แตงโม ทานมากๆเป็นอันตรายมั้ย

แตงโม คือ ผลไม้ในตระกูลแตงและน้ำเต้า มีต้นกำเนิดมาจากแอฟริกา ประกอบด้วยน้ำร้อยละ 92 และน้ำตาลร้อยละ 8 อุดมไปด้วยไลโคปีนและสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยให้เนื้อแตงโมมีสีต่าง ๆ และไม่มีไขมัน ผู้คนนิยมรับประทานแตงโม เพราะนอกจากจะมีเนื้อหวานฉ่ำแล้ว หลายคนยังเชื่อว่าสารอาหารในแตงโมมีสรรพคุณที่ช่วยรักษาและเสริมสร้างสุขภาพด้านต่าง ๆ เช่น ลดโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ อีกทั้งยังมีงานวิจัยที่ศึกษาคุณสมบัติของแตงโมที่ส่งผลต่อสุขภาพหลายแง่มุม ดังจะกล่าวต่อไป slotxo ความเชื่อและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประโยชน์ของแตงโม แตงโมนับเป็นผลไม้ที่ผู้คนนิยมรับประทานคลายร้อน เนื่องจากมีรสชาติหวานฉ่ำ อีกทั้งหลายคนยังเชื่อว่ามีสรรพคุณช่วยรักษาและเสริมสร้างสุขภาพด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้เลือดไหลเวียน รวมทั้งเสริมสร้างสมรรถภาพการเคลื่อนไหวร่างกาย โดยความเชื่อเหล่านี้จะช่วยได้จริงหรือไม่ ได้มีผู้ทำการศึกษาเพื่อหาข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ในแง่มุมที่หลากหลาย ดังนี้ 1.ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด คุณประโยชน์ของแตงโมต่อสุขภาพที่ผู้คนเชื่อกันอย่างแพร่หลายนั้นคือช่วยลดไขมันอันเป็นวิธีป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากโรคหัวใจและหลอดเลือดมีปัจจัยเสี่ยงมาจากภาวะไขมันในเลือดสูงและความหลากหลายทางพันธุกรรม อีกทั้งแตงโมมีสารซิทรูลีน (Citrulline) และสารอาร์จินีน (Arginine) ที่ช่วยลดไขมันในเลือด งานวิจัยชิ้นหนึ่งได้แสดงให้เห็นว่าการบริโภคอาหารที่เติมสารสกัดจากแตงโมเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง ซึ่งลดโอกาสเสี่ยงเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยแบ่งผู้ป่วยภาวะไขมันในเลือดสูงออกเป็นกลุ่มทดลองจำนวน 22 ราย และกลุ่มควบคุมจำนวน 21 ราย และให้กลุ่มทดลองรับประทานสารสกัดแตงโมวันละ 6 กรัม ส่วนกลุ่มควบคุมรับประทานอาหารเสริมคาร์โบไฮเดรต การทดลองใช้เวลา 42 วัน พบว่ากลุ่มทดลองมีระดับคอเลสเตอรอลทั้งหมดและไขมันชนิดไม่ดีลดลง โดยไม่ทำให้ค่าไตรกลีเซอร์ไรด์ ไขมันดี และไขมันที่มีไลโปโปรตีนต่ำเปลี่ยนแปลง…

Continue Reading

มะขามป้อม พืชสารพัดประโยชน์

มะขามป้อม เป็นพืชที่ขึ้นทั่วไปในอินเดีย ตะวันออกกลาง และบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีชื่อที่เรียกแตกต่างกันออกไปในแต่ละภูมิภาค ถือเป็นพืชที่สำคัญในด้านการแพทย์อายุรเวทแบบดั้งเดิมและการดูแลสุขภาพหลายแขนงที่มีมานานนับร้อยปี โดยใช้ประโยชน์จากส่วนต่าง ๆ ของมะขามป้อม แต่ที่นิยมใช้ในการทำยามากที่สุดคือผลมะขามป้อม ด้วยสรรพคุณของมะขามป้อมที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ จึงเชื่อกันว่ามีฤทธิ์ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ต้านการอักเสบ ช่วยรักษาโรคหลากหลาย เช่น ลดคอเลสเตอรอลในเลือด ลดการแข็งตัวของหลอดเลือดแดง โรคเบาหวาน ตับอ่อนอักเสบ โรคมะเร็ง ท้องเสีย โรคทางสายตา ปวดข้อ ถ่ายเป็นเลือด โรคอ้วน โรคข้อเข่าเสื่อม หรือฆ่าเชื้อแบคทีเรีย slotxo อย่างไรก็ตาม หลักฐานงานวิจัยของมะขามป้อมต่อการรักษาโรคหรือภาวะใด ๆ ยังมีอยู่จำกัด ตามข้อมูลที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการแพทย์ทางธรรมชาติ (Natural Medicines Comprehensive Database) ได้ระบุประสิทธิภาพของมะขามป้อมต่อการรักษาโรคตามหลักฐานการศึกษาวิจัยในปัจจุบันส่วนใหญ่พบว่า ยังไม่เพียงพอต่อการบ่งบอกประสิทธิภาพ ซึ่งตัวอย่างการศึกษาการใช้มะขามป้อมในการรักษาโรคมีดังนี้ ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด การแพทย์ทางเลือกด้านอายุรเวท (Ayurveda) ระบุคุณประโยชน์ของมะขามป้อมไว้หลายด้าน รวมถึงสรรพคุณช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล เนื่องจากอุดมไปด้วยสารสำคัญหลายตัว โดยเฉพาะสารเพกทิน (Pectin) และสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ที่มีองค์ประกอบทางเคมีและมีรายงานว่ามีฤทธิ์ช่วยลดไขมันในเลือด จากการศึกษาชิ้นเก่าเกี่ยวกับคุณสมบัติการลดไขมันในเลือดของมะขามป้อม โดยทดลองให้กลุ่มผู้ชายสุขภาพปกติและกลุ่มผู้ชายที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง อายุ 35-55 ปี รับประทานอาหารเสริมจากมะขามป้อมเป็นเวลาติดต่อกัน 28 วัน ผลการทดสอบของทั้ง…

Continue Reading

ความสำคัญของโปรตีน

โปรตีน คือสารอาหารที่ประกอบด้วยกรดอะมิโนจำเป็นสำหรับร่างกาย มีหน้าที่สร้างความแข็งแรงและช่วยในการทำงานของกระดูก กล้ามเนื้อ และผิวหนัง แม้ร่างกายของคนเราจะสามารถสร้างกรดอะมิโนได้เอง 9 ชนิด แต่ก็ยังจำเป็นต้องได้รับกรดอะมิโนอีก 11 ชนิดเพิ่มเติมจากอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ถั่วชนิดต่าง ๆ รวมถึงข้าวและธัญพืช ซึ่งประกอบด้วยกรดอะมิโนจำเป็นอย่างครบถ้วนและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย slotxo หลายคนอาจสงสัยว่าโปรตีนจากสัตว์และโปรตีนจากพืชสามารถทดแทนกันได้หรือไม่ โปรตีนจากทั้ง 2 แหล่งนี้มีความแตกต่างกัน โปรตีนจากสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น นมและไข่นั้นเป็นโปรตีนสมบูรณ์ ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่ร่างกายต้องการอย่างครบถ้วน ในขณะที่โปรตีนจากพืชส่วนใหญ่เป็นโปรตีนไม่สมบูรณ์ ผู้ที่เลี่ยงการรับประทานโปรตีนจากสัตว์จึงควรรับประทานถั่ว ธัญพืช ผักและผลไม้ให้หลากหลายในแต่ละวัน เพื่อจะได้รับกรดอะมิโนที่ร่างกายต้องการครบถ้วน หรือเลือกรับประทานโปรตีนจากถั่วเหลืองซึ่งเป็นพืชที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วนเป็นหลัก ความสำคัญของโปรตีน องค์ประกอบสำคัญในทุก ๆ เซลล์ของร่างกาย ทั้งกระดูก กระดูกอ่อน กล้ามเนื้อ ผิวหนัง เลือด หรือแม้แต่เส้นผมและเล็บประกอบขึ้นด้วยโปรตีนเป็นหลัก ส่วนในด้านการทำงานของร่างกายนั้นโปรตีนมีหน้าที่สร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ทั้งยังช่วยสังเคราะห์เอนไซม์ ฮอร์โมน และสารเคมีต่าง ๆ คงความสมดุลของของเหลวในร่างกาย รวมถึงหน้าที่ที่สำคัญอย่างการสร้างสารภูมิต้านทานเพื่อต่อต้านการติดเชื้อ การแข็งตัวของเลือด และการก่อตัวของแผลเป็น โปรตีนเป็นสารอาหารหลักที่ร่างกายต้องการในปริมาณมากในแต่ละวันเช่นเดียวกับไขมันและคาร์โบไฮเดรต ส่วนวิตามินและแร่ธาตุนั้นเป็นสารอาหารรองที่ต้องการเพียงปริมาณเล็กน้อยต่อวัน นอกจากนี้ โปรตีนยังแตกต่างจากสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตและไขมันตรงที่ร่างกายของคนเราจะไม่สามารถเก็บสะสมโปรตีนไว้ใช้ในภายหลังได้อย่างคาร์โบไฮเดรตและไขมัน การได้รับสารอาหารโปรตีนอย่างครบถ้วนในแต่ละวันถือเป็นสิ่งสำคัญทีเดียว ปริมาณโปรตีนที่ร่างกายต้องการต่อวัน ปริมาณโปรตีนที่ร่างกายต้องการต่อวันนั้นขึ้นอยู่กับอายุ เพศ สุขภาพ น้ำหนัก…

Continue Reading

นมผึ้ง สารอาหารที่เหมาะกับสาวๆ

นมผึ้ง เป็นผลผลิตที่หลั่งออกมาจากต่อมไฮโปฟาริงจ์ (Hypopharyngeal Gland) ของผึ้งงาน นมผึ้งมีลักษณะเป็นของเหลวสีขาวคล้ายน้ำนม รสหวาน มีกลิ่นเปรี้ยวเล็กน้อย เป็นอาหารหลักของผึ้งนางพญาและตัวอ่อนผึ้งเพื่อช่วยกระตุ้นในการเจริญเติบโต หลายประเทศใช้นมผึ้งในฐานะยารักษาโรค อาหารเสริม หรือแม้กระทั่งเป็นส่วนผสมของครีมบำรุงและเครื่องสำอาง slotxo นมผึ้งมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักประมาณ 60-70% และอุดมไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ เช่น โปรตีน น้ำตาล วิตามิน เกลือแร่ และกรดอะมิโน นอกจากนี้ ยังพบสารอื่นในนมผึ้ง ได้แก่ กรดไขมันเอชดีเอ (10-Hydroxy-Trans-2-Decenoic Acid) ซึ่งเป็นสารที่มีบทบาทในการเจริญเติบโตของผึ้ง สารแอซิติลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับความรู้สึกและกลไกการทำงานของร่างกาย รวมถึงฮอร์โมนเพศ เช่น เทสโทสเตอโรน โปรเจสเตอโรน เป็นต้น ทั้งนี้สถานที่ ภูมิศาสตร์ และสภาพอากาศเป็นตัวแปรที่ทำให้ส่วนประกอบของนมผึ้งแตกต่างกันออกไป หลายคนเชื่อว่าการรับประทานนมผึ้งอาจมีส่วนช่วยบรรเทาอาการวัยทอง กระตุ้นระบบภูมิต้านทานร่างกาย รักษาเบาหวาน รวมถึงแผลเบาหวาน เป็นต้น อีกทั้งยังเชื่อกันอีกว่าหากนำนมผึ้งทาที่หนังศีรษะอาจช่วยกระตุ้นการเจริญเติบของเส้นผมอีกด้วย ซึ่งคำกล่าวอ้างเหล่านี้จะเป็นจริงหรือไม่ และมีหลักฐานทางการแพทย์มาดน้อยเพียงใดที่จะช่วยยืนยันสรรพคุณ ประโยชน์ และความปลอดภัยของนมผึ้งที่มีบทบาทหรือส่วนช่วยในการรักษาโรคเหล่านี้ ประโยชน์ของนมผึ้งที่อาจมีต่อสุขภาพ บรรเทาอาการวัยทอง อาการวัยทองเป็นปัญหาทางสุขภาพที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงวัยกลางคน ส่งผลให้เกิดอาการหลายอย่าง เช่น ช่องคลอดแห้ง แสบร้อนหรือคันในช่องคลอด เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น…

Continue Reading

ประโยชน์ของทับทิม

ทับทิม เป็นผลไม้ที่นิยมรับประทานอย่างแพร่หลาย โดยใช้ประโยชน์จากส่วนที่เป็นผลสดมากที่สุดและยังนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น น้ำทับทิม สารสกัดจากทับทิม ผลิตภัณฑ์ด้านความงาม อีกทั้งยังใช้ทำเป็นยารักษาโรคตามสูตรยาโบราณในหลายประเทศ slotxo ทัมทิมอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและสารพฤกษเคมีหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย จึงเชื่อว่าอาจเป็นประโยชน์ในการป้องกันโรคหรือบรรเทาอาการ เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังหรือบรรเทาอาการหายใจลำบากจากโรคนี้ โรคหัวใจและหลอดเลือด คอเลสเตอรอลสูง โรคในระบบทางเดินอาหาร โรคความดันโลหิตสูง โรคในช่องปากและโรคเหงือก โรคริดสีดวงทวาร โรคผิวหนัง และอื่น ๆ ในปัจจุบันยังมีงานวิจัยที่ศึกษาการใช้ทับทิมในรูปแบบแตกต่างกันกับการรักษาโรคที่ค่อนข้างจำกัด ทำให้ยังไม่สามารถระบุประสิทธิภาพของทับทิมต่อการรักษาโรคได้แน่ชัด ซึ่งตัวอย่างการศึกษาเรื่องทับทิมกับโรคต่าง ๆ มีดังนี้ โรคหลอดเลือดแดงแข็ง ทับทิมเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายตัว เช่น สารเอลลาจิแทนนิน (Ellagitannin) สารแทนนิน (Tannin) สารแอนโทไซยานิน (Anthocyanins) สารโพลิฟีนอล (Polyphenol) ที่เชื่อว่าช่วยยับยั้งปฏิกิริยาต้านอนุมูลอิสระของไขมันไม่ดี ลดการสร้างโฟมเซลล์ และลดการแข็งตัวของหลอดเลือด จึงอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง จากการศึกษาฤทธิ์การต่อต้านสารอนุมูลอิสระของทับทิมในผู้ที่มีน้ำหนักเกินจำนวน 22 คน จากการรับประทานอาหารเสริมที่มีสารสกัดทับทิม วันละ 1,000 มิลลิกรัม (ประกอบด้วยกรดแกลลิค 610 มิลลิกรัม) และวัดผลจากค่า TBARS ในเลือด (Thiobarbituric Acid Reactive Substances:…

Continue Reading

น้ำมันรำข้าว ประโยชน์ที่คาดไม่ถึง

น้ำมันรำข้าว เป็นน้ำมันที่สกัดได้จากรำข้าวและเมล็ดข้าว ส่วนใหญ่นิยมใช้ประกอบอาหารเป็นหลัก โดยเฉพาะในประเทศแถบเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น อินเดีย เป็นต้น ด้วยคุณสมบัติของน้ำมันรำข้าวที่มีจุดเดือดสูงจึงเหมาะกับการประกอบอาหารประเภททอดหรือใช้ความร้อนสูง เนื่องจากไขมันในน้ำมันจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างได้ง่ายเมื่อผ่านอุณหภูมิสูง เพราะหากใช้น้ำมันจุดเดือดต่ำประกอบอาหารที่ใช้ความร้อนสูงจนเลยจุดเดือดของน้ำมันจะทำให้เกิดสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย นอกจากนี้ ยังมีการผลิตน้ำมันรำข้าวในรูปแบบของอาหารเสริมหรือใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง slotxo น้ำมันรำข้าวมักถูกกล่าวอ้างถึงคุณประโยชน์ต่อโรคต่าง ๆ มากมาย เช่น โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน ป้องกันมะเร็ง เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน พัฒนาการทำงานของตับ ลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจ อาการแพ้ของผิวหนัง ผื่นผิวหนังอักเสบ และอื่น ๆ ซึ่งการค้นคว้าในปัจจุบันค่อนข้างจำกัด แต่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่รศึกษาประโยชน์ของน้ำมันรำข้าวต่อสุขภาพไว้บางส่วน ดังนี้ 1.คุณค่าทางโภชนาการของน้ำมันรำข้าวที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรค ภาวะคอเลสเตอรอลสูง น้ำมันรำข้าวมักได้รับการกล่าวถึงเกี่ยวกับคุณสมบัติในการลดไขมันในเลือด เนื่องจากมีสารสำคัญหลายตัว เช่น แกมมา โอไรซานอล (Gamma Oryzanol) เบต้า-ซิโตสเตอรอล (Beta-Sitosterol) โทโคไตรอีนอล (Tocotrienols) ซึ่งอาจมีส่วนสำคัญในกระบวนการสลายไขมันและยับยั้งเอ็นไซม์ HMG-CoA Reductase โดยเป็นตัวช่วยในเรื่องการสังเคราะห์ไขมันในร่างกาย จากการศึกษาคุณสมบัติของน้ำมันรำข้าวสูตรผสม (น้ำมันรำข้าวผสมกับน้ำมันเมล็ดคำฝอยในอัตราส่วน 70: 30) ต่อการลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดของผู้ป่วยภาวะไขมันในเลือดสูง จำนวน 80 คน เป็นเวลา 3 เดือน…

Continue Reading