นอนเยอะเกินไป เป็นอันตรายมั้ย

หลายคนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับความสำคัญของการพักผ่อนอย่างเพียงพอในแต่ละคืน แน่นอนว่าการที่ร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอจะช่วยให้มีสุขภาพดี แต่ในทางตรงกันข้ามหากนอนเยอะเกินไปก็อาจส่งผลให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพหรือโรคต่าง ๆ ตามมา ในบทความนี้จะมาเล่าถึงสาเหตุของการนอนเยอะเกินไปและความอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

จริง ๆ แล้วจำนวนชั่วโมงของการพักผ่อนที่เหมาะสมจะเปลี่ยนแปลงไปตามวัยและคุณภาพการนอนของแต่ละคน โดยทั่วไปแล้ว เด็กทารกต้องการเวลานอนหลับรวมเวลางีบกลางวันเป็นเวลาประมาณ 12-16 ชั่วโมงต่อวัน เด็กวัยอนุบาลต้องการเวลานอนหลับรวมเวลางีบเป็นเวลาประมาณ 10-13 ชั่วโมงต่อวัน วัยรุ่นต้องการการนอนหลับเป็นเวลาประมาณ 8-10 ชั่วโมงต่อวัน และผู้ใหญ่ต้องการนอนหลับเป็นเวลาประมาณ 7-9 ชั่วโมงต่อวัน

สล็อตออนไลน์

นอนเยอะเกิดจากอะไรได้บ้าง ?
นอกเหนือจากพฤติกรรมหรือความเหนื่อยล้าในการทำกิจกรรมแต่ละวัน การนอนเยอะหรือใช้เวลานอนมากเกินไปอาจมีภาวะอื่น ๆ ที่ส่งผลให้รู้สึกอ่อนเพลียแม้จะได้นอนหลับมากกว่าคนทั่วไป เช่น

โรคหยุดหายใจขณะหลับ โดยผู้ป่วยจะหยุดหายใจเป็นเวลาสั้น ๆ ระหว่างนอนหลับ ทำให้ร่างกายต้องการนอนนานขึ้น และวงจรการนอนหลับถูกรบกวน
กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข (Restless Legs Syndrome: RLS) เป็นความผิดปกติด้านสมองที่ส่งผลให้เกิดการขยับขาขณะพัก
การนอนกัดฟัน (Bruxism) ขณะนอนหลับ
อาการปวดเรื้อรัง (Chronic Pain)
โรคลมหลับ (Narcolepsy) ซึ่งเป็นความผิดปกติของสมองที่ทำให้วงจรการหลับและตื่นแปรปรวนไปจากปกติ
โรคซึมเศร้า
โรคนอนมากเกินโดยไม่ทราบสาเหตุ (Idiopathic Hypersomnia) โดยจะนอนมากโดยไม่มีสาเหตุที่ชัดเจนหรือหาสาเหตุไม่ได้
การใช้ยาบางชนิดหรือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
นอกจากนี้ นอนเยอะอาจเป็นสัญญาณความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้ เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ โรคอ้วน โรคซึมเศร้า อาการปวดหัว เป็นต้น

jumboslot

อันตรายจากการนอนเยอะ
หากพบว่าตนเองต้องการเวลาในการนอนมากกว่า 8-9 ชั่วโมงต่อคืนเพื่อให้รู้สึกถึงการพักผ่อน สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติที่เกิดขึ้นในร่างกาย การนอนเยอะเกินไปอาจก่อให้เกิดความวิตกกังวล อ่อนล้า ไม่มีแรง มีปัญหาด้านความจำ และอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้ เช่น อาการปวดหัว โรคอ้วน โรคหัวใจ เบาหวาน ปวดหลัง ภาวะซึมเศร้า และความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น เป็นต้น

ทั้งนี้ การนอนหลับอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ร่างกายมีน้ำหนักตามเกณฑ์มาตรฐาน ลดความเครียด อารมณ์ดี สมองปลอดโปร่ง รวมไปถึงทำหน้าในชีวิตประจำได้อย่างดี อย่างไรก็ตาม หากรู้สึกว่าตนเองนอนมากเกินไปหรือรู้สึกอ่อนล้าระหว่างวันแม้ว่าชั่วโมงการนอนเพียงพอแล้ว ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุของความผิดปกติและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น โดยแพทย์อาจแนะนำวิธีช่วยให้นอนในระยะเวลาที่เหมาะสม

ยิ่งอายุมาก ก็ยิ่งนอนน้อย แต่วันไหนที่นอนมาก ก็อาจจะไม่ได้รู้สึกสดชื่นแจ่มใสร้อยเปอร์เซ็นต์เสมอไป เป็นเพราะเมื่อเราโตขึ้น ระยะเวลาในการนอนหลับของเราก็เปลี่ยนไปตามอายุของเราด้วย อายุเท่าไร ควรนอนกี่ชั่วโมงถึงจะเรียกได้ว่านอนอย่างเพียงพอ มาดูกัน

มูลนิธิการนอนหลับแห่งชาติ ในสหรัฐอเมริกา ระบุระยะเวลาในการนอนหลับที่เหมาะสม โดยแบ่งตามอายุ ดังนี้

  • เด็กแรกเกิด (อายุ 0-3 เดือน) ควรนอน 14-17 ชั่วโมงต่อวัน
  • เด็กทารก (อายุ 4-11เดือน) ควรนอน 12-15 ชั่วโมง

เครดิตฟรี

  • เด็ก (อายุ 1-2 ปปี) ควรนอน 11-14 ชั่วโมง
  • วัยอนุบาล (3-5 ปี) ควรนอน 10-13 ชั่วโมง
  • วัยประถม (6-13 ปี) ควรนอน 9-11 ชั่วโมง
  • วัยมัธยม (14-17 ปี) ควรนอน 8-10 ชั่วโมง
  • วัยรุ่น (18-25 ปี): ควรนอน 7-9 ชั่วโมง
  • วัยทำงาน (26-64 ปี): ควรนอน 7-9 ชั่วโมง เท่ากับตอนวัยรุ่น
  • วัยชรา (65 ปีขึ้นไป) ควรนอน 7-8 ชั่วโมง

ทั้งนี้ทั้งนั้น นี่คือระยะเวลาที่แนะนำว่าดีต่อร่างกายมากที่สุด สามารถ บวกลบ 1 ชั่วโมงได้บ้างในบางกรณีค่ะ เช่น วัยรุ่น วัยทำงาน สามารถนอนได้ 6 หรือ 10 ชั่วโมง โดยที่ไม่ได้แปลว่านอนน้อย หรือมากจนเกินไป

จะเห็นได้ว่า ที่เราอาจจะเคยเรียนกันมาแต่ก่อนว่า นอน 6-8 ชั่วโมงจะเพียงพอ จริงๆ แล้วใครที่นอนต่ำกว่า 6 ชั่วโมงอยู่บ่อยๆ อาจจะกลายเป็นว่ากำลังจะนอนไม่เพียงพอ ยิ่งนอนไม่เพียงพอติดต่อกันนานๆ อาจส่งผลถึงสุขภาพในระยะยาวได้

สล็อต

เทคนิคที่ช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้นนั้น ได้แก่
ออกกำลังกายช่วงเย็นอย่างน้อย 30 นาที หรือ 4-6 ชั่วโมงก่อนนอน

กินกล้วยหอม เพราะผิวของกล้วยหอมมีฤทธิ์เหมือนยานอนหลับ และมีอะมิโนแอซิดที่เรียกว่า ทริปโตฟาน ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสารเซโรโทนิน เมื่อกินแล้วจะช่วยคลายเครียด คลายกังวล ทำให้หลับสบาย

หลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนัก อาหารที่มีรสเผ็ด รสจัด หรืออาหารหวานมาก ก่อนเข้านอน 4 ชั่วโมง เพราะร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงในการย่อยอาหาร

หลีกเลี่ยงกาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มที่กระตุ้นประสาททุกชนิด 4-6 ชั่วโมงก่อนเวลาเข้านอน

ผ่อนคลายร่างกาย และจิตใจก่อนนอนด้วยการอาบน้ำอุ่น เดินเบาๆ ไปมา หรือการนั่งสมาธิ และไม่ควรทำกิจกรรมที่กระตุ้นร่างกายและสมองไปจนถึงเวลาเข้านอน

จัดระเบียบห้องนอนและกำจัดสิ่งรบกวนด้วยการปิดไฟและอุปกรณ์ เช่น โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ รวมถึงอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ ก่อนนอน แต่บางรายอาจจำเป็นต้องเปิดเพลงเบาๆ เพื่อสร้างบรรยากาศทำให้หลับสบายขึ้น

เลี่ยงการสูบบุหรี่เพราะจะทำให้หลับยาก ตื่นบ่อย และฝันร้าย เนื่องจากผลของสารนิโคติน

เข้านอนให้เป็นเวลา ไม่ควรนอนดึกมาก ควรเข้านอนเวลาประมาณ 21.00 – 23.00 น. และปฏิบัติให้เป็นประจำ รวมถึงตื่นนอนให้เป็นเวลาทุกวัน รวมทั้งช่วงวันหยุดด้วย

เข้านอนเมื่อร่างกายพร้อมที่จะนอน คือเมื่อรู้สึกง่วง และไม่ได้อยู่ในภาวะตึงเครียด อย่าพยายามฝืนนอน หากไม่ง่วง

Tagged , , ,