ผงชูรสเป็นอันตรายหรือไม่

ผงชูรส คือเกลือโซเดียมของกรดกลูตามิก (Glutamic Acid) ซึ่งนิยมนำมาปรุงอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติ กรดชนิดนี้พบได้ทั้งในร่างกายและอาหารหลายชนิดตามธรรมชาติ เช่น มะเขือเทศ หรือชีส โดยเดิมทีผงชูรสนั้นสกัดมาจากสาหร่าย แต่ปัจจุบันผลิตจากการหมักข้าวโพด มันฝรั่ง แป้งสาลี และข้าว ทั้งนี้ ผงชูรสที่ผลิตในประเทศไทยส่วนใหญ่จะทำมาจากแป้งมันสำปะหลังและกากน้ำตาล slotxo ผงชูรสนำมาใช้เพิ่มรสชาติอาหารต่าง ๆ เช่น เนื้อสัตว์ เนื้อไก่ อาหารทะเล และผัก โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยากำหนดให้ผงชูรสเป็นวัตถุปรุงแต่งอาหารที่คนทั่วไปบริโภคได้ อย่างไรก็ตาม เชื่อกันว่าผู้ที่บริโภคผงชูรสบางรายอาจมีอาการแพ้ผงชูรสได้ ซึ่งปรากฏการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับประเด็นนี้ในหลากหลายมุมมอง กินผงชูรสมาก ทำให้แพ้ได้จริงหรือ ? องค์กรอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาจัดให้ผงชูรสเป็นวัตถุเจือปนอาหารที่ปลอดภัย อย่างไรก็ดี มีรายงานว่าผู้ที่รับประทานอาหารที่ปรุงด้วยผงชูรสบางรายอาจเกิดอาการแพ้ผงชูรสหรือป่วยเป็นโรค Chinese Restaurant Syndrome ที่เรียกกันทั่วไปว่า “โรคภัตตาคารจีน” โดยจะมีอาการปวดศีรษะ ผิวหนังแดงและเกิดลมพิษ เจ็บหน้าอก ชาและแสบร้อนรอบปาก หน้าบวมหรือรู้สึกมีแรงกดที่ใบหน้า เมื่อยล้า บางรายอาจใจสั่น หายใจสั้น ๆ คอบวม หรือเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรงเฉียบพลันในรายที่มีอาการร้ายแรง งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นได้ศึกษาว่าการบริโภคผงชูรสจะก่อให้เกิดอาการแพ้ได้จริงหรือไม่ ซึ่งผลการศึกษาเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ งานวิจัยที่แสดงผลว่าการบริโภคผงชูรสมีความเกี่ยวเนื่องกับอาการแพ้ผงชูรส และงานวิจัยที่แสดงผลว่าผงชูรสไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ใด ๆ ดังนี้ xoslot…

Continue Reading

ประโยชน์ของสับปะรด

สับปะรด เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ หลายคนจึงเชื่อว่าการบริโภคสับปะรดอาจช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีได้ ในทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์จึงพยายามหาข้อพิสูจน์ถึงคุณประโยชน์ของสับปะรด เพื่อประสิทธิผลทางสุขภาพและการรักษาอันจะเป็นประโยชน์ในอนาคต slotxo ลักษณะทางกายภาพที่เด่นชัดของสับปะรด คือ ผลไม้ที่มีตาอยู่รอบผล โดยที่เห็นเป็นตาเหล่านั้นแท้จริงแล้วเป็นดอกเล็ก ๆ ของสับปะรด ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษที่ทำให้สับปะรดแตกต่างจากผลไม้ชนิดอื่น ด้านบนของผลจะมียอดใบเป็นจุกซ้อนกันหลายชั้น ซึ่งเป็นส่วนที่แสดงให้เห็นว่าสับปะรดผลนั้นพร้อมสำหรับการเก็บเกี่ยวแล้วหรือไม่ โดยสับปะรดเป็นผลไม้ที่ปลูกได้แม้ในพื้นที่แห้งแล้งและมีน้ำน้อย และจะโตเต็มที่ในเวลาประมาณ 18 เดือน ในสับปะรดอุดมไปด้วยกรดซิตริกหรือกรดมะนาว (Citric) และกรดมาลิก (Malic) ที่เป็นสารให้รสเปรี้ยว โดยมีกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic) หรือวิตามินซี ซึ่งมีประโยชน์ต่อการทำงานในระบบต่าง ๆ ของร่างกายรวมอยู่ด้วย ส่วนอีกหนึ่งสารสำคัญที่พบในสับปะรด คือ เอนไซม์โบรมีเลน (Bromelain) ซึ่งเชื่อกันว่าสารนี้อาจช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารต้านการอักเสบ หรือกระทั่งมีผลยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้องอกที่ผิดปกติ รวมถึงอาจช่วยชะลอการแข็งตัวของเลือดได้ ดังนั้น นอกจากการบริโภคเป็นอาหารในชีวิตประจำวัน สับปะรดยังเป็นหนึ่งในผลไม้สำคัญที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจและศึกษาประสิทธิผลของมัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ในทางการแพทย์และสุขภาพ ดังเช่นประเด็นที่สำคัญ ต่อไปนี้ 1.ข้อเสื่อม (Osteoarthritis) เป็นภาวะที่ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดตามข้อต่อร่างกายหรือข้อติด ด้วยสมมติฐานที่ว่าสารโบรมีเลนจากสับปะรดอาจช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารต้านกระบวนการอักเสบได้ จึงอาจมีประสิทธิผลต่อการรักษาข้อเสื่อมได้ด้วย ทำให้เกิดการทดลองให้สารโบรมีเลนเพื่อการรักษาในผู้ป่วยข้อเสื่อมระดับปานกลางถึงรุนแรงเป็นเวลา 12 สัปดาห์ แต่ผลการทดลองพบว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงและประสิทธิผลทางการรักษาที่ปรากฏขึ้นแต่อย่างใด xoslot ในขณะที่อีกหนึ่งงานทดลองในลักษณะคล้ายกัน ที่มีการใช้สารโบรมีเลนร่วมกับการใช้ยาทริปซิน (Typsin) หรือรูติน (Rutin) เปรียบเทียบกับการใช้ยาไดโคลฟีแนค (Diclofenac)…

Continue Reading

บีทรูท พืชที่อุดมไปด้วยประโยชน์

บีทรูท เป็นพืชชนิดหนึ่งที่นิยมนำรากซึ่งอยู่ใต้ดินมารับประทาน มีอยู่หลายสายพันธุ์และมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปตามภูมิภาค นิยมนำมากินสด ดอง ปรุงอาหาร เพิ่มสีสันของอาหาร แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ และนำไปใช้เป็นยารักษาโรค กล่าวกันว่าบีทรูทช่วยลดระดับไขมันในเลือดบางชนิด ลดความดันโลหิต เสริมสมรรถภาพร่างกายให้แก่นักกีฬา เสริมการทำงานของตับหรือป้องกันโรคตับ รวมทั้งต้านมะเร็ง เนื่องจากอุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญหลายชนิด เช่น ใยอาหาร วิตามินบี 9 โฟเลต แมงกานีส โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินซี เป็นต้น นอกจากนี้ บีทรูทยังมีสารประกอบทางเคมีในพืชอีกหลายชนิดที่เป็นสารกลุ่มไนโตรเจน เรียกว่า เบตาเลน (Betalain) ซึ่งจะส่งผลดีต่อร่างกายและทำให้พืชมีสีสันแตกต่างกัน โดยเฉพาะสารบีตาไซยานิน (Betacyanin) ที่ให้สีแดง และสารบีตาแซนทิน (Betaxanthin) ที่ให้สีเหลือง รวมถึงสารให้สีชนิดอื่น ๆ เช่น บีทานิน (Betanin) วูลกา-แซนทิน (Vulgaxanthin) หรือกรดเบทาเลมิก (Betalamic Acid) slotxo คุณค่าทางโภชนาการที่พบในบีทรูทดิบ 100 กรัม น้ำ 88 เปอร์เซ็นต์พลังงาน 43 กิโลแคลอรี่โปรตีน 1.6 กรัมน้ำตาล 6.8…

Continue Reading

ประโยชน์ของแตงกวา

แตงกวา แท้จริงแล้วจัดเป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง ซึ่งบางคนอาจเข้าใจผิดว่าเป็นผัก โดยส่วนประกอบหลักของแตงกวากว่า 95% เป็นน้ำ ส่วนที่เหลือเป็นเส้นใยธรรมชาติ แร่ธาตุ วิตามิน และสารประกอบต่าง ๆ จึงเชื่อว่าการบริโภคแตงกวาอาจให้คุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพร่างกาย แตงกวา (ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Cucumis Sativus) เป็นผลของไม้เลื้อยที่มีหลายพันธุ์ต่างกันตามถิ่นกำเนิด ไม่ได้มีแต่เพียงแตงสีเขียว รูปทรงรียาว บางสายพันธุ์ก็สั้น กลม มีเปลือกหนา ผิวขรุขระ สีเหลือง สีส้ม หรือสีขาวแตกต่างกันไป คนนิยมรับประทานแตงกวาทั้งแบบแตงกวาสด หรือนำไปปรุงสุกประกอบอาหารชนิดต่าง ๆ slotxo นอกจากรสชาติและความฉ่ำน้ำน่ารับประทานของแตงกวาแล้ว สารอาหารต่าง ๆ ในแตงกวาอาจเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพได้ด้วย เช่น เส้นใยอาหาร แตงกวาเป็นแหล่งของเส้นใยอาหารที่อาจบำรุงระบบขับถ่าย และอาจช่วยในเรื่องของการควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีได้สารพฤกษเคมี หรือไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytochemicals) เป็นสารตามธรรมชาติที่พบได้ในอาหารจำพวกพืชผักผลไม้ ซึ่งในแตงกวามีสารชนิดนี้ ได้แก่ ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) คิวเคอร์บิทาซิน (Cucurbitacin) และลิกแนน (Lignan) สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) เป็นสารที่เชื่อว่าอาจมีฤทธิ์ช่วยลดหรือกำจัดสารอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายต่อเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายได้ เช่น เบต้าแคโรทีน แมงกานีสวิตามิน ในแตงกวาอุดมไปด้วยวิตามินต่าง ๆ ที่ให้พลังงานและเป็นประโยชน์ต่อระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย…

Continue Reading

Hello world!

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start writing!