มะละกอ ผลไม้ที่ทานได้แม้ผลไม่สุก

มะละกอ เป็นไม้ผลที่มีเนื้อในสีเหลืองส้ม หุ้มด้วยเปลือกชั้นนอกบาง ๆ สีเขียว เปลี่ยนเป็นสีส้มหรือแดงเมื่อผลใกล้สุกเต็มที่แล้ว หากยังไม่ถูกผ่าออก มะละกอจะไม่ส่งกลิ่นใด ๆ แต่เมื่อถูกปอกเปลือกและผ่าจนเห็นเนื้อใน มะละกอจะส่งกลิ่นหอมหวานออกมา นอกจากคนจะนิยมรับประทานมะละกอสุกเป็นผลไม้อาหารว่างแล้ว มะละกอยังถูกนำมาประกอบอาหารไทยหลายชนิด โดยเฉพาะส้มตำ อาหารยอดนิยมและขึ้นชื่อเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศไทย

slotxo

ในด้านคุณค่าทางโภชนาการ มะละกอเป็นผลไม้ที่ประกอบไปด้วยสารอาหารนานาชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีแคลอรี่ต่ำ ไม่มีไขมันหรือคอเลสเตอรอล และยังเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของวิตามินเอ วิตามินซี โพแทสเซียม โฟเลต และเส้นใยอาหาร นอกจากนี้ ในมะละกอยังมีสารพาเพน (Papain) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยย่อยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันได้เป็นอย่างดี เป็นผลดีต่อกระบวนการย่อยสลายอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ที่ถูกรับประทานเข้าไป และยังมีสารคาร์เพน (Carpain) ที่คาดว่าอาจมีฤทธิ์ในการฆ่าทำลายปรสิต และส่งผลดีต่อระบบประสาทได้อีกด้วย

ดังนั้น ผลและใบของมะละกอจึงเชื่อว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านต่าง ๆ และอาจสามารถนำมาใช้รักษาบรรเทาอาการป่วยบางอย่างได้ เช่น ช่วยให้ประสาทผ่อนคลาย ช่วยขับปัสสาวะ ป้องกันและรักษาโรคในระบบทางเดินอาหาร การติดเชื้อและโรคพยาธิในลำไส้ และอาการปวดเส้นประสาทเนื่องจากมีหนอนพยาธิในระบบน้ำเหลือง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีคำถามเกี่ยวกับสารเคมีต่าง ๆ ที่พบในมะละกอ ว่ามีประสิทธิภาพทางการรักษาและมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพจริงหรือไม่ จึงเป็นที่มาของการศึกษาค้นคว้าข้อมูลในด้านต่าง ๆ และการทดลองทางการแพทย์ เพื่อให้ได้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่แน่ชัดให้สามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้จริง

ตัวอย่างงานทดลองที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิผลและผลข้างเคียงของมะละกอ ได้แก่

เสริมสร้างวิตามินเอ

วิตามินเอ เป็นวิตามินที่เชื่อกันว่าช่วยบำรุงสายตาและการมองเห็น กระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ และการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย โดยแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ เรตินอยด์ เป็นวิตามินเอชนิดที่มักได้รับจากการบริโภคอาหารประเภทเนื้อสัตว์ และเบต้า แคโรทีน เป็นวิตามินเอชนิดที่มักได้รับจากการบริโภคอาหารประเภทพืช ผัก ผลไม้

xoslot

หากร่างกายมีภาวะขาดวิตามินเอ จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสายตา อย่างภาวะตาบอดตอนกลางคืน กระจกตาเสื่อม หรือโรคเยื่อตาแห้งจากการขาดอาหาร (Xerophthalmia) โรคผิวหนังชนิด Hyperkeratosis ที่มีผิวหนังแห้งและตกสะเก็ด เป็นต้น

เนื่องจากมะละกอเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ จึงเชื่อว่ามะละกอจะช่วยเสริมสร้างวิตามินเอ ให้แก่ร่างกาย ช่วยป้องกันและรักษาภาวะขาดวิตามินเอได้ มีงานทดลองหนึ่งที่มีผู้อาสาสมัครทดลองเป็นผู้ที่มีสุขภาพดี 7 ราย โดยผู้ทดลองจะรับประทานอาหารที่มีเบต้าแคโรทีนสูงอย่างมะม่วงและมะละกอ ทั้งในรูปแบบน้ำผลไม้ ผลไม้สด และผลไม้อบแห้ง

จากผลการทดลองพบว่า สารแคโรทีนอยด์ในมะละกออาจช่วยลดปริมาณไขมันในเลือดไคโลไมครอน (Chylomicrons) ลง ในขณะที่มีการเพิ่มระดับวิตามินเอชนิดเรตินอยด์ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยรูปแบบการบริโภคที่ส่งผลต่อประสิทธิผลในด้านดังกล่าวมากที่สุด คือ การบริโภคในรูปแบบน้ำผลไม้และผลไม้สด

จึงอาจกล่าวได้ว่า มะละกอเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างระดับวิตามินเอแก่ร่างกาย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายในด้านต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนั่นเอง

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

โรคเบาหวาน เป็นภาวะที่ร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ กระบวนการดูดซึมน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงานของเซลล์ในร่างกายมีความผิดปกติหรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จนเกิดน้ำตาลสะสมในเลือดปริมาณมาก มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องจากปัญหาน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน เบาหวานชนิดนี้มักพบในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก อาการของโรคจะมีการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะเวลานานหากปล่อยให้ร่างกายอยู่ในสภาวะนี้เป็นเวลานานจะทำให้อวัยวะต่าง ๆ เสื่อม เกิดโรคและอาการแทรกซ้อนขึ้น

เครดิตฟรี

เนื่องจากมะละกอเป็นผลไม้ที่มีไขมันและน้ำตาลต่ำ มีงานวิจัยหนึ่งที่ทำการทดลองหาประสิทธิผลของมะละกอต่อโรคเบาหวาน ด้วยการให้ผู้ทดลอง 50 ราย ซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ได้รับยารักษาโรคเบาหวานไปด้วยในระหว่างการทดลอง และกลุ่มผู้ที่มีสุขภาพดี โดยให้ผู้ทดลองทั้ง 2 กลุ่มบริโภคมะละกอหมักปริมาณ 3 กรัม ทุกวัน ในช่วงอาหารมื้อกลางวันเป็นเวลา 2 เดือน ผลการทดลองพบว่า ผู้ทดลองทั้ง 2 กลุ่มมีระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ อีกงานวิจัยหนึ่งที่ใช้สารหมักมะละกอทดลองหาประสิทธิผลต่อผู้ป่วยโรคเบาหวานเช่นกัน พบว่า หลังผู้ทดลองบริโภคสารหมักมะละกอ 6 กรัม เป็นเวลา 14 สัปดาห์ ผู้ทดลองมีระดับ C-reactive protein (CRP) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ร่างกายหลั่งออกมาเพื่อตอบสนองต่อกระบวนการอักเสบลดน้อยลง มีการเปลี่ยนแปลงของระดับไขมันในเลือดและกรดยูริคในทางที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ดังนั้น สารที่อยู่ในมะละกอหมักอาจมีประสิทธิผลทางการรักษาที่สำคัญ เช่น อาจลดและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวาน อาจช่วยลดกระบวนการอักเสบ ลดระดับไขมันในเลือด รวมถึงอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจได้ด้วย ทั้งนี้ การศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับประสิทธิผลของมะละกอจึงควรดำเนินต่อไป เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพในการนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

โรคความผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร

ความผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร อาจทำให้เกิดโรคและอาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับลำไส้และกระเพาะอาหารได้ เช่น กรดไหลย้อน แสบร้อนกลางอก ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ลำไส้แปรปรวน เรอ ท้องอืดท้องเฟ้อ มีแก๊สในกระเพาะ ท้องผูก ท้องร่วง ปวดท้อง ปวดเกร็งบริเวณช่องท้อง เป็นต้น

ในประเทศเขตร้อนรวมถึงประเทศไทย มีความเชื่อในการรักษาด้วยวิธีทางธรรมชาติ โดยเชื่อว่ามะละกออาจมีประสิทธิผลต่ออาการต่าง ๆ ในระบบทางเดินอาหารได้ จึงมีงานทดลองหนึ่งที่ให้อาสาสมัครเข้าร่วมการทดลองจำนวน 13 รายที่มีอาการป่วยในระบบทางเดินอาหารอย่างเรื้อรัง แบ่งเป็นการบริโภคยาหลอกและสารสกัดมะละกอปริมาณ 20 มิลลิลิตร ทุกวันเป็นเวลา 40 วัน จากนั้นจึงตรวจสอบผลการทดลองด้วยการสอบถามอาการที่เกิดขึ้น

ผลปรากฏว่า ผู้ทดลองมีอาการท้องผูก ท้องอืดท้องเฟ้อ และอาการแสบร้อนกลางอกที่ดีขึ้น แต่กลับไม่มีผลลัพธ์ที่มีนัยสำคัญแสดงถึงประสิทธิผลของมะละกอหลังจากหยุดกระบวนการทดลองแต่อย่างใด

เนื่องจากการทดลองดังกล่าวเป็นงานทดลองขนาดเล็ก และวัดผลด้วยการสำรวจสอบถามอาการของผู้ทดลอง จึงยังคงขาดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญและชัดเจนพอจะพิสูจน์ได้ว่า มะละกอมีประสิทธิภาพทางการรักษาอาการของโรคในระบบทางเดินอาหารได้จริงหรือไม่ การทดลองและค้นคว้าในด้านนี้จึงควรดำเนินต่อไป เพื่อพิสูจน์สมมติฐานและหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในทางรักษาโรคในระบบทางเดินอาหารต่อไป

ภาวะขาดธาตุเหล็กในระหว่างตั้งครรภ์

สล็อต xo

ธาตุเหล็ก เป็นหนึ่งในแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งเป็นแหล่งลำเลียงก๊าซออกซิเจนให้ไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ตามกระบวนการเจริญเติบโตของร่างกาย หากร่างกายขาดธาตุเหล็กจะส่งผลให้เกิดภาวะโลหิตจาง จึงมีการผลิตธาตุเหล็กในรูปแบบอาหารเสริมในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถบริโภคธาตุเหล็กได้ในปริมาณที่เพียงพอจากการรับประทานอาหาร

ในระหว่างการตั้งครรภ์ ร่างกายของผู้เป็นแม่จะมีการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยในกระบวนการเติบโตของทารกในครรภ์ ดังนั้น ผู้ที่ตั้งครรภ์จึงมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะโลหิตจางหากร่างกายขาดธาตุเหล็ก มะละกอซึ่งเป็นหนึ่งในผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์หลายชนิดรวมถึงธาตุเหล็ก จึงเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ถูกนำมาทำการทดลองในกรณีนี้

การทดลองนี้มีผู้เข้ารับการทดลองเป็นหญิงตั้งครรภ์ซึ่งมีอายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์จำนวนทั้งสิ้นกว่า 252 ราย โดยผู้ทดลองจะได้รับประทานอาหารกลุ่มที่มีวิตามินซีและธาตุเหล็กสูง ได้แก่ เนื้อสัตว์ ฝรั่ง ส้ม และมะละกอ โดยมีการตรวจสอบติดตามและวัดผลในช่วงอายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ และอีกครั้งหนึ่งเมื่ออายุครรภ์ 32-36 สัปดาห์

ผลการทดลองพบว่า หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะขาดธาตุเหล็กได้รับประสิทธิผลที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าในหญิงตั้งครรภ์ที่มีระดับธาตุเหล็กในเลือดเป็นปกติ

อย่างไรก็ตาม แม้การบริโภคอาหารและผลไม้ที่มีวิตามินซีและธาตุเหล็กสูงในระหว่างตั้งครรภ์อาจเป็นผลดีต่อผู้เป็นแม่และทารกในครรภ์ แต่สำหรับการบริโภคมะละกอนั้น มีหลักฐานอื่นที่สนับสนุนว่า สารพาเพนในมะละกออาจก่อให้เกิดภาวะพิษในครรภ์จนอาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะพิการแต่กำเนิด

ดังนั้น การบริโภคมะละกอในระหว่างตั้งครรภ์จึงอาจไม่ปลอดภัยสำหรับแม่และเด็กในครรภ์ ผู้ที่ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ไม่บริโภคมะละกอในปริมาณที่มากเกินไปในระหว่างตั้งครรภ์ และปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการบริโภคอาหาร ยา หรืออาหารเสริมใด ๆ ในระหว่างตั้งครรภ์ให้ถี่ถ้วนก่อนเสมอ

มะละกอมีประโยชน์ต่อสุขภาพจริงหรือไม่ ?

แม้มะละกอจะอุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์มากมาย แต่สารเคมีบางชนิดในมะละกอก็อาจส่งผลต่อสุขภาพร่างกายของผู้บริโภคได้ทั้งผลดีและผลเสีย อีกทั้งในปัจจุบัน ยังคงไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดที่พิสูจน์ประสิทธิผลทางการรักษา หรือประสิทธิผลในการเสริมสร้างสุขภาพในด้านต่าง ๆ ได้อย่างกระจ่างชัดเจน ดังนั้น ผู้บริโภคควรเลือกรับประทานมะละกอที่มีคุณภาพ ถูกสุขอนามัย ในปริมาณที่พอดี เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงการเกิดผลข้างเคียงที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ความปลอดภัยในการบริโภคมะละกอ

Tagged , , ,