นไปตามวัย ส่วนปัจจัยภายนอกมาจากสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการได้รับรังสียูวีจากแสงแดดที่ทำให้ผิวแห้ง บางลง มีริ้วรอยจนทำให้หน้าแก่ได้ สล็อตออนไลน์ หน้าแก่ เกิดขึ้นได้อย่างไร ?โดยทั่วไป ผิวหนังของคนเราจะเปลี่ยนแปลงไปตามวัย ยิ่งมีอายุมากขึ้น ผิวหนังมักจะบางลง หยาบกร้าน และหย่อนคล้อยได้ง่าย ยิ่งเมื่อเจอกับสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมก็อาจเพิ่มความเสี่ยงและความรุนแรงของปัญหาผิวได้ ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยอาจส่งผลกระทบต่อผิว ดังนี้ ปัจจัยภายใน (Intrinsic Aging) เมื่อเรายังอายุน้อย ใต้ผิวหนังจะมีไขมันสะสมอยู่บริเวณต่าง ๆ ทั่วใบหน้า เช่น หน้าผาก แก้ม รอบดวงตา และรอบปาก แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้นไขมันเหล่านี้จะเริ่มสลายไป ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและดูหย่อนคล้อย ซึ่งเป็นกระบวนการปกติตามกาลเวลาที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ นอกจากนี้ ผิวยังสูญเสียความชุ่มชื้น ทำให้ผิวแห้งกร้าน ไม่เรียบเนียนเหมือนผิวของคนวัยหนุ่มสาว โดยเฉพาะผู้หญิงวัยทองที่ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) จะลดลง เนื่องจากหมดประจำเดือน ทำให้ผิวอาจแห้งมากขึ้นและเกิดริ้วรอยตามมา ปัจจัยภายนอก (Extrinsic Aging)พฤติกรรมการใช้ชีวิตและสิ่งแวดล้อมรอบตัวอาจส่งผลกระทบต่อผิวโดยตรง จึงอาจทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย และเกิดปัญหาผิวอื่น ๆ ตามมา โดยปัจจัยภายนอกที่อาจกระตุ้นให้เกิดความแก่ของผิว ได้แก่ การได้รับรังสียูวีจากแสงแดด…

Continue Reading