ประโยชน์ของโกจิเบอร์รี่

โกจิเบอร์รี่ (Goji Berry) เป็นพืชพื้นเมืองของประเทศจีน ลักษณะเป็นไม้พุ่มผลัดใบ ผลมีสีแดงสด อุดมไปด้วยวิตามิน ซี ไฟเบอร์ ธาตุเหล็ก วิตามิน เอ ซิงค์ สารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ และกรดอะมิโนจำเป็น 8 ชนิดที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ได้ ในทวีปเอเชีย ผู้คนนิยมรับประทานโกจิเบอร์รี่เป็นยาอายุวัฒนะ เพราะเชื่อกันว่าช่วยให้อายุยืนยาว รับประทานผลสดได้ ใช้ประกอบอาหาร แปรรูปเป็นชาสมุนไพร น้ำผลไม้ ไวน์ รวมถึงใช้ทำเป็นยา โดยมักใช้ส่วนของผลที่อบแห้งและเปลือกของราก ซึ่งเชื่อว่ามีฤทธิ์เป็นยารักษาหลายโรค เช่น โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง เป็นต้น และช่วยบำรุงสายตา ผ่อนคลายอารมณ์ และช่วยแก้ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ slotxo จากฐานข้อมูลที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการแพทย์ทางธรรมชาติ (Natural Medicines Comprehensive Database) ได้แบ่งระดับความน่าเชื่อถือของการรักษาด้วยทางเลือกจากธรรมชาติเป็น 7 ระดับ คือ ได้ผล (Effective) น่าจะได้ผล (Likely Effective) อาจได้ผล (Possibly Effective) อาจไม่ได้ผล (Possibly Ineffective) น่าจะไม่ได้ผล (Likely…

Continue Reading

กราโนล่าคืออะไร

กราโนล่า (Granola) คือ อาหารเช้าหรือขนมที่มีส่วนผสมของธัญพืชที่มีประโยชน์ เช่น ข้าวโอ้ต ถั่ว ผลไม้อบแห้ง เมล็ดพันธุ์ธัญพืชต่าง ๆ โดยกราโนล่ามักถูกนำมาผ่านกระบวนการจนทำให้สุกกรอบ หรือนำมาอัดเป็นแท่งเพื่อความสะดวกต่อการรับประทาน slotxo คนทั่วไปนิยมรับประทานกราโนล่าโดยนำไปผสมกับน้ำผึ้ง โยเกิร์ต นม ผลไม้สด ซีเรียลอื่น ๆ หรือแม้กระทั่งนำกราโนล่าไปโรยหน้าของหวานชนิดต่าง ๆ เพื่อเพิ่มรสชาติและความน่ารับประทาน ส่วนกราโนล่าบาร์ หรือกราโนล่าที่ถูกผลิตขึ้นมาในรูปแบบแท่งนั้น มักเป็นที่นิยมในหมู่คนที่ออกกำลังกายอย่างหนักที่ต้องการได้รับแหล่งพลังงานเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการออกกำลังกาย หรือผู้ที่ต้องการควบคุมอาหาร รับประทานได้ง่าย และประหยัดเวลาในการรับประทานแบบมื้ออาหาร เนื่องจากกราโนล่าประกอบไปด้วยธัญพืชและผลไม้อบแห้ง หลายคนจึงเชื่อว่า กราโนล่าอาจเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ มีประโยชน์ต่อร่างกาย หรือทดแทนอาหารมื้อหลักได้ในบางครั้ง แต่มีงานค้นคว้าจำนวนหนึ่งที่ทดลองเกี่ยวกับคุณประโยชน์และผลลัพธ์จากการบริโภคกราโนล่าในแง่ต่าง ๆ มาดูกันว่ากราโนล่ามีประโยชน์จริงหรือไม่ การทดลองที่อาจเกี่ยวข้องประสิทธิผลของกราโนล่า การลดน้ำหนัก เนื่องจากกราโนล่าประกอบไปด้วยธัญพืชและผลไม้อบแห้งต่าง ๆ หลายคนจึงเชื่อว่ากราโนล่าอาจมีประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพดังเช่นการบริโภคธัญพืชและผลไม้นานาชนิด จากการได้รับสารอาหาร วิตามิน และเส้นใยต่าง ๆ จากการบริโภคเมล็ดธัญพืชและผลไม้ในกราโนล่า ซึ่งอาจช่วยลดและควบคุมน้ำหนักตัวได้ การค้นคว้าในด้านคุณประโยชน์และประสิทธิผลของกราโนล่าด้านการลดน้ำหนักและไขมันจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่ในปัจจุบันกลับมีเพียงงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณประโยชน์ของกราโนล่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หนึ่งในงานค้นคว้าทดลองเกี่ยวกับกราโนล่า เป็นงานทดลองการบริโภคอาหารที่มีน้ำมันไดเอซิลกลีเซอรอล (Diacylglycerol Oil) ซึ่งเป็นน้ำมันที่ผลิตจากกรดไขมันธรรมชาติจากพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันคาโนลาหรือเรพซีด (Canola/Rapeseed) เปรียบเทียบกับอาหารที่ควบคุมปริมาณไขมันไตรกลีเซอไรด์ (Triacylglycerol…

Continue Reading

มะเขือเทศ กินแล้วผิวสวย

มะเขือเทศ (Tomato) เป็นผลไม้นานาประโยชน์ที่นิยมรับประทานกันทั่วไป นอกจากเป็นสุดยอดสารอาหารของผิวที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ด้านความงาม ยังมีคุณสมบัติต้านโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย สำหรับสารสำคัญที่พบมากในมะเขือเทศมากจะเป็นสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) ได้แก่ ไลโคปีน (Lycopene) แอลฟา-แคโรทีน (Alpha-Carotene) เบตา-แคโรทีน (ฺBeta-Carotene) และลูทีน (Lutein) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันโรค แล้วการศึกษาคุณสมบัติและความปลอดภัยของมะเขือเทศในทางวิทยาศาสตร์กล่าวถึงอย่างไรบ้าง slotxo ฐานข้อมูลเกี่ยวกับการแพทย์ทางธรรมชาติ (Natural Medicines Comprehensive Database) ได้แบ่งระดับความน่าเชื่อถือของการใช้การรักษาทางเลือกจากธรรมชาติเป็น 7 ระดับ ได้แก่ ได้ผล (Effective) น่าจะได้ผล (Likely Effective) อาจได้ผล (Possibly Effective) อาจไม่ได้ผล (Possibly Ineffective) น่าจะไม่ได้ผล (Likely Ineffective) ไม่ได้ผล (Ineffective) และยังมีหลักฐานไม่เพียงพอต่อการบ่งบอกประสิทธิภาพ (Insufficient Evidence to Rate) สำหรับข้อมูลที่ระบุประสิทธิภาพของมะเขือเทศต่อการรักษาโรคต่าง ๆ ตามหลักฐานการศึกษางานวิจัยที่พบในปัจจุบันส่วนใหญ่ยังมีหลักฐานไม่เพียงพอต่อการบ่งบอกประสิทธิภาพอย่างชัดเจน ตัวอย่างงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับมะเขือเทศและการรักษาโรค โรคมะเร็ง ไลโคปีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพและพบมากในมะเขือเทศ โดยเฉพาะมะเขือเทศที่ผ่านการแปรรูปหรือผ่านความร้อน เช่น…

Continue Reading

ประโยชน์ของใบแปะก๊วย

แปะก๊วย พืชพื้นเมืองเก่าแก่ที่มีมาแต่โบราณโดยเฉพาะในแถบประเทศจีน เกาหลี และญี่ปุ่น มีลำต้นขนาดใหญ่ ใบเป็นรูปพัด แปะก๊วยมีการนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาแบบแพทย์แผนจีนโดยเชื่อว่ามีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบสมอง ความคิด รวมถึงระบบไหลเวียนเลือด นอกจากนี้เมล็ดแปะก๊วยยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้อีกด้วย slotxo ใบแปะก๊วยประกอบไปด้วยสารออกฤทธิ์หลักที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอยู่ 2 ชนิด คือ ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) และเทอร์พีนอยด์ (Terpenoids) ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ มีการนำมารับประทานโดยเชื่อว่าอาจช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตซึ่งอาจช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมอง ตา หู และขาให้ดีขึ้น บรรเทาอาการของโรคอัลไซเมอร์ การสูญเสียความทรงจำ สมาธิสั้น ปวดศีรษะ วิงเวียน หูอื้อ ความผิดปกติทางการได้ยิน นอกจากนี้ในเมล็ดแปะก๊วยยังประกอบไปด้วยสารที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อในร่างกาย แต่ก็อาจมีท็อกซิน (Toxin) หรือพิษที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้มีอาการชักหรือหมดสติ ทั้งนี้ข้อพิสูจน์หรือหลักฐานทางการแพทย์มีมากน้อยเพียงใดที่จะช่วยยืนยันสรรพคุณ ประโยชน์ และความปลอดภัยของการรับประทานแปะก๊วย สารสกัดจากแปะก๊วย รวมถึงสารสกัดจากใบแปะก๊วยที่มีบทบาทหรือส่วนช่วยในการรักษาโรคเหล่านี้ การรักษาด้วยแปะก๊วยที่อาจได้ผล โรควิตกกังวล การขาดหลักฐานและข้อสรุปในปัจจุบันเกี่ยวกับประสิทธิภาพของแปะก๊วยที่มีต่ออาการทางระบบประสาท เช่น ออทิสติก ภาวะซึมเศร้า สมาธิสั้น รวมถึงโรควิตกกังวล ทำให้มีการศึกษาโดยการทบทวนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับประสิทธิภาพของแปะก๊วยต่อโรคทางจิตประสาทรวมถึงโรควิตกกังวลทั่วไป โดยสุ่มให้ผู้ป่วยจำนวน 82 คน รับประทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยขนาด 480 มิลลิกรัมต่อวัน หรือ 240 มิลลิกรัมต่อวัน…

Continue Reading

หิวบ่อยเป็นอันตรายมั้ย

อาการหิวเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นหลังจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันจนร่างกายเหนื่อยล้าและขาดแคลนพลังงาน แต่หากบางคนกินจุและมีอาการหิวบ่อยทั้ง ๆ ที่เพิ่งรับประทานอาหารไปไม่นานอยู่เป็นประจำก็น่าสงสัยว่าเป็นสัญญาณเตือนอะไรของร่างกายหรือไม่ สาเหตุที่เกี่ยวข้องกับอาการหิวบ่อยมีตั้งแต่สาเหตุปกติไปจนถึงภาวะหรือโรคต่าง ๆ ที่กระทบต่อร่างกาย slotxo อาการหิวบ่อยโดยเหตุผลที่ทำให้เกิดอาการหิวบ่อยอาจเกิดได้จาก 1.อาหาร อาหารแต่ละประเภทส่งผลต่อความหิวที่แตกต่างกัน การรับประทานประเภทไขมันสูง เต็มไปด้วยน้ำตาล หรือคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว เช่น คุ้กกี้ ขนมปังขาว เบเกอรี่ ฟาสต์ฟู๊ด เป็นต้น ซึ่งอาหารเหล่านี้ผ่านการดัดแปลง ขัดสี หรือปรุงแต่งจนได้รสชาติและสีสันที่น่ารับประทาน จึงเป็นที่นิยมของหลายคน แต่การรับประทานอาหารประเภทนี้มาก ๆ อาจทำให้เกิดอาการหิวบ่อยได้ง่าย เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างเร็วและร่างกายนำไปเผาผลาญเป็นพลังงานไม่ทัน การเลือกประเภทอาหารให้มีความสมดุลตามหลักโภชนาการจะช่วยลดอาการหิวให้น้อยลง อาจลองปรับมารับประทานอาหารที่มีโปรตีน ไขมันชนิดไม่อิ่มตัว หรือกากใยสูง เช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปลา ผลิตภัณฑ์จากนม ผัก ธัญพืช ผลไม้ หรือถั่วชนิดต่าง ๆ จะช่วยให้อิ่มท้องนานมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเกิดอาการหิวบ่อยจากสาเหตุนี้มักพบว่ามีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ท้องผูก อุจจาระมีลักษณะแห้งแข็งและเล็ก ปวดท้อง 2.การรับประทานยา ยาบางประเภทอาจกระตุ้นให้อยากอาหารได้มากกว่าปกติ โดยเฉพาะยาแก้แพ้หรือยาต้านฮีสตามีน ยารักษาอาการซึมเศร้าในกลุ่ม SSRIs ยารักษาโรคเบาหวานบางตัว ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ ยาระงับอาการทางจิต ยา เบต้า…

Continue Reading

ความอร่อยและมีประโยชน์ของหัวหอม

หัวหอม พืชในตระกูลเดียวกับกระเทียมซึ่งได้รับความนิยมไม่น้อยไปกว่ากัน โดยทั้งหอมแดงหรือหอมใหญ่ต่างก็เป็นวัตถุดิบสำคัญในการเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอมของอาหารที่ต้องมีคู่ครัวเสมอ และนอกจากประโยชน์ในการนำมาทำอาหารแล้ว หัวหอมยังอาจดีต่อสุขภาพ เพราะประกอบด้วยสารอาหารครบถ้วน มีแคลอรี่ต่ำ วิตามินซีสูง รวมถึงอุดมด้วยสารที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ slotxo คุณค่าทางโภชนาการของหัวหอมชนิดต่าง ๆ นั้นใช่ว่าจะมีเท่ากัน จากการวิจัยหนึ่งที่เปรียบเทียบสารอาหารที่พบในหัวหอมกว่า 10 ชนิด ปรากฏว่าหอมแดงมีสารประกอบฟีนอลิก (Phenolic) และมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสูงสุด สารที่จะชะลอการเกิดความเสียหายภายในร่างกาย ส่วนสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) นั้นพบมากสุดในหัวหอมใหญ่ โดยเป็นสารที่คาดว่าอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด และต้านการอักเสบได้ ซึ่งที่บริเวณเปลือกรอบนอกของหัวหอมจะมีสารนี้เข้มข้นที่สุด เพื่อให้ได้สารอาหารที่มีคุณค่าจึงไม่ควรปลอกเปลือกหัวหอมออกมากเกินไป สารอาหารมากคุณประโยชน์ที่มีในหัวหอม ทำให้มีการนำมาใช้โดยหวังคุณประโยชน์อื่น ๆ นอกเหนือจากการรับประทานเป็นอาหาร เช่น ช่วยแก้หวัด คัดจมูก รักษาโรคหืด เบาหวาน หัวใจ มะเร็ง ลดการขาดร่วงของผม รวมถึงประโยชน์ด้านสุขภาพผิวในการรักษาและป้องกันการเกิดแผลเป็น ทว่ามีหลักฐานหรือข้อพิสูจน์ใดที่กล่าวสนับสนุนประสิทธิภาพเหล่านี้ของหัวหอมบ้าง ป้องกันและลดรอยแผลเป็น เป็นสรรพคุณเดียวของหัวหอมที่นับว่าในปัจจุบันมีหลักฐานการวิจัยสนับสนุนอย่างค่อนข้างน่าเชื่อถือ เนื่องจากการศึกษาส่วนใหญ่พบว่าการใช้สารสกัดจากหัวหอมอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการรักษาแผลเป็น โดยคาดว่าเป็นเพราะคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ ซึ่งมีกลไกช่วยลดกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อที่จะทำให้มีแผลเป็นตามมาได้ การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการลดรอยแผลเป็นชนิดคีลอยด์และรอยแผลเป็นนูนระหว่างสารสกัดจากหัวหอม แผ่นเจลซิลิโคน หรือการใช้การรักษาทั้ง 2 ชนิดร่วมกัน เป็นเวลา 6 เดือน พบว่าการใช้สารสกัดหัวหอมช่วยลดสีของรอยแผลเป็นได้ดีกว่า แต่ไม่ได้ลดอาการคันหรือทำให้แผลเป็นยุบลงนัก ในขณะที่แผ่นเจลซิลิโคนมีประสิทธิภาพมากกว่าในการช่วยให้แผลเป็นยุบตัวลง ส่วนการรักษาที่ให้ผลดีที่สุดก็คือการใช้ทั้งสารสกัดหัวหอมทาและแปะด้วยแผ่นเจลซิลิโคนนั่นเอง ส่วนด้านการรักษาแผลเป็นจากแผลผ่าตัดต่าง…

Continue Reading